สาวไทยให้ข้อมูล ตร.ในฐานะพยาน ขยายผลคดีหิ้วไอซ์ซุกซองกาแฟ
วันนี้ (1 ส.ค.2569) ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเชิญ น.ส.จุฑาทิพย์ มาให้ข้อมูลทันทีหลังกลับถึงประเทศไทย หลังเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นควบคุมตัวที่สนามบินฟุกุโอกะ จากกรณีตรวจพบไอซ์หนักประมาณ 900 กรัมซุกซ่อนอยู่ในถุงกาแฟ ก่อนที่อัยการญี่ปุ่นจะมีคำสั่งไม่ฟ้องและส่งตัวกลับประเทศไทย โดยมีครอบครัวมารอพบที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
ตำรวจสรุปเหตุการณ์ที่ น.ส.จุฑาทิพย์ ถูกควบคุมตัวที่สนามบินฟุกุโอกะ ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ จึงควบคุม น.ส.จุฑาทิพย์ ไว้สอบสวน ประกอบกับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ไทยว่ามีการแจ้งความ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และตำรวจไทยได้จับเครือข่ายชาวเวียนนามได้บางส่วนแล้ว
หลังจาก น.ส.จุฑาทิพย์ ถูกควบคุมตัวเกือบ 20 วัน อัยการประเทศญี่ปุ่นจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยหลังให้ข้อมูลตำรวจ น.ส.จุฑาทิพย์ ให้สัมภาษณ์เตือนกลุ่มคนที่รับหิ้วของว่า ให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะหากถูกจับดำเนินคดีในต่างประเทศ ไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับเป็นค่าจ้าง
ขณะที่ พล.ท.ต.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า คดีนี้ออกหมายจับแล้ว 2 คนคือ นายแบง ชาวเวียดนาม และ น.ส.ฮ ชาวไทย โดยขณะนี้ น.ส.โฮ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ นอกจากนี้การสืบสวนยังพบผู้เกี่ยวข้องอีก 2 คนคือ นายเหงียน และนายถัง ซึ่งเป็นพี่น้องชาวเวียดนาม โดยนายเหงียนเป็นสามีของ น.ส.โฮ ส่วนนายถังติดบัญชีห้ามเข้าประเทศไทย โดยพบว่าทำหน้าที่ควบคุมเส้นทางการเงินของเครือข่ายจากประเทศเวียดนาม
สาวไทยให้ข้อมูล ตร.ในฐานะพยาน ขยายผลคดีหิ้วไอซ์ซุกซองกาแฟ
ตำรวจพบว่า นายแบง ใช้ชื่อ ING ING ติดต่อรับส่งสินค้าผ่านกลุ่มไลน์รับหิ้วของไปญี่ปุ่น และว่าจ้าง น.ส.จุฑาทิพย์ เป็นผู้ขนสินค้า ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายแบงเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ก่อนไปซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ในวันที่ 10 ก.ค. โดยนำสินค้ามาแพ็กรวมกับซองกาแฟ แล้วจ้างไรเดอร์ส่งพัสดุไปยังบ้านของ น.ส.จุฑาทิพย์ ในคืนวันเดียวกัน
หลังส่งพัสดุ นายแบงเดินทางออกจากประเทศไทยผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 จ.นครพนม ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายถังเป็นผู้สั่งการให้โอนเงินค่าซื้อสินค้าและค่าจัดส่งผ่าน น.ส.โฮ ซึ่งเป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารในประเทศไทยดำเนินการโอนค่าจ้างให้ น.ส.จุฑาทิพย์
จากการตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 1 ปี พบเงินหมุนเวียนกว่า 12 ล้านบาท มีลักษณะเงินเข้าและโอนออกทันที ตำรวจจับกุม น.ส.โฮ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. เบื้องต้นให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าเป็นผู้บริหารจัดการเงินผ่านบัญชีของตนเอง แต่ระบุว่าทำตามคำสั่งของนายแบง
ส่วนนายเหงียนยังอยู่ในประเทศไทย ตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงการร่วมกระทำผิด ขณะที่นายแบงหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ด้านไรเดอร์ที่นำพัสดุไปส่งให้ผู้ต้องหา ตำรวจสอบปากคำในฐานะพยาน พบว่าเป็นการรับงานผ่านแอปพลิเคชันตามปกติ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
อ่านข่าว
ยิงสนั่นในวัดดังย่านบางกะปิ เสียชีวิต 1 เจ็บ 2 คน ผู้ก่อเหตุหลบหนี
"อนุทิน" จ่อเร่งคดีฆาตกรรม 2 พี่น้องรัสเซีย เชื่อผู้ก่อเหตุได้รับโทษสาสม
"คลัง" เผย ปชช.ยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.99 ล้านคน