ปลดล็อกสุขภาพไทย สู่Medical Hubระดับภูมิภาค - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – ภาคเอกชนชงการแพทย์ไทยสู่ Medical Hub ระดับภูมิภาค ดึงศักยภาพที่มีในประเทศ การมองหาโอกาสจากทิศทางของเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech) แย้มรัฐเชื่อมโยงข้อมูล
“ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน สัมมนา “Next Generation Healthcare 2026” จัดโดย “มิติหุ้น” เมื่อวันที่ 24 ก.ค.69 ที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยมีจุดเด่นหลายด้านนอกจากยุทธ์ศาสตร์ด้านทำเลที่ตั้ง การวิจัย(R&D) ที่อยู่บนหิ่งก็ควรนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ พร้อมกับการแก้ปัญหาด้านบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งภาครัฐควรเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถือเป็นการปลดล็อกปัญหาทางการแพทย์ไทยสู่ Medical Hub 2030 ระดับภูมิภาค ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจจะดึงหุ้นยนต์มาช่วยแก้ปัญหาด้านบุคลากรที่ขาดแคลนได้บางส่วน
รวมทั้งการดึงศักยภาพที่มีในประเทศช่วงนี้โดยเฉพาะด้านภาคอสังหาที่มีสินทรัพย์ล้นตลาดมาจัด Ecosystem ให้เหมาะสมรองรับด้านการรักษาจากผู้ป่วยต่างประเทศ โดยส่วนหนึ่งคือการมองหาโอกาสจากทิศทางของเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech) อาทิ การวัดคลื่นหัวใจ ECG 3 มิติ, เครื่องตรวจวิเคราะห์เลือดเพื่อหาความเสี่ยงโรค, ออกซิเจนแชมเบอร์ (Oxygen Chamber), และห้องเซาว์น่าอินฟราเรด พร้องทั้งการนำเข้าไปติดตั้งในโรงแรม คอนโด หรือ Wellness Center เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) และอัพเกรดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้สามารถคิดราคาแบบ พรีเมียม (Premium) ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทย
“การจัด Ecosystem ที่เหมาะสม แก้ปัญหาด้านบุคลากร และการดึงศักยภาพความโดดเด่นด้านการรักษาของประเทศ รวมทั้งราคาที่ถูกเมื่อเทียบหลายๆประเทศโดยเฉพาะ สหรัฐ และคอนโดฯที่ล้นตลาดในปัจจุบันมาประยุกต์ใช้และการมองหาโอกาสจากทิศทางของ HealthTech สิ่งเหล่านี้ใช้เงินไม่สูง และลดภาระการใช้เงินรัฐด้านการรักษาได้อย่างมหาศาล หากประชาชนใส่ใจเรื่องการป้องกัน” ดร.ก้องเกียรติกล่าว
BCHชงรัฐยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูล
ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล กล่าวในหัวข้อ “โอกาสใหม่ของธุรกิจสุขภาพ สู่ศูนย์กลางสุขภาพโลก” ว่า การจะก้าวไปสู่การให้ประเทศไทยเป็น Wellness Hub นั้น จะต้องมีแพลตฟอร์ม และข้อมูลที่ถูกต้อง รวมทั้งยังต้องมีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึงทั้งระะบบ แต่ปัจจุบันยังติดปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูล และความปลอดภัย ทั้งปัญหาการนำข้อมูลไปขาย และเรื่อง PDPA อีกที่มีการจำกัดการเปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้คงจะต้องให้ภาครัฐเข้ามาบริหารจัดการ โดยเฉพาะการยกระดับ Cyber Security ให้เข้มข้นมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน
ขณะที่การร่วมลงทุนแบบ PPP ภาครัฐจะต้องให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำในการดำเนินการ เพราะเอกชนมีความคล่องตัว และมีศักยภาพสูงกว่า ทำให้สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่า ซึ่งอาจทำได้ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นในการร่วมลงทุน
ปลุกกระแส Preventive ภาคประชาชนดึงต่างชาติ
ด้าน “นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี” นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า นโยบายภาครัฐจะต้องมีความชัดเจน และต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน ให้มีการดูแลตัวเองมากขึ้น (Preventive) ซึ่งคงต้องปรับตัว และเริ่มต้นจากภายในประเทศ พร้อมหวังดึงชาวต่างชาติด้วย ขยายความน่าสนใจเมืองไทยไม่ใช่เพียงแค่เมืองท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลเอกชนมีความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล หากภาครัฐมีความชัดเจน บนการยกระดับความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon