ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน กังวลข้อพิพาทฮอร์มุซ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (11 ส.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และผลกระทบที่มีต่อแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,773.56 จุด ลดลง 163.93 จุด หรือ -0.63%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,964.79 จุด ลดลง 1.80 จุด หรือ -0.05%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 1.3%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.26%
- ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันภูเขา (Mountain Day)
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียชีวิตจากสงคราม การโจมตี และการประท้วงซึ่งเขาระบุว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน โดยการเรียกร้องดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่อิหร่านได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายแก่อิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่านเมื่อกว่า 5 เดือนที่แล้ว
การที่นักลงทุนมีความหวังน้อยลงเกี่ยวกับทางออกของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] พุ่งขึ้นกว่า 5% ปิดที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ (10 ส.ค.) ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สำหรับความเคลื่อนไหวในเอเชียเช้านี้ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (MTI) คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2569 ของสิงคโปร์จะขยายตัวในกรอบ 4.5% 5.5% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากกรอบ 2% 4% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนก.พ. ก่อนเกิดสงครามในอิหร่านจะปะทุขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดนี้นับเป็นการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยกำหนดกรอบเบื้องต้นที่ 1% 3% ในปีที่แล้ว
ปัจจัยที่ทำให้ MTI ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ในปี 2569 อีกครั้งนั้น มาจากกระแสความนิยมในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยหนุนการค้าของสิงคโปร์ และยังช่วยชดเชยผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพรุ่งนี้ (12 ส.ค.) และจากนั้นจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือนก.ค.จะปรับตัวขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท