classicliterature.it.com

เจาะลึกโมเดลจีน ‘เอไอ-ยุทธศาสตร์’...พัฒนาประเทศขึ้นผู้นำโลก

เจาะลึกโมเดลจีน ‘เอไอ-ยุทธศาสตร์’…พัฒนาประเทศขึ้นผู้นำโลก

ช่วงวันที่ 22 มิถุนายน-4 กรกฎาคมที่ผ่านมา มติชน ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนสื่อมวลชนจากประเทศไทย เข้าร่วมโครงการอบรมเข้มข้นสำหรับสื่อมวลชนจากเอเชีย หรือ Immersive Workshop for Asian Professional ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่กรุงปักกิ่งและมณฑลเจียงซู ซึ่งในการอบรมครั้งมีตัวแทนสื่อมวลชนจากอีก 15 ประเทศ ที่มีโอกาสได้สัมผัสภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในมิติต่างๆ ของประเทศจีนตั้งแต่ระบบบริการภาครัฐ หุ่นยนต์อัจฉริยะ ไปจนถึงการพัฒนาเมืองและนิคมอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือของภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรม หากถูกยกระดับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่การบริหารภาครัฐ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไปจนถึงการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเมืองอัจฉริยะ

•เอไอยกระดับบริการรัฐ

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการบริหารภาครัฐและการให้บริการประชาชนของจีน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนเร่งผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ควบคู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และระบบดิจิทัลในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ สายด่วนบริการประชาชนปักกิ่ง 12345 หรือ Beijing 12345 Citizen Hotline ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นมากกว่าศูนย์รับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมืองแบบครบวงจรที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ระบบดังกล่าวแบ่งกระบวนการทำงานอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฝ่ายต้อนรับ เจ้าหน้าที่รับสาย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไปจนถึงหน่วยติดตามผล เพื่อให้ข้อร้องเรียนถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้า แจ้งผลการดำเนินงานกลับไปยังผู้ร้องเรียน และประเมินความพึงพอใจหลังการแก้ไขปัญหา ทำให้การให้บริการของภาครัฐไม่ได้จบลงเพียงการรับเรื่อง แต่ครอบคลุมตลอดกระบวนการจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข

ปัจจุบัน สายด่วน 12345 รวบรวมข้อมูลข้อร้องเรียนของประชาชนแล้วกว่า 147 ล้านรายการ พร้อมฐานข้อมูลองค์กรภาครัฐและเอกชนมากกว่า 3 ล้านแห่ง และข้อมูลชุมชนกว่า 7,000 แห่ง โดยข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาประมวลผลร่วมกับ AI และ Big Data เพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหา จัดลำดับความสำคัญ และส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ระบบยังเชื่อมโยงการทำงานของสายด่วน 64 แห่ง ครอบคลุมทั้งกรุงปักกิ่งและ 16 เขตการปกครอง ทำให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างทันท่วงที สะท้อนให้เห็นว่า AI ในจีนไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารประเทศและการให้บริการสาธารณะในปัจจุบันแล้ว

•ศูนย์รวมหุ่นยนต์แห่งอนาคต

ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทวีความเข้มข้นในปัจจุบัน ประเทศจีนกำลังเร่งยกระดับการพัฒนา “หุ่นยนต์อัจฉริยะ” ให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ การบริการ และชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่าน Robot Mall หรือศูนย์บริการหุ่นยนต์ 4S ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอี้จวง (Beijing E-Town) กรุงปักกิ่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่จัดแสดงและเชื่อมโยงธุรกิจด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะแบบมีร่างกาย (Embodied AI) แห่งแรกของโลก โดยมีเป้าหมายผลักดันหุ่นยนต์ให้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงเทคโนโลยีต้นแบบในห้องปฏิบัติการ สู่การใช้งานจริงและการต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ การเปิดให้ทดลองใช้งาน และการเชื่อมโยงผู้พัฒนา ผู้ผลิต และภาคธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน

ภายใน Robot Mall มีหุ่นยนต์มากกว่า 100 ประเภท ให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้เลือกชม ตั้งแต่หุ่นยนต์สำหรับใช้งานภายในบ้าน หุ่นยนต์เพื่อการศึกษาและการดูแลผู้สูงอายุ หุ่นยนต์ผู้ช่วยในภาคบริการ ไปจนถึงหุ่นยนต์เสมือนจริงที่จำลองบุคคลสำคัญอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์สุนัข หุ่นยนต์เล่นหมากรุก และหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิงอีกหลายรูปแบบ โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ราว 2,000 หยวน (ประมาณ 9,000 บาท) ไปจนถึงหลายล้านหยวน

นิทรรศการภายในศูนย์ ยังสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การนำเสนอพัฒนาการของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันฮิวแมนนอยด์ฮาล์ฟมาราธอนและการแข่งขัน Robot Warrior Challenge รวมถึงทำความรู้จักกับหุ่นยนต์รุ่นสำคัญอย่าง Tiangong, N2 และ Walker 2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านการเคลื่อนไหว ความเสถียรของระบบ และสมรรถนะของหุ่นยนต์รุ่นใหม่

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการนำเสนอการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ดูแลบ้าน หุ่นยนต์ผู้ช่วยด้านการศึกษา หุ่นยนต์สื่อสารทางอารมณ์ หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง รวมถึงหุ่นยนต์ชงกาแฟที่สามารถสร้างลวดลายลาเต้อาร์ตและพิมพ์ลายบนแก้วกาแฟได้อัตโนมัติ ตอกย้ำว่าหุ่นยนต์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันมากขึ้น

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและงานวิจัย หุ่นยนต์ถูกพัฒนาให้รองรับทั้งงานบริการ งานโลจิสติกส์ การทำความสะอาด การขนส่ง และการผลิตในโรงงาน โดยมีการสาธิตการทำงานร่วมกันของหุ่นยนต์หลายตัว ทั้งการคัดแยกสินค้า การประกอบชิ้นส่วน และการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของระบบอัตโนมัติในภาคการผลิตยุคใหม่

ในภาคการแพทย์และการดูแลผู้สูงอายุ Robot Mall ยังจัดแสดงโซลูชั่นหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง ตั้งแต่หุ่นยนต์ผ่าตัดรากฟันเทียม หุ่นยนต์ผ่าตัดผ่านสายสวน ไปจนถึงหุ่นยนต์ผ่าตัดกระดูก ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดระยะเวลาการผ่าตัด และลดความเสี่ยงทางคลินิก พร้อมนำเสนอ “สถานีดูแลผู้สูงอายุอัจฉริยะด้วยหุ่นยนต์” ที่กรุงปักกิ่งกำลังผลักดันเป็นต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแห่งอนาคต

Robot Mall จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรม แต่เป็นภาพสะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนในการเร่งสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบการใช้งานจริง การสร้างตลาด ไปจนถึงการผลักดันให้หุ่นยนต์ก้าวเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันในวงกว้าง เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ

•ซูโจว เมืองเก่าสู่ฮับเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรุงปักกิ่ง แต่ยังขยายตัวไปยังเมืองเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและฐานการผลิตที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน

ซูโจวเป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซู มีอาณาเขตติดกับนครเซี่ยงไฮ้ และอยู่ใจกลางพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี จนได้รับสมญานามว่า “นครแห่งสายน้ำตะวันออก” และ “สวรรค์บนดิน” เมืองแห่งนี้ยังอุดมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก ทั้งสวนจีนโบราณ 9 แห่ง อาทิ สวนจัวเจิ้ง (Humble Administrators Garden) รวมถึงบางช่วงของคลองใหญ่ (Grand Canal) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ขณะเดียวกัน ซูโจวยังเป็นแหล่งกำเนิดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น งิ้วคุนชวี่ (Kunqu Opera) ผ้าไหมซ่งจิ่น (Song Brocade) และกรรมวิธีผลิตชาบีลั่วชุน (Biluochun Tea) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเช่นเดียวกัน

เบื้องหลังภาพลักษณ์ของเมืองประวัติศาสตร์ ซูโจวยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของจีน โดยสถานที่ที่คณะผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปศึกษาดูงาน คือ Suzhou Industrial Park (SIP) นิคมอุตสาหกรรมระดับโลกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน

นิคมอุตสาหกรรมซูโจว หรือ SIP ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2537 ครอบคลุมพื้นที่ 288 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองเก่าซูโจวภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีนและรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นโครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของทั้งสองประเทศ จีนได้นำรูปแบบการบริหารจัดการของสิงคโปร์มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของตนเอง พร้อมผสานจุดแข็งของซูโจวในฐานะเมืองอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี

ความสำเร็จของ SIP สะท้อนผ่านศักยภาพทางเศรษฐกิจของเมืองซูโจว โดยในปี 2568 เมืองมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในเมือง (GDP) ราว 387,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ซูโจวติดอันดับ 1 ใน 6 เมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่ และอยู่ในกลุ่มประมาณ 20 เมืองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก

ปัจจุบัน ซูโจวมีบริษัทต่างชาติประกอบธุรกิจกว่า 19,000 แห่ง และเป็นฐานการลงทุนของบริษัทในกลุ่ม Fortune Global 500 จำนวน 185 บริษัท ผ่านโครงการลงทุนมากกว่า 500 โครงการ นอกจากนี้ ยังมีเขตพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติถึง 14 แห่ง โดยมี China-Singapore Suzhou Industrial Park เป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนความสำเร็จของการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน

สิ่งที่ทำให้ SIP แตกต่างจากนิคมอุตสาหกรรมทั่วไป ไม่ได้อยู่เพียงการจัดหาพื้นที่หรือสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุน หากแต่เป็นการพัฒนาระบบบริหารภาครัฐควบคู่กันไป โดยมุ่งสร้างบริการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ตัวอย่างสำคัญคือแพลตฟอร์ม Easy-Gov.SIP ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เปิดให้นักลงทุน ผู้ประกอบการ ชาวต่างชาติ นักศึกษาต่างชาติ และประชาชน สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐผ่านช่องทางเดียว ตั้งแต่การขอใบอนุญาต การจดทะเบียนธุรกิจ ไปจนถึงการดำเนินการด้านเอกสารต่างๆ ระบบดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนทางราชการ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

ในหลายประเทศกำลังพัฒนา ความล่าช้าของขั้นตอนราชการและกฎระเบียบยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุน แต่สำหรับ SIP ภาครัฐกลับทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและผู้อำนวยความสะดวก ทำให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้สามารถดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน SIP ยังแตกต่างจากนิคมอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้น โดยเลือกวางยุทธศาสตร์การพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม อุตสาหกรรมหลักของพื้นที่ครอบคลุมเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ชิปอิเล็กทรอนิกส์ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ควบคู่กับการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ เครื่องจักรความแม่นยำสูง และอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่

นอกจากนี้ SIP ยังผลักดันอุตสาหกรรมชีวการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมการวิจัยและพัฒนายา เทคโนโลยีชีวภาพ วัคซีน และอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงการพัฒนานาโนเทคโนโลยี วัสดุขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ยานยนต์ไร้คนขับ พลังงานสะอาด แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีไฮโดรเจน และอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของ SIP จากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแท้จริง

แม้ประเทศไทยจะมีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างจากจีน แต่การใช้ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการลงทุน อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้และพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Update: 2026-08-09
Tags: