Pagani Utopia Roadster เปิดประสบการณ์ไฮเปอร์คาร์เปิดประทุนสุดหรู หลังคาหายไป แต่ความยอดเยี่ยมยังอยู่ครบ - Carvariety
Pagani Utopia Roadster คือการนำสุดยอดไฮเปอร์คาร์อย่าง Utopia มาถอดหลังคาออก พร้อมปรับปรุงงานวิศวกรรมครั้งใหญ่ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งและสมรรถนะให้ใกล้เคียงกับรุ่นคูเป้มากที่สุด ผลลัพธ์คือรถเปิดประทุนที่ผสมผสานความหรูหรา งานศิลป์ และประสบการณ์การขับขี่แบบอะนาล็อกได้อย่างลงตัว
แม้จะมีค่าตัวสูงถึง 3.1 ล้านยูโร หรือประมาณ 120 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่สำหรับรถที่ผลิตอย่างจำกัดและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Pagani Utopia Roadster กลับถูกมองว่าเป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่น่าครอบครองที่สุดในยุคนี้
Pagani Utopia Roadster ผลิตเพียง 130 คัน และขายหมดแล้ว

หากกำลังคิดว่าอยากสั่งซื้อ Pagani Utopia Roadster สักคัน ต้องบอกว่าแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะรถทั้ง 130 คันถูกจับจองหมดแล้ว เช่นเดียวกับ Pagani Utopia Coupe ที่ผลิตเพียง 99 คันและขายหมดเรียบร้อย
Pagani ยังคงเดินแนวทางของตัวเอง โดยไม่ได้เข้าร่วมสงครามตัวเลขแรงม้าของเหล่าไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่ แต่กลับให้ความสำคัญกับงานออกแบบ งานฝีมือ และประสบการณ์การขับขี่ ซึ่งแนวทางดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมาก
เครื่องยนต์ V12 6.0 ลิตร Twin-Turbo 852 แรงม้า

หัวใจสำคัญของ Pagani Utopia Roadster ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร Twin-Turbo จาก AMG ให้กำลังสูงสุด 852 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 811 ปอนด์-ฟุต หรือประมาณ 1,100 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 2,800-5,900 รอบ/นาที
จุดที่น่าสนใจคือ Utopia Roadster ยังคงมีตัวเลือก เกียร์ธรรมดา 7 สปีดจาก XTrac พร้อมคันเกียร์แบบ Gated Manual ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้แตกต่างจากไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่
นอกจากนี้ยังมีรุ่นเกียร์อัตโนมัติให้เลือก แต่สำหรับประสบการณ์การขับขี่แบบ Pagani เกียร์ธรรมดายังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าอย่างชัดเจน

น้ำหนักเท่ารุ่น Coupe แม้ไม่มีหลังคา

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งของ Utopia Roadster คือ น้ำหนักตัวรถแบบแห้งอยู่ที่เพียง 1,280 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับรุ่น Coupe
Pagani ได้พัฒนาโครงสร้างตัวถังใหม่โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักด้วยโครงสร้างเสริมจำนวนมาก
โครงสร้างดังกล่าวใช้วัสดุคอมโพสิตมากกว่า 40 ชนิด รวมถึงวัสดุ Carbo-Titanium ซึ่งเป็นการผสานเส้นใยไทเทเนียมเข้าไปในโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ โดยมีการปรับความหนาและตำแหน่งของวัสดุให้เหมาะสมกับรถเปิดประทุน
ผลลัพธ์คือ Pagani สามารถรักษาความแข็งแกร่งของตัวถังได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะตัดหลังคาออกไป
ช่วงล่างและระบบควบคุมที่พัฒนาขึ้นใหม่

Pagani Utopia Roadster ใช้ระบบช่วงล่างแบบ Double Wishbone ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมโช้คอัพ Tractive ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ เพื่อรองรับลักษณะของตัวถังที่แตกต่างจากรุ่น Coupe
ด้านระบบยางยังมาพร้อมเทคโนโลยี Pirelli Cyber Tyre ซึ่งช่วยจัดการแรงบิดของเครื่องยนต์ในช่วงที่ยางยังไม่ถึงอุณหภูมิทำงานที่เหมาะสม
ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกยางได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ Pirelli P Zero Corsa, Winter ไปจนถึง Trofeo RS สำหรับการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด
หลังคาถอดได้ 2 รูปแบบ
Pagani Utopia Roadster มาพร้อมหลังคาแบบถอดออกได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ หลังคาแข็ง Carbon และ Glass Hardtop รวมถึงหลังคาผ้า Soft-top
หลังคาแข็งไม่สามารถเก็บไว้ภายในตัวรถได้ แต่เมื่อถอดออกสามารถจัดเก็บไว้ในกระเป๋าเฉพาะบริเวณด้านหลังเบาะนั่งทั้งสองตำแหน่ง
แม้ระบบดังกล่าวจะไม่ได้สะดวกเหมือนหลังคาเปิดประทุนไฟฟ้า แต่ในมุมมองของ Pagani นี่กลับเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ เพราะทุกขั้นตอนให้ความรู้สึกพิเศษและสะท้อนแนวทางของรถยนต์ระดับงานศิลป์ได้อย่างชัดเจน
ห้องโดยสารสุดอลังการในแบบ Pagani

ภายในห้องโดยสารยังคงเต็มไปด้วยรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Pagani ตั้งแต่ช่องแอร์ดีไซน์แบบ Periscope ไปจนถึงวัสดุและชิ้นส่วนต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะมากกว่าห้องโดยสารรถยนต์ทั่วไป
แม้รายละเอียดจะมีจำนวนมาก แต่การออกแบบกลับไม่ได้ดูเกินจริงจนกลายเป็นเพียงของตกแต่ง เพราะทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้ช่วยสร้างประสบการณ์ในการขับขี่
ตำแหน่งท่านั่งและมุมมองจากห้องโดยสารยังช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นส่วนโค้งของฝากระโปรงหน้าและกระจกมองข้างรูปทรงหยดน้ำได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถกะตำแหน่งของรถบนถนนได้อย่างแม่นยำ
สิ่งที่แตกต่างจากไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่คือ Utopia Roadster ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่งที่หลุดออกมาสู่ถนน แต่กลับมีบุคลิกใกล้เคียงกับ ซูเปอร์คาร์แบบดั้งเดิมที่ถูกพัฒนาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ไม่มีระบบ Hybrid แต่กลับเป็นข้อดี
ในยุคที่ไฮเปอร์คาร์จำนวนมากหันไปใช้ระบบ Hybrid เพื่อเพิ่มพละกำลัง Pagani Utopia ยังคงเลือกใช้เครื่องยนต์ V12 Twin-Turbo เพียงอย่างเดียว
แนวทางดังกล่าวช่วยลดน้ำหนักและทำให้การตอบสนองของรถมีความสม่ำเสมอมากขึ้น ผู้ขับไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ หรือโหมดกำลังสูงที่มีระยะเวลาจำกัด
ทุกครั้งที่กดคันเร่ง รถจะตอบสนองในลักษณะเดียวกัน ทำให้ผู้ขับสามารถคาดเดาพฤติกรรมของรถได้ง่ายกว่าไฮเปอร์คาร์ที่พึ่งพาระบบไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
เสียง V12 ที่ยังคงเอกลักษณ์ของ 12 สูบ
แม้เสียงเครื่องยนต์ของ Utopia จะไม่สามารถเทียบกับเสียง V12 แบบ Naturally Aspirated ของ Zonda ได้ แต่เครื่องยนต์รุ่นใหม่ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง
เสียงเทอร์โบทั้งเสียงหวีด เสียงลม และเสียงการทำงานของระบบอัดอากาศเข้ามาผสมกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 จนเกิดเป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างออกไป
และเมื่อจับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ Gated Manual ประสบการณ์ที่ได้จึงมีความดิบและมีส่วนร่วมกับผู้ขับอย่างมาก
สมรรถนะที่ต้องใช้ความกล้าในการควบคุม
Pagani Utopia Roadster ไม่ใช่รถที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับสามารถกดคันเร่งเต็มที่ได้โดยไม่ต้องคิดอะไร
แรงบิดมหาศาลจากเครื่องยนต์ V12 ทำให้รถสามารถเร่งความเร็วได้อย่างรุนแรง และด้วยบุคลิกที่เน้นการตอบสนองของผู้ขับมากกว่าการพึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ขับจึงต้องมีสมาธิและเคารพสมรรถนะของรถ
ระบบส่งกำลังอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรก โดยเฉพาะตำแหน่งเกียร์และรูปแบบ Dogleg First Gear แต่เมื่อเริ่มคุ้นเคยแล้ว การเปลี่ยนเกียร์กลับให้ความรู้สึกยอดเยี่ยมและเข้ากับบุคลิกของ Utopia อย่างมาก
ขับสนุกทั้งบนถนนและทางโค้ง

พวงมาลัยของ Utopia Roadster มีน้ำหนักค่อนข้างมาก และไม่ได้ตอบสนองแบบฉับไวหรือแหลมคมเหมือนไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่หลายคัน
แต่เมื่อเริ่มขับจริงกลับพบว่ารถมีความคล่องตัวอย่างน่าประหลาดใจ ส่วนหนึ่งมาจากน้ำหนักตัวที่ต่ำเพียง 1,280 กิโลกรัม
ช่วงล่างสามารถซับแรงจากพื้นถนนได้ดี ขณะเดียวกันตัวถังยังคงนิ่งและสมดุล ทำให้รถสร้างความมั่นใจในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเริ่มใช้พละกำลังอย่างจริงจัง Utopia Roadster กลับยิ่งแสดงศักยภาพออกมา ระบบเบรกมีน้ำหนักและความรู้สึกที่ดี พวงมาลัยมีความแม่นยำ และแชสซีสามารถรองรับการขับขี่แบบหนักหน่วงได้
สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็ว โหลดแรงบิดไปยังล้อหลัง และเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็วได้โดยที่รถยังคงตอบสนองอย่างมั่นคง
4 โหมดการขับขี่ พร้อมความดิบที่เพิ่มขึ้น
Pagani Utopia Roadster มาพร้อมโหมดการขับขี่ Wet, Comfort, Sport และ Race
แต่เมื่อเข้าสู่โหมด Sport หรือ Race บุคลิกของรถจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และระบบควบคุมต่างๆ ทำให้รถมีความดุดันและเร้าใจมากขึ้น
เมื่อถึงขีดจำกัด รถสามารถสร้างช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นได้อย่างมาก และผู้ขับจำเป็นต้องมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา
Utopia Roadster เทียบกับ Ferrari F80, McLaren W1 และ GMA T.50 ได้หรือไม่?
นี่เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เพราะ Pagani Utopia Roadster มีแนวคิดแตกต่างจากไฮเปอร์คาร์เหล่านั้นอย่างชัดเจน
Ferrari F80 และ McLaren W1 มีศักยภาพสูงกว่าอย่างมากเมื่ออยู่ในสนามแข่ง ขณะที่ GMA T.50 เน้นความบริสุทธิ์ของการขับขี่ในอีกแนวทางหนึ่ง
แต่ Utopia Roadster มีสิ่งที่รถเหล่านั้นให้ไม่ได้ นั่นคือความรู้สึกของการขับรถที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความเป็นเครื่องจักรแบบดั้งเดิม
มันสามารถเป็นรถที่ขับไปซื้อของในเมืองได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถกลายเป็นรถที่น่าตื่นเต้นอย่างมากเมื่อนำไปขับบนถนนภูเขาหรือเส้นทางระยะไกล
สรุป Pagani Utopia Roadster
Pagani Utopia Roadster ไม่ได้เป็นเพียง Utopia Coupe ที่ถูกตัดหลังคาออก แต่เป็นรถที่ได้รับการพัฒนาโครงสร้างและวิศวกรรมใหม่อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถรักษาความแข็งแกร่ง น้ำหนัก และบุคลิกการขับขี่ของรุ่น Coupe เอาไว้
ด้วยเครื่องยนต์ V12 6.0 ลิตร Twin-Turbo 852 แรงม้า แรงบิด 1,100 นิวตัน-เมตร น้ำหนักตัวแบบแห้งเพียง 1,280 กิโลกรัม และตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 7 สปีด ทำให้ Utopia Roadster เป็นหนึ่งในไฮเปอร์คาร์ที่ยังคงให้ความสำคัญกับ “คนขับ” อย่างแท้จริง
แม้จะมีราคาสูงถึง 3.1 ล้านยูโร หรือราว 120 ล้านบาทก่อนภาษี และผลิตเพียง 130 คัน แต่ทั้งหมดถูกจับจองหมดแล้ว
คำตอบของคำถามว่า Pagani ทำ Utopia เสียของด้วยการถอดหลังคาหรือไม่? ดูเหมือนจะเป็น “ไม่” เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
Utopia Roadster เพิ่มทั้งความดราม่า ความตื่นเต้น และความพิเศษให้กับ Utopia โดยไม่ทำลายแก่นแท้ของรถ และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม Pagani Utopia Roadster จึงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่แม้แต่ราคาหลายล้านยูโรก็ยังถูกมองว่า “คุ้มค่า” ในโลกของไฮเปอร์คาร์
แหล่งที่มา : topgear