classicliterature.it.com

Nasdaq ฟิวเจอร์ปรับตัวลง หุ้นชิปดิ่งยกแผง หวั่นบิ๊กเทคเร่งทุ่มงบ AI

ดัชนี Nasdaq ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลงในวันอังคาร (28 ก.ค.) ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายมหาศาลของภาคเอกชนและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากจีน ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บนวอลล์สตรีทจะทยอยเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้

ณ เวลา 18.46 น. ตามเวลาไทย

  • ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ บวก 311 จุด หรือ +0.59% สู่ระดับ 52,693 จุด
  • ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ ลดลง 11.75 จุด หรือ -0.16% สู่ระดับ 7,436.50 จุด
  • ดัชนี Nasdaq 100 ฟิวเจอร์ ร่วงลง 329.25 จุด หรือ -1.17% สู่ระดับ 27,860.75 จุด


ราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำปรับตัวลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด นำโดย Nvidia ลดลง 1%, Micron ร่วงลง 5.5% และ Applied Materials ลดลง 4.3% ขณะที่หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ของบริษัท TSMC ของไต้หวัน และ SK Hynix ของเกาหลีใต้ ปรับตัวลง 3.4% และ 4.8% ตามลำดับ

ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนสูงขึ้นในเดือนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามและตรวจสอบความจำเป็นในการทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้หุ้นกลุ่มชิปทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสก่อนหน้า

กองทุน Roundhills Memory ETF ดิ่งลง 7.4% ในวันอังคาร และเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day moving average) มาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงโมเมนตัมระยะสั้นที่อ่อนแอ ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ตลาดฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ร่วงลงไปแล้วกว่า 20% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ตลาดผวาหนักหลังมีสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของวอลล์สตรีทอย่าง Alphabet และ Tesla เริ่มมีกระแสเงินสดลดลงจนอาจไม่เพียงพอต่อการทุ่มทุนตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน จีนเริ่มเปิดตัวโมเดล AI ที่มีราคาถูกกว่า พร้อมขยายอิทธิพลเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Swissquote ระบุว่า หาก Microsoft, Amazon หรือ Meta รายงานระดับกระแสเงินสดอิสระที่ดิ่งลงในลักษณะเดียวกัน ก็จะยิ่งจุดชนวนความวิตกกังวลว่า แม้บริษัทเหล่านี้จะยังคงเดินหน้าทุ่มงบประมาณต่อไป แต่เงินส่วนเกินที่ต้องใช้จ่ายนั้นจำเป็นต้องมาจากการออกหุ้นหรือการเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม

นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ของ 4 ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล (AI hyperscalers) ได้แก่ Amazon.com, Meta, Apple และ Microsoft เพื่อดูว่าเงินลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามคาดหรือไม่ รวมถึงประเมินทิศทางความต้องการชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ (29 ก.ค.) โดยข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า เทรดเดอร์ให้น้ำหนัก 35.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ และคาดว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจยิ่งกดดันบริษัทเทคโนโลยี AI ที่เริ่มพึ่งพาการระดมทุนผ่านการก่อหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต


Update: 2026-07-28
Tags: