สวนป่าลาดกระทิง ปลูกไม้โตเร็ว ทำถ่าน ปลูกสมุนไพร เพิ่มรายได้ในสวนป่า - เทคโนโลยีชาวบ้าน
ช่วงสายวันหนึ่ง เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 วิ่งผ่านอำเภอพนมสารคาม เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3259 ไปยังอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่ “สวนป่าลาดกระทิง” ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)
สวนป่าลาดกระทิง
สวนป่าลาดกระทิง เดิมเป็นสวนป่าที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แควระบม-สียัด เริ่มดำเนินการปลูกป่าในปี 2511 และตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับอนุมัติให้นำเงินค่าปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทานจากแหล่งอื่นมาดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่โครงการปลูกสร้างสวนป่าลาดกระทิง ปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่โครงการปลูกสร้างสวนป่าลาดกระทิง โดยได้ปลูกสร้างสวนป่าตามเงื่อนไขสัมปทานเรื่อยมาจนถึงปี 2532 การปลูกป่าในลักษณะนี้ก็ได้หยุดลง เนื่องจากในปี 2532 รัฐบาลประกาศให้ยกเลิกสัมปทานทำไม้ (ป่าบก) จึงมีเพียงการปลูกและบำรุงรักษาสวนป่าเดิมให้เป็นไปตามพันธกรณีเท่านั้น ปัจจุบันงานสวนป่าลาดกระทิง เป็นสวนป่าโครงการที่ 6 สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตศรีราชา องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ภาคกลาง ของ อ.อ.ป.

ปัจจุบัน สวนป่าลาดกระทิง มีพื้นที่ในความรับผิดชอบทั้งสิ้น 19,187.06 ไร่ ที่นี่ปลูกไม้ยูคาลิปตัสเป็นหลัก ถึงร้อยละ 34 รองลงมาเป็นสวนป่าไม้กระถินเทพา ร้อยละ 26 ปลูกไม้สัก ร้อยละ 7 และปลูกยางพารา ร้อยละ 2 แต่ในอนาคต สวนป่าลาดกระทิง เตรียมตัดโค่นสวนยางทิ้งตามนโยบายรัฐบาล ปรับพื้นที่สวนยางเดิมนำมาปลูกไม้เศรษฐกิจชนิดอื่นแทนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า พื้นที่ที่เหลืออีก ร้อยละ 31 ใช้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ แปลงทดลองและเตรียมแปลงปลูกสร้างสวนป่าในอนาคต
การปลูกสร้างสวนป่าแปลงใหม่
คุณจอง มงคลสกุลฤทธิ์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ภาคกลาง กล่าวว่า งานปลูกสร้างสวนป่าแปลงใหม่ของสวนป่าลาดกระทิง ในปี 2561 ได้ปลูกไม้ยูคาลิปตัส จำนวน 1,222 ไร่ โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม โดยมีการจ้างแรงงานชุมชนท้องถิ่น เป็นการสร้างงานสร้างรายได้อย่างหมุนเวียน เช่น การเตรียมพื้นที่ปลูก การปลูก การกำจัดวัชพืช การบำรุงรักษา ฯลฯ ในอัตราจ้างอย่างเป็นธรรมสอดคล้องกับค่าจ้างแรงงาน

นอกจากนี้ อ.อ.ป. ได้เปลี่ยนทฤษฎีการปลูกป่าแบบดั้งเดิม (Plantation) การปลูกป่าด้วยระยะปลูกที่กำหนดจากการมุ่งเน้นผลอัตราการเจริญเติบโตของต้นไม้และรูปทรง โดยมีการปรับปรุงพัฒนาในด้านระยะปลูกให้สอดคล้องกับพื้นที่ ทำให้มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ขององค์กรในด้านเศรษฐกิจ
อ.อ.ป. ปรับทฤษฎีการปลูกป่าเศรษฐกิจใหม่ โดยใช้รูปแบบปลูกป่าแบบวนเกษตร (Agroforestry) จากเดิมที่กำหนดระยะการปลูกไม้ที่ระยะ 2×3 เมตร และ 2×4 เมตร เข้าสู่ระบบแถวคู่ 1x2x6 เมตร และ 1.5×1.5×4.5 เมตร เปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนรอบสวนป่าเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ในรูปแบบวนเกษตร ช่วยให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมีอาชีพและรายได้จากการทำสวนป่าแนวใหม่ได้อย่างยั่งยืน
“อ.อ.ป. อนุญาตให้ชาวบ้านในชุมชนรอบสวนป่า เข้ามาปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง สับปะรด พืชสมุนไพร ฯลฯ แทรกระหว่างแถวของไม้โตเร็วและไม้โตช้า ชาวบ้านสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติในช่วงระยะเวลา 2-4 ปี สำหรับไม้โตเร็วที่ อ.อ.ป. ปลูก เช่น ไม้ยูคาลิปตัส หรือไม้กระถินเทพณรงค์ ฯลฯ จะตัดฟันรอบแรกในปีที่ 3-4 ซึ่งไม้โตเร็วกลุ่มนี้สามารถแตกหน่อได้ก็จะเลี้ยงหน่อต่อไป ระหว่างนั้นชาวบ้านก็สามารถเพาะปลูกพืชร่วมแปลงในสวนป่าได้ตามปกติ” ผอ. จอง กล่าว

ทั้งนี้ สวนป่าลาดกระทิง ได้ทดลองใช้ทฤษฎีวนเกษตรกับชุมชนรอบสวนป่ามาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ 12 คน อนุญาตให้ปลูกสับปะรดร่วมแปลงสวนป่า 453 ไร่ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร 3.6 ล้านบาท ปีต่อมา มีชาวบ้านอีก 148 ราย ยื่นขอใช้ประโยชน์พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 7,664 ไร่ มีรายได้จากผลผลิต 3 ล้านกว่าบาท หลังจากนั้นชาวบ้านก็เข้าร่วมกิจกรรมทุกปี
โดยปี 2560 มีเกษตรกร 132 ราย ขอใช้พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังร่วมแปลงสวนป่า 6,511 ไร่ มีรายได้จากการขายผลผลิต 26 ล้านบาท และเกษตรกร 7 ราย ขอใช้พื้นที่ 425 ไร่ ปลูกสับปะรด ขายผลผลิตได้ 10 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็อนุญาตเข้ามาเก็บของป่า (ไม่ใช่ไม้ปลูก) เช่น น้ำผึ้งป่า เห็ด จับปลาในลำห้วย ฯลฯ เนื่องจากสวนป่าลาดกระทิงมีเนื้อที่กว้างขวาง แต่ อ.อ.ป. มีข้อจำกัดเรื่องบุคลากรที่จะดูแลตรวจตราสวนป่า จึงอาศัยชาวบ้านที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในสวนป่าเหล่านี้ช่วยกันดูแลรักษาสวนป่า ซึ่งเป็นที่ทำกินของพวกเขา รวมทั้งเป็นหูเป็นตาสกัดการลักลอบตัดไม้ของพวกนายทุนไปพร้อมๆ กัน

เนื่องจากสวนป่าลาดกระทิง ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ด้านการอนุรักษ์ เป็นแนวเขตกันชน บริเวณป่าธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสังคมพืชและสัตว์ ที่มีความหลากหลายทางชีวิตในพื้นที่สวนป่า จึงกำหนดข้อห้ามให้ชาวบ้านที่เข้ามาปลูกพืชร่วมแปลงสวนป่าหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกพืช หากจำเป็นต้องใช้ ผู้ใช้ต้องมีความรู้และใช้อย่างถูกวิธี มีระบบการจัดเก็บสารเคมีอย่างถูกต้อง และทำลายขยะสารเคมีอย่างถูกวิธี ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในสวนป่า
สวนป่าลาดกระทิง มีแผนการผลิตกล้าไม้เศรษฐกิจเป็นประจำทุกปี โดยกล้าไม้ที่ผลิต เช่น ยูคาลิปตัส กระถินเทพาและไม้ดีมีค่า ซึ่งถือเป็นไม้เศรษฐกิจที่มีรอบอายุการตัดฟันหรือการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่แตกต่างกัน โดยไม้ยูคาลิปตัส ระยะเวลารอบตัดฟัน 5-8 ปี กระถินเทพณรงค์ ระยะเวลาการตัดฟัน 5-6 ปี หรือมากกว่านั้น ส่วนไม้ดีมีค่าประเภทไม้สัก ไม้แดง ไม้พะยูง ฯลฯ ระยะเวลารอบตัดฟันมากกว่า 10 ปี

เนื่องจากปัจจุบันกล้าที่ผลิตจากเมล็ดไม่ได้รับความนิยมและมีอัตราความเจริญเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอ งานสวนป่าลาดกระทิงจึงคิดริเริ่มการผลิตกล้าตัดชำ (Cutting) จากต้นแม่พันธุ์ที่มีอยู่ในสวนป่าลาดกระทิง ทั้งไม้ยูคาลิปตัส และกระถินเทพณรงค์ ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจตัวใหม่ ที่ อ.อ.ป. เตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มในอนาคต เพราะต้นกระถินณรงค์มีกิ่งก้านเยอะ ขณะที่ต้นกระถินเทพณรงค์มีลำต้นเปลาตรง
“ป่าลาดกระทิง” แหล่งเรียนรู้ปลูกไม้โตเร็ว
ผอ. จอง กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน สวนป่าลาดกระทิงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการทำไม้เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผลิตไม้โตเร็ว ประเภทไม้ยูคาลิปตัส ไม้กระถินเทพา รวมทั้ง กระถินเทพณรงค์ ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่จากผลงานวิจัยของกรมป่าไม้ งานสวนป่าลาดกระทิงได้วางแผนการทำไม้ตามหลักวิชาการและตามสัญญาซื้อขาย โดยควบคุมการทำไม้ให้เป็นไปตามสัญญาการทำไม้และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและป้องกันความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการทำไม้

ขณะเดียวกัน สวนป่าลาดกระทิง มีรายได้เสริมจากการผลิตถ่านไม้ โดยมีกำลังการผลิตถ่าน จำนวน 6 เตา สามารถผลิตถ่านได้เดือนละ 375 กระสอบ ปีละ 4,500 กระสอบ โดยไม้ที่นำมาเผาถ่านเป็นเศษไม้ปลายไม้ที่เหลือจากการทำไม้ โดยมีการขออนุญาตตามกฎหมายทุกขั้นตอน
ทุกวันนี้ สวนป่าลาดกระทิงยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชสมุนไพรในสวนป่าเศรษฐกิจ สืบเนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการตามแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 ปี 2560-2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย อ.อ.ป. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในสวนป่าเศรษฐกิจของ อ.อ.ป. ทั่วประเทศ ระหว่างปี 2560-2564 อ.อ.ป. กำหนดจัดหาเกษตรกรที่อาศัยอยู่รอบสวนป่าเข้าร่วมโครงการปีละ 600 ไร่
ผอ. จอง กล่าวว่า อ.อ.ป. มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนให้สวนป่า อ.อ.ป. ทั่วประเทศ เป็นรากฐานการผลิตสมุนไพรมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคอาเซียน และส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่อาศัยอยู่รอบสวนป่า อ.อ.ป. สำรวจความเหมาะสมของพื้นที่สวนป่า พร้อมจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรเข้ามาปลูกสมุนไพร โดยกำหนดชนิดพืชสมุนไพรที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในสวนป่า ได้แก่ กระชาย ขมิ้นชัน โป๊ยกั้ก มะกรูด มะแว้งเครือ มะขามป้อม งาดำ พริกไทย รวมพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้น 3,000 ไร่ ตลอดระยะเวลา 5 ปี

อ.อ.ป. ได้ประสานความร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณภาพของผลผลิตก่อนเริ่มจำหน่าย ทั้งนี้ อ.อ.ป. ทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการปลูกดูแลพืชสมุนไพร กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมติดตามผลการเจริญเติบโต รวมทั้งวางแผนการเก็บเกี่ยวและการแปรรูป
ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวกับ อ.อ.ป. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (สำนักบริหารกลาง) 76 ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 โทร.02-282-3243-7 ต่อ 101-103 (วันและเวลาราชการ)
……………
เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2562
Tags
Related Posts
ถั่วเหลือง เป็นพืชที่พบในประเทศจีน เมื่อเกือบ 5,000 ปีที่แล้ว บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง จากนั้นแพร่กระจายพันธุ์ไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีก่อนเข้าสู่ยุโรปและอเมริกา ถั่วเหลือง เป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดสำหรับวัว อเมริกามีพื้นที่การปลูกถั่วเหลืองและผลผลิตมากที่สุดในโลก ประเทศไทย เริ่มปลูกถั่วเหลืองกันกว่า 200 ปีแล้ว สันนิษฐานว่าเมล็ดพันธุ์ได้มาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทย สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 หน่วยงานของรัฐได้มีการปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้เหมาะสมกับภูมิอากาศบ้านเรา เช่น พันธุ์สุโขทัย 1-3 พันธุ์นครสวรรค์ 1 พันธุ์เชียงใหม่ 60 พันธุ์ สจ.4 และ สจ.5 ปัจจุบันนี้ การผลิตถั่วเหลืองยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้มีการนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศมาบริโภคในครัวเรือนและส่วนใหญ่นำเข้ากากถั่วเหลืองมาเพื่อผลิตอาหารสัตว์ พื้นที่ปลูกในประเทศจะเป็นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกถั่วเหลืองมากที่สุดเนื่องจากอากาศค่อนข้างเย็นกว่าภาคอื่น ถึงแม้ว่าถั่วเหลืองไม่ใช่พืชบ้านเรา แต่ก็มีการนำถั่วเหลืองมาใช้บริโภคกันอย่างแพร่หลาย เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำนมถ
8 สิงหาคม 2569
ช่วงสายวันหนึ่ง เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 วิ่งผ่านอำเภอพนมสารคาม เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3259 ไปยังอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่ “สวนป่าลาดกระทิง” ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) สวนป่าลาดกระทิง สวนป่าลาดกระทิง เดิมเป็นสวนป่าที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แควระบม-สียัด เริ่มดำเนินการปลูกป่าในปี 2511 และตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับอนุมัติให้นำเงินค่าปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทานจากแหล่งอื่นมาดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่โครงการปลูกสร้างสวนป่าลาดกระทิง ปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่โครงการปลูกสร้างสวนป่าลาดกระทิง โดยได้ปลูกสร้างสวนป่าตามเงื่อนไขสัมปทานเรื่อยมาจนถึงปี 2532 การปลูกป่าในลักษณะนี้ก็ได้หยุดลง เนื่องจากในปี 2532 รัฐบาลประกาศให้ยกเลิกสัมปทานทำไม้ (ป่าบก) จึงมีเพียงการปลูกและบำรุงรักษาสวนป่าเดิมให้เป็นไปตามพันธกรณีเท่านั้น ปัจจุบันงานสวนป่าลาดกระทิง เป็นสวนป่าโครงการที่ 6 สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตศรีราชา องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ภาค
8 สิงหาคม 2569
น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันกลิ่นหอมที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในพืชแต่ละชนิดเช่น สารterpinenในน้ำมันไพลมีสรรพคุณคลายกล้ามเนื้อ สาร eugenol ในน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชตระกูลกะเพราช่วยดึงดูลแมลง ส่วนสาร Citronellol oil จากใบตะไคร้หอมช่วยไล่แมลง ขณะที่สารชาวิโคล (Chavicol) จากใบพลูมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด ทุกวันนี้ น้ำมันหอมระเหยของไทย ที่สกัดจากพืชสมุนไพรตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ และเปลือกไม้ โดยน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่ได้จากการกลั่นแยกจะมีกลิ่นหอมและติดทนกว่าน้ำมันหอมระเหยที่ผสมจากสารเคมีเลียนแบบธรรมชาติแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางยาที่โดดเด่นมีสารประกอบที่มีกลไกออกฤทธิ์ที่มีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการไข้ ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนได้ ฯลฯ จึงเป็นที่ต้องการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก น้ำมันหอมระเหย ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องหอมและสปา ทำหน้าที่สร้างเอกลักษณ์และบำบัดด้วยกลิ่น (Aromathera
7 สิงหาคม 2569
การทำอาชีพเกษตรเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้หลายๆ ครอบครัวได้มาทำกิจกรรมรวมกัน โดยที่ไม่ต้องออกไปทำงานยังเมืองใหญ่เพื่อหารายได้ ซึ่งการยึดอาชีพการเป็นเกษตรกรอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เมื่อมีประสบการณ์ได้ลองผิดลองถูก พร้อมทั้งมีกำลังใจจากคนในครอบครัวที่ให้การสนับสนุนกันอยู่ตลอด สิ่งนี้เองจึงทำให้เกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากจะมีความสุขที่ได้มาทำเกษตรแล้ว ความสุขแท้ที่ได้รับคือทุกคนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา และรักษาสิ่งที่กำลังทำเป็นมรดกส่งต่อไปให้ลูกหลานต่อไป คุณอิษฏ์ฐะ ทองเจิม หรือ คุณเบส ได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่มากำหนดชีวิตในสายอาชีพใหม่ โดยปรับการทำเกษตรของครอบครัวสมัยคุณพ่อคุณแม่ แบ่งมาทำเป็นเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 2 ไร่ แต่สามารถสร้างรายได้ทุกวัน จากจุดเริ่มต้นนี้เองสวนเกษตรผสมผสานของเขา จึงไม่ได้จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนในด้านแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้สนใจท่านอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาองค์ความรู้นำไปพัฒนาในที่ดินของตัวเอง คุณเบส เล่ามุมมองของอาชีพสมัยก่อนให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาแล้วได้ทำตามความฝันของครอบครัว คือการทำง
7 สิงหาคม 2569
ขนุนไม้ผลคู่บ้านที่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ การปลูกให้ดีและผลมีคุณภาพ รวมไปถึงมีรสชาติที่อร่อยต้องทำอย่างไร เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์มีคำตอบ การปลูกขนุน ในบริเวณที่ลุ่มน้ำท่วมถึง ต้องยกร่องเสียก่อน เพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึงโคนต้น นอกจากนั้น การมีร่องสวนจะสะดวกในการให้น้ำและระบายออก ขนาดของร่องควรกว้างอย่างน้อย 6 เมตร คูน้ำกว้าง 1.5 เมตร ความยาวของร่องแล้วแต่ขนาดของพื้นที่หลังร่อง ยิ่งสูงมากยิ่งดี รากขนุนจะได้เจริญอย่างเต็มที่ เมื่อขุดร่องเสร็จแล้วควรปรับปรุงดิน โดยการขุดตากดิน ใส่ปุ๋ยคอกเก่าๆ ปุ๋ยหมัก เพื่อให้ดินร่วนซุยด้วย เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นพื้นที่ดินเหนียวควรปลูกพืชล้มลุก หรือพืชตระกูลถั่ว 2-3 ครั้ง จะทำให้ดินร่วนซุยดีขึ้น หรือใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักมากๆ จึงค่อยปลูกขนุนภายหลัง สำหรับพื้นที่ที่เป็นร่องสวนเก่า มีคันคูอยู่แล้ว เคยปลูกพืชอย่างอื่นจนดินร่วนซุยดี อาจจะปรับปรุงดินอีกเล็กน้อย ก็สามารถปลูกได้ ระยะการปลูกขนุน ทั้งแบบยกร่องและปลูกแบบไร่ ควรปลูกให้เป็นแถวเป็นแนว เพื่อสะดวกในการดูแลรักษาและการปฏิบัติงานสวน การปลูกในพื้นที่ดอน ควรให้ระยะห่างระหว่างต้น หรือระหว่างหลุม คือ 8×8
7 สิงหาคม 2569
ปลานิล เป็นปลาน้ำจืดที่ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะปลานิลนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำปรุงให้สุก หรือนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จึงทำให้ปลานิลถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคอีสานที่มีการเลี้ยงทั้งในบ่อดินและกระชังในแม่น้ำ คุณบังอร สมสุข รองประธานฝ่ายเลี้ยงปลาและผลิต วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสว่างวีระวงศ์ ได้เห็นถึงช่องทางการสร้างรายได้จากการเลี้ยงปลานิล ทำให้เธอได้ศึกษาการเลี้ยงอย่างจริงจัง และต่อยอดการเลี้ยงแบบมีคุณภาพ ปลานิลที่เลี้ยงมีการทำตลาดหลากหลายตั้งแต่ส่งพ่อค้าแม่ค้า และนำปลาที่เลี้ยงส่งขายให้กับกลุ่มเพื่อทำการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพ สานต่ออาชีพจากคุณพ่อ คุณบังอร เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่คุณพ่อได้เสียชีวิตมาระยะหนึ่ง ในเวลานั้นได้เรียนปลานิลเป็นอาชีพอยู่ด้วย ซึ่งเธออยู่กับคุณพ่อทำให้ต้องมารับช่วงต่อในการเลี้ยงปลานิล โดยจากเดิมที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงมากนัก จึงได้ศึกษาจากเพื่อนๆ เกษตรกรท่านอื่
7 สิงหาคม 2569