Nothing ปฏิเสธข่าวถอนตัว 12 ตลาด ยืนยันแค่ปรับโครงสร้างองค์กร
ช่วงนี้อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรง จนเกิดข่าวว่าผู้ผลิตหลายรายอาจลดขนาดธุรกิจในบางภูมิภาค ล่าสุดชื่อของ Nothing ถูกนำมาเชื่อมโยงกับรายงานว่าอาจถอนตัวจากหลายตลาดทั่วโลก
แหล่งข่าว Nothing กำลังวางแผนลดขนาดการดำเนินงานทั่วโลก โดยอาจถอนตัวจากตลาดอย่างน้อย 12 แห่ง ครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น และบางประเทศในยุโรป
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า บริษัทอาจลดพนักงานทั่วโลกมากถึง 40% ขณะที่ทีมวิจัยและพัฒนาในจีนและลอนดอนอาจได้รับผลกระทบจากการลดจำนวนพนักงานในสัดส่วนที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ยังมีการอ้างถึงยอดจัดส่งของ Nothing Phone (4b) ที่ประมาณ 20,000 เครื่องทั่วโลก รวมถึงยอดรวมของ Phone (4a) และ Phone (4a) Pro ที่ราว 150,000 เครื่อง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลว่าธุรกิจสมาร์ตโฟนของ Nothing กำลังเผชิญความท้าทายมากขึ้น
Akis Evangelidis ผู้ร่วมก่อตั้ง Nothing ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุชัดว่า บริษัทไม่ได้กำลังปิดตลาดใด และข้อมูลที่เผยแพร่ออกมานั้นไม่ถูกต้อง
เขายืนยันว่า สิ่งที่ Nothing กำลังดำเนินการคือการปรับโครงสร้างทีม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป โดยจะรวมการดำเนินงานของแต่ละประเทศเข้าสู่ศูนย์กลางระดับภูมิภาคหรือ Regional Hubs เพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บริษัทกำลังจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่โดยเฉพาะ รวมถึงทีมที่เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในแนวทาง AI-native มากขึ้นด้วย
ยอมรับว่ามีบางตำแหน่งได้รับผลกระทบ
แม้ Nothing จะปฏิเสธข่าวการถอนตลาดและตัวเลขลดพนักงาน 40% แต่ผู้บริหารยอมรับว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานบางตำแหน่งจริง
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าตัวเลขที่ปรากฏในรายงานถูกกล่าวเกินจริง และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เนื่องจากมีข้อกำหนดทางกฎหมายและกระบวนการปรึกษาหารือกับพนักงานในแต่ละประเทศ
จุดนี้หมายความว่า Nothing กำลังมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรจริง เพียงแต่บริษัทไม่เห็นด้วยกับการตีความว่าเป็นการถอนตัวออกจากตลาดโลกครั้งใหญ่
Nothing Phone (4b) ขายดีเกินคาด
Nothing ยังโต้แย้งข้อมูลยอดขายของ Phone (4b) ที่ถูกรายงานว่าจัดส่งได้เพียงประมาณ 20,000 เครื่องทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัว
Evangelidis ระบุว่า Phone (4b) ทำยอดขายได้ถึง 29,537 เครื่องภายในวันแรก และถือเป็นสถิติใหม่ในกลุ่มราคาของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองฝ่ายอาจใช้เกณฑ์วัดที่แตกต่างกัน โดยรายงานเดิมพูดถึงยอดจัดส่ง ส่วน Nothing กล่าวถึงยอดขายในวันแรก จึงยังไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรงทั้งหมด
ต้นทุน RAM และ Storage ทำพิษตลาดมือถือ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือราคาหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์ที่เน้นทำตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางและราคาประหยัด
Nothing เคยยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ต้นทุน RAM และ Storage ที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทต้องยกเลิกแผนพัฒนารุ่นต่อจาก CMF Phone 2 Pro เนื่องจากหากยังคงสเปกตามที่วางไว้ ราคาจำหน่ายจะสูงเกินตำแหน่งของแบรนด์ CMF
มีรายงานว่า ฮาร์ดแวร์บางส่วนของโครงการดังกล่าวอาจถูกนำมาปรับใหม่ และพัฒนาต่อจนกลายเป็น Nothing Phone (4b) แทน ขณะที่ CMF อาจยังไม่มีสมาร์ตโฟนรุ่นหลักรุ่นใหม่ในระยะใกล้
การรวมประเทศเป็น Regional Hub หมายถึงอะไร
การรวมการดำเนินงานของหลายประเทศเข้าสู่ศูนย์กลางระดับภูมิภาค เป็นแนวทางที่บริษัทเทคโนโลยีมักใช้เพื่อลดต้นทุนและลดความซ้ำซ้อนของทีมงาน
แทนที่จะมีทีมการตลาด ประชาสัมพันธ์ หรือฝ่ายบริหารแยกครบทุกประเทศ บริษัทอาจใช้ทีมเดียวดูแลหลายตลาดร่วมกัน โดยยังคงจำหน่ายสินค้าและให้บริการลูกค้าตามปกติ
ดังนั้น การปรับโครงสร้างลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปิดตลาดเสมอไป แต่ก็อาจทำให้รูปแบบการดำเนินงาน การเปิดตัวสินค้า และการสนับสนุนในแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ส่วนตลาดมือถือไม่กระทบกับเรื่องราวข่าวนี้
สิ่งที่ยืนยันได้คือ Nothing กำลังปรับโครงสร้างองค์กร รวมการดำเนินงานของหลายประเทศเข้าสู่ Regional Hubs และมีพนักงานบางตำแหน่งได้รับผลกระทบ แต่จำนวนจริงยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น ข่าวนี้ควรถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างรายงานจากแหล่งข่าวภายในกับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการของผู้บริหาร Nothing ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะแผนผลิตภัณฑ์ การดำเนินงานของ CMF และทิศทางของแต่ละภูมิภาคในระยะต่อไป

