ยศชนัน-สุริยะ ร่วม เจเศรษฐ์ สั่งรับมือน้ำท่วมน่าน เตือนระดับน้ำจ่อล้นตลิ่งเสริมคัน
“ยศชนัน-สุริยะ” ร่วม “เจเศรษฐ์“ ลงพื้นที่สถานี N.1 สั่งตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมน่าน เตือนระดับน้ำจ่อล้นตลิ่ง เร่งเสริมคันกั้นน้ำ 60 ซม. พร้อมบัญชาการเหตุการณ์ตลอดคืน
19 ส.ค. 69 – สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปัว ที่มีปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง สูงถึง 277.6 มิลลิเมตร

ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน่าน แม่น้ำปัว แม่น้ำย่าง และแม่น้ำขว้าง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ปัจจุบันพบพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปัว อ.ภูเพียง อ.สันติสุข อ.ท่าวังผา โดยมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 0.50–1.20 เมตร
ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้เดินทางมายังสถานีวัดน้ำ N.1 (สะพานพัฒนาภาคเหนือ) อ.เมือง จ.น่าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมี นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน และคณะผู้บริหารกรมชลประทาน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รวมถึงนายทรงยศ รามสูต อดีตผู้สมัคร สส. ร่วมลงพื้นที่และรายงานสถานการณ์
จากนั้น นายสุริยะ ในฐานะ รมว.เกษตรฯ สั่งการและกำชับให้ กรมชลประทานรวมถึงโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งนำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าประจำพื้นที่เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ
โดยล่าสุดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เมืองน่าน และขนาด 8 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
สำหรับสถานการณ์แม่น้ำน่านล่าสุด ณ สถานี N.1 ตรวจวัดระดับน้ำอยู่ที่ 7.62 ม.รสม. ซึ่งต่ำกว่าระดับตลิ่งเสริมคัน 0.88 เมตร แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณฝั่ง อ.ภูเพียง และ อ.เมือง ในช่วงเวลา 19.00 – 21.00 น. และคาดการณ์ว่ามวลน้ำจะล้นข้ามตลิ่งเสริมคันฝั่ง อ.เมือง สูงถึง 0.60 เมตร (60 เซนติเมตร) ช่วงเวลา 02.00 – 04.00 น. วันที่ 20 ส.ค.
นายยศชนัน เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้เน้นย้ำให้ ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command) โดยคณะรัฐมนตรีและทุกหน่วยงานจะปักหลักเฝ้าระวังและบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
พร้อมประสานทางจังหวัดเร่งระดมกำลังพลเสริมการปฏิบัติงานหน้างาน ทั้งนี้ ในระหว่างที่รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอยู่นั้น ได้มีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำด้วย
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า “ชีวิตของประชาชนสำคัญที่สุด” ขอให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพไปยังจุดปลอดภัยเป็นลำดับแรก รวมถึงยกสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตร เพื่อลดความเสียหายจากมวลน้ำที่จะเอ่อล้นเข้ามาในคืนนี้
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ ปภ. ร่วมกับ อบจ.น่าน เตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อเข้าสู่ระยะการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนทันทีที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย
ทั้งนี้ ภายหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ ณ สถานีวัดน้ำ N.1 นายยศชนัน ได้เดินทางต่อไปยังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นายอำเภอทุกอำเภอ, ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, กอ.รมน., มณฑลทหารบกที่ 38, หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
รวมถึง นายนาคร ศิลาชัย (เปิ้ล นาคร) ในฐานะอาสาสมัครที่มาร่วมลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน ในครั้งนี้ด้วย
