classicliterature.it.com

เกินคาด 'เวทีธุรกิจไทย-เมียนมา' ประสบความสำเร็จ เจรจาการค้ากันคึกคัก

เวทีธุรกิจไทย-เมียนมา “THAILAND-MYANMAR Business Forum 2026” ภายใต้หัวข้อ “บทใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจไทย-เมียนมา” ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจทั้งไทยและเมียนมาชื่นชอบมารับฟังข้อมูลปัจจุบัน และเจรจาธุรกิจการค้ากันคึกคัก

เมื่อเช้าวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ สุวรรณะชฎ นายกสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ เปิดเผยถึงความสำเร็จของการจัด “THAILAND-MYANMAR Business Forum 2026” ภายใต้หัวข้อ “A New Chapter in Thailand–Myanmar Business Partnership” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในโอกาสที่ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มาเยือนประเทศไทย นับเป็นเวทีธุรกิจ “บทใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจไทย-เมียนมา” ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ และนับเป็นครั้งแรกที่ไทยและเมียนมาได้ร่วมกันจัดเวทีทางธุรกิจในระดับนี้ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันทางเศรษฐกิจจากทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วมกว่า 700 คน และดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งไทยและนานาชาติกว่า 200 คน

การที่สมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ เชิญนายกรัฐมนตรีไทย และประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มากล่าวปาฐกถาในงาน สร้างความมั่นใจให้กับนักธุรกิจไทยและเมียนมา เมื่อผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้กล่าวย้ำถึงการกระชับความสัมพันธ์ บนพื้นฐานของมิตรภาพที่มีกันมายาวนาน และมีผลประโยชน์ร่วมกันในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ยังเป็นประตูเชื่อมโยงสำคัญของอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จึงพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียนต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนทั้ง 2 ประเทศ พร้อมกันนี้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ย้ำถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้กลับมาคึกคักอีกครั้งภายในปีนี้

ปัจจุบันเมียนมาเป็นคู่ค้าต่างประเทศของไทยอันดับที่ 22 และเป็นอันดับที่ 7 ในอาเซียน ประเทศไทยถือเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนที่สำคัญอย่างยิ่งของเมียนมา โดยไทยถือเป็นผู้ลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 3 ในเมียนมา ด้วยมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 152,122 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการลงทุนมากกว่า 100 โครงการ ในสาขาพลังงาน การเกษตร อุตสาหกรรมผลิต โครงสร้างพื้นฐาน ลอจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันมูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติการส่งออกก๊าซธรรมชาติและสินค้าเกษตรจากเมียนมามายังไทย และการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม เครื่องจักร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีจากประเทศไทย และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก รวมทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคโดยรวมด้วย

ส่วนบรรยากาศในเวทีเสวนาธุรกิจแต่ละเวที ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักธุรกิจไทยและเมียนมาเข้าร่วมฟังกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเวที “โอกาสทางธุรกิจในเมียนมา” และ “คลินิกธุรกิจสำหรับนักลงทุนที่มีศักยภาพและสนใจทำธุรกิจในเมียนมา” มีคนเข้าฟังกันแน่นห้องประชุม ทุกคนสนใจอยากทราบสภาพปัจจุบันในการเข้าไปทำธุรกิจในเมียนมา เนื่องจากมีตัวแทนภาครัฐและภาคธุรกิจมาให้ข้อมูล เช่นเดียวกับอีก 3 เวทีคือ เวทึ “การสร้างสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่พร้อมสู่อนาคต เพื่อธรุกิจที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จในเมียนมา”, เวที “มุมมองใหม่ต่อการเชื่อมโยงไทยและเมียนมา : จากสิ่งที่ดำรงอยู่ มุ่งสู่โอกาสในอนาคต” และเวที “ปลดล็อคพรมแดนใหม่ของหุ้นส่วนทางธุรกิจไทย-เมียมนา :ธุรกิจใหม่ โอกาสใหม่ และการเติบโตใหม่” ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน มีทั้งตัวแทนฝ่ายไทยและเมียนมามาให้ความรู้

นอกจากนี้ จากการเข้าร่วมกิจกรรมของกรรมการบริหารสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ ได้มีโอกาสพบปะนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในเมียนมา และนักธุรกิจเมียนมาที่สนใจเรื่องการลงทุนธุรกิจทั้งในไทยและเมียนมา หลายคนดีใจที่มีการจัดเวทีธุรกิจครั้งนี้ เพราะไม่ได้มีการจัดมานานแล้ว ทำให้นักธุรกิจไทยและเมียนมาได้มีการติดต่อนัดแนะกันมาร่วมเวทีเสวนา รับฟังสภาพที่แท้จริงในปัจจุบัน เพื่อตัดสินใจเรื่องการลงทุนได้ถูกต้อง และมีจำนวนมากที่นัดมาเจรจาธุรกิจกันในงานนึ้ ตัวแทนองค์กรที่มาร่วมจัดงานต่างกล่าวว่างานนี้นับเป็นความสำเร็จที่เกิดประโยชน์มาก สำหรับภาคธุรกิจไทยและเมียนมา เนื่องจากจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องธุรกิจต่างๆ หากจะมีการจัดต่อเนื่องอีกจะเป็นเรื่องที่ดี

นายพิษณุ กล่าวว่า ความสำเร็จการจัดงาน “THAILAND-MYANMAR Business Forum 2026” ขอขอบคุณ องค์กรและหน่วยงานที่ร่วมจัดได้แก่ สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหภาพเมียนมา (UMFCCI) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่ง ประเทศไทย, ศูนย์ Casean, สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM) รวมทั้งหน่วยงานพันธมิตรและผู้ให้การสนับสนุนจากทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีของไทย และพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้กล่าวขอบคุณสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพและองค์กรที่ร่วมจัดงานได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี.

Update: 2026-08-09
Tags: