Polestar 4 SUV เพิ่มพื้นที่และกระจกประตูหลัง มอเตอร์คู่ 544 แรงม้า วิ่งไกล 630 กม. - HeadLight Magazine
3 กันยายน 2026 เวลา 11:02 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 11 ครั้ง
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 Polestar เปิดตัว Polestar 4 เวอร์ชั่น SUV อย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกใหม่ของตระกูล Polestar 4 นำพื้นฐานด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และสมรรถนะจาก Polestar 4 Coupé ที่เปิดตัวไปก่อนหน้ามาปรับให้ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยตัวถังด้านท้ายที่ตั้งตรงกว่าเดิม เพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ ไฮไลท์อยู่ที่การติดตั้งกระจกบังลมหลังของจริงที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย หรือหากจะบรรทุกสัมภาระจนเต็มพื้นที่ก็ยังสามารถมองผ่านกล้องได้เช่นเดียวกัน ไม่จำกัดการใช้งานแบบเวอร์ชั่น Coupe

ภายนอกของ Polestar 4 SUV ยังคงแนวทางการออกแบบของรุ่น Coupé ด้วยตัวถังทรงลู่ลมและสัดส่วนที่ดูทรงพลัง มาพร้อมไฟหน้า Dual Blade และโลโก้ Polestar แบบเรืองแสงอันเป็นอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ แต่ส่วนท้ายได้รับการออกแบบใหม่ให้มีแนวหลังคาที่ตรงขึ้นและประตูท้ายตั้งชันกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ ขณะที่ราวหลังคาแบบเต็มความยาวรองรับน้ำหนักแบบไดนามิกได้สูงสุด 100 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีสีตัวถังให้เลือกถึง 8 สี พร้อมสีใหม่อย่างสีทอง Aurora และสีขาว Ozone ซึ่งสามารถเลือกเป็นพื้นผิวด้านได้

ห้องโดยสารยังคงแนวคิดแบบมินิมอลและเน้นเทคโนโลยีเช่นเดียวกับ Polestar 4 Coupé โดยมีระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Lighting ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบสุริยะ ให้ผู้โดยสารเลือกธีมบรรยากาศภายในได้ ขณะที่หน้าจอกลางแบบแนวนอนและหน้าจอผู้ขับยังคงเป็นศูนย์กลางของระบบดิจิทัล พร้อมเพิ่มจำนวน Widget Shortcut บนหน้าจอหลักจาก 6 เป็น 9 รายการ ส่วนระบบเครื่องเสียงจาก Harman Kardon Premium Sound แบบ 12 ลำโพง กำลังขับ 1,400 วัตต์ มีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมและได้รับการปรับจูนเฉพาะสำหรับรุ่น SUV

จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่พื้นที่โดยสารตอนหลัง ซึ่งการออกแบบส่วนท้ายแบบ SUV ช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะให้ผู้โดยสารแถวที่ 2 อีก 2.5 เซนติเมตร พร้อมหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาดใหญ่ขึ้นและลากยาวไปจนถึงด้านท้ายรถ โดยหลังคากระจกมาตรฐานสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99.5% ส่วนหลังคากระจก Electrochromic แบบปรับความทึบด้วยไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เสริมเฉพาะรุ่น SUV สามารถเลือกให้โปร่งใส ทึบแสง หรือปรับความทึบเฉพาะบางส่วนได้

ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระ Polestar 4 SUV มีความจุรวมสูงสุด 1,680 ลิตร แบ่งเป็นพื้นที่ด้านท้าย 530 ลิตรเมื่อวัดถึงระดับพนักพิงเบาะ และเพิ่มเป็น 655 ลิตรเมื่อวัดถึงหลังคา หากพับเบาะหลังแบบ 60:40 สามารถเพิ่มความจุพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุด 1,665 ลิตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าหรือ frunk อีก 15 ลิตร ทำให้ตัวรถมีความอเนกประสงค์มากกว่า Polestar 4 Coupé อย่างชัดเจน

ขุมพลังมีให้เลือก 2 รุ่น บนพื้นฐานงานวิศวกรรม SEA โดยรุ่น Dual motor AWD ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 686 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.9 วินาที และวิ่งได้ไกลสูงสุด 600 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP

ส่วนรุ่น Rear motor ให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที และมีระยะทางขับขี่สูงสุด 630 กิโลเมตร ทั้งสองรุ่นติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รองรับชาร์จ DC สูงสุด 200 kW และ AC สูงสุด 22 kW ในบางตลาด

สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่เน้นความสปอร์ตมากขึ้น มีแพ็กเกจ Performance Pack ซึ่งเพิ่มช่วงล่างที่ปรับจูนใหม่ โช้กอัพ Adaptive จาก ZF ระบบเบรกสมรรถนะสูง Brembo คาลิเปอร์สี Swedish Gold รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว พร้อมยาง Pirelli P Zero นอกจากนี้ Polestar 4 SUV ยังรองรับระบบ Vehicle-to-Load หรือ V2L จ่ายไฟออกไปยังอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW รวมถึงมีโหมด Camping Mode ที่สามารถเปลี่ยนรถให้เป็นพื้นที่พักผ่อนพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและความบันเทิง ขณะที่ระบบ Google Gemini ช่วยให้ผู้ขับสามารถสั่งงานรถ วางแผนการเดินทาง แปลภาษา และสนทนากับระบบด้วยภาษาธรรมชาติ

Polestar 4 SUV เปิดราคาจำหน่ายในเยอรมนี เริ่มต้นที่ 57,900 ยูโร หรือประมาณ 2.2 ล้านบาท สำหรับรุ่น Rear motor และ 65,900 ยูโร หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท สำหรับรุ่น Dual motor ส่วนรุ่นที่ติดตั้ง Performance Pack เริ่มต้นที่ 76,300 ยูโร หรือประมาณ 3.0 ล้านบาท โดยราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ยังไม่รวมค่าดำเนินการส่งมอบ รถทุกรุ่นผลิตที่โรงงานในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2026 และเตรียมส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้ากลุ่มแรกในไตรมาส 4 ปี 2026
ที่มา: Polestar
polestar Polestar 4 Polestar 4 SUV