classicliterature.it.com

“ปืนไทย” ไม่ได้มีปัญหาแค่ร้านขายปืน...แต่เป็นปัญหาทั้งระบบ !!

                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • การเมือง 
  • ข้อเขียน-บทความ-บทวิเคราะห์ 
  • “ปืนไทย” ไม่ได้มีปัญหาแค่ร้านขายปืน...แต่เป็นปัญหาทั้งระบบ !!

    เผยแพร่: 12 ส.ค. 2569 12:39   ปรับปรุง: 12 ส.ค. 2569 12:39   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    ในช่วงปี 2565 เคยมีการรวบรวมข้องมูลไว้ว่า ไทยมีอาวุธปืนที่ประชาชนครอบครองประมาณ 11.12 ล้านกระบอก ขณะที่ช่วงปี 2561–2565 (ม.ค.–ก.ย.) มีการนำเข้าอาวุธปืนถูกกฎหมายรวม กว่า 776,502 กระบอก!
    เป็นจำนวนที่น่าตกใจไหมล่ะ?!

    ตรงนี้ทำให้เห็นว่า ปัญหาปืนของไทยไม่ได้อยู่แค่ “ปืนเถื่อน” อย่างเดียว แต่มี ปืนถูกกฎหมายจำนวนมหาศาล อยู่ในระบบด้วย
    และนี่คือจุดที่ มาตรการของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ต้องใส่ใจด้วย

      รัฐเริ่มขยับจาก “คุมคนซื้อ” ไปสู่ “คุมคนถือ”

    ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 “รัฐบาลอนุทิน” สั่งให้ฝ่ายปกครอง เข้มงวดตั้งแต่การออก ใบ ป.3 ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้ซื้อปืน ไปจนถึงการกำกับผู้ถือ ใบ ป.4 ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้มี และใช้อาวุธปืน

    ที่สำคัญคือ มีคำสั่ง งดออกใบอนุญาตพกปืน ป.12 เป็นเวลา 1 ปี ด้วย

      นี่สะท้อนว่ารัฐ กำลังแยกเรื่อง “มีปืนได้” แต่ไม่ใช่ “พกปืนไปไหนก็ได้” ซึ่งเป็นหลักคิดที่สำคัญมาก

    ประเด็นนี้ ศาลปกครอง ก็อธิบายไว้ชัดว่า การมีอาวุธปืนไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และนายทะเบียน มีดุลพินิจในการอนุญาตตามกฎหมาย
     
    ปัญหาที่ใหญ่กว่า คือ “ปืนหลุดระบบ”

    การเข้มงวดกับ ป.3 / ป.4 / ป.12 นั่นเป็นมาตรการที่จะจัดการกับปืนที่อยู่ในระบบได้ดีขึ้น

      แต่คำถามคือ... แล้วปืนที่ไม่อยู่ในระบบล่ะ?!

    รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็เคยยอมรับปัญหานี้ โดยในปี 2567 มีการเสนอแนวคิดให้ผู้ครอบครองปืนเถื่อน นำปืนมาคืนรัฐภายในเวลาที่กำหนดโดยไม่ต้องรับโทษ เพื่อดึงปืนที่อยู่นอกระบบกลับเข้ามาอยู่ในระบบ

      นี่แปลว่า รัฐเองก็รับรู้ว่า ปืนที่ไม่มีทะเบียนเป็นปัญหาใหญ่

     “ปืนสวัสดิการ”ก็เป็นอีกจุดที่ต้องตรวจสอบ

    ในมาตรการ ปี 2566 กระทรวงมหาดไทยเคยกำหนดแนวทางควบคุมปืนสวัสดิการ เช่น จำกัดการจัดสรรให้เจ้าหน้าที่รัฐ และกำหนดให้มีการตรวจสอบเรื่องการนำปืนออกจากสถานที่ราชการ รวมถึงสั่งไม่ให้มีการเก็บปืนของส่วนราชการไว้ที่บ้านพักในบางกรณี

      ตรงนี้ทำให้เห็นอีกช่องหนึ่งของระบบ คือ ปืนที่เริ่มต้นอย่างถูกกฎหมาย ถูกเปลี่ยนมือ โดยไม่แจ้งโอน หรือมีการสูญหาย หรือถูกนำไปขายต่อ จนกลายเป็นปืนที่ติดตามได้ยาก

    ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงไม่ควรหยุดแค่ “ห้ามออกใบอนุญาตเพิ่ม”

    แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ปืนที่ออกใบอนุญาตไปแล้ว วันนี้ปืนอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และสถานะยังถูกต้องหรือไม่

    “ร้านปืน” คือ ต้นน้ำ!

    ปี 2552 ยุค “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” เป็นรมว.มหาดไทย ได้มี คำสั่ง มท. 289/2552 วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และการกำหนดจำนวนอาวุธปืนสำหรับการค้า

      หลังจากนั้น จำนวนใบอนุญาตร้านค้าปืนก็พุ่งพรวด จากเดิม 335 ใบ เป็น 485 และต่อมามากถึง 502 ใบ

    แม้จะไม่ใช่ข้อสรุปว่า จำนวนตัวเลขร้านปืนที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ปืนในสังคมเพิ่มขึ้น หรือทำให้อาชญากรรมเกี่ยวกับปืนเพิ่มขึ้น ...แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า นั่นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

       “ห่วงโซ่ปืน 6 ขั้น”

    จากร้านค้า ป.5 สู่ ป.3 คือ ใครได้รับอนุญาตให้ซื้อ... จากนั้นไป ป.4 ใครได้รับอนุญาตให้มีและใช้...สู่ การโอน/ขาย/สูญหาย นั่นหมายความว่า ปืนยังอยู่กับเจ้าของเดิมหรือไม่ ... ส่วน ป.12 ใครได้รับอนุญาตให้พกติดตัว และสุดท้าย ปืนถูกนำไปใช้ก่อเหตุ หรือหลุดเข้าสู่ตลาดมืด!

    ถ้าจะปฏิรูปเรื่องอาวุธปืนจริง ต้องควบคุม ทั้ง 6 จุดนี้ ไม่ใช่เอาแต่ห้ามออก ใบ ป.12

      นี่คือ “จุดอ่อน” ของนโยบายที่ “อนุทิน” ประกาศปาวปาว อยู่ตอนนี้

      ถ้ารัฐบาลอนุทินประกาศว่า “คุมปืนให้เข้ม”

    คำถามที่ประชาชน ขอถามกลับไปยัง “อนุทิน” คือ

    1. ปืนถูกกฎหมาย 11 ล้านกระบอก รัฐรู้หรือไม่ ว่าอยู่กับใครบ้าง?

    2. ใบ ป.4 ที่ออกไปแล้ว เจ้าของยังมีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่?

    3. ปืนที่เจ้าของเสียชีวิต ปืนถูกโอนตามกฎหมายหรือไม่ ?

    4. ปืนสูญหายถูกแจ้งจริงหรือไม่?

    5. ปืนสวัสดิการที่ออกไปในอดีต มีการตรวจสอบสถานะทั้งหมดหรือไม่ ?

    6. ปืนเถื่อนมาจากชายแดน ตลาดมืด หรือจากปืนถูกกฎหมายที่หลุดออกจากระบบมากกว่ากัน ?

    7. ที่สำคัญที่สุด คนที่ “มีอำนาจ มีบารมี มีผู้ติดตาม” ได้รับการตรวจสอบเรื่องการพกปืนเข้มเท่าประชาชนทั่วไปหรือไม่ ?

    คำถามข้อ 7 นี้ ถ้า “อนุทิน” จะทำให้ประชาชนเชื่อว่า “เอาจริง” ก็ต้องตอบให้ได้

    เพราะกฎหมายปืนที่ดี ไม่ใช่กฎหมายที่ทำให้คนธรรมดากลัวปืน แต่ต้องเป็นกฎหมายที่ทำให้ คนที่ถือปืนทุกคน กลัวกฎหมายเท่าเทียมกัน!

    Update: 2026-08-12
    Tags: