classicliterature.it.com

MEDEZE ลุยนวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ เสริมเขี้ยวเล็บอัพฐานธุรกิจแกร่ง  - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น-MEDEZE หรือ บริษัท เมดิส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดย “ปิยวัชร  ราชพลสิทธิ์” รองประธานกรรมการ เปิดผยว่า ผลงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 170 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท หนุนงวด 6 เดือนแรกโกยรายได้รวม 346 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวชั่วคราว บริษัทยังคงขับเคลื่อนโครงสร้างรายได้หลักอย่างมั่นคง นำโดยธุรกิจจัดเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์สัดส่วน 93% พร้อมบริหารต้นทุนรวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 43 ล้านบาท หรือ 27% ของรายได้รวม ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิไตรมาสนี้ทรงตัวแข็งแกร่งที่ 24% เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมติดตั้ง หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robot) ในช่วงไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 ของปี 2569 และคาดว่าจะเริ่มใช้งานจริงได้เต็มรูปแบบในช่วงครึ่งแรกของปี 2570  โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการออกแบบจากญี่ปุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน GMP 100%  ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างมหาศาล จากเดิมที่ใช้พนักงานห้องแล็บทำได้ประมาณ 10 เคสต่อวัน จะเพิ่มขึ้นเป็น 24 เคสต่อวัน นอกจากนี้ การใช้หุ่นยนต์ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน เนื่องจากไม่ต้องใช้มนุษย์เข้าไปสัมผัสกับเซลล์โดยตรง และยังมีระบบบันทึกเอกสารอัตโนมัติซึ่งถือเป็น Quality Control ในตัว ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ชูมาตรฐานธนาคารเซลล์หนึ่งเดียวในไทย

ทั้งนี้ MEDEZE ยังสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง หลังเป็น รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Bank Standard) จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่สูงกว่า AABB และครอบคลุมไปถึงการนำเซลล์ไปรักษาโรคได้จริง มาตรฐานนี้ถือเป็นกำแพงป้องกันคู่แข่ง และจะช่วยให้บริษัทครองตลาดในประเทศได้มากขึ้นในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า ในส่วนของด้านกลยุทธ์ลดต้นทุน บริษัทได้ร่วมทุนกับ องค์การเภสัชกรรม (GPO) ผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ (Cell Culture Medium) เพื่อทดแทนการนำเข้า ซึ่งคาดว่าจะช่วย ลดต้นทุนวัตถุดิบลงได้ถึง 50% โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2571

New S-Curve ปั้นสเต็มเซลล์เป็น “ยา” (ATMPs)

ด้านแผนการเติบโตระยะยาว บริษัทดำเนินธุรกิจผ่านการทำ Clinical Trial เพื่อยกระดับสเต็มเซลล์ให้เป็น ยา (ATMPs) โดยมุ่งเน้นในกลุ่มโรคข้อเข่าเสื่อมและการฟื้นฟูผิวหน้าปี 2570 ซึ่งคาดว่าการทดลองเฟส 1 และ 2 จะเสร็จสิ้นและเริ่มขึ้นทะเบียนยาได้ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2571 เป็นต้นไป พร้อมตั้งเป้าขึ้นทะเบียนยาเพิ่มปีละ 2 กลุ่มโรค เช่น ไตเสื่อม และตับเสื่อม เพื่อเปลี่ยนจากการรักษาทางเลือกมาเป็นการรักษาหลักในโรงพยาบาล

ในขณะที่ธุรกิจต่างประเทศเริ่มเห็นความคืบหน้าชัดเจน โดยศูนย์ธนาคารเซลล์ใน ฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 3-4 ปี 2569 และกำลังเตรียมขยายสู่ตลาด อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงในลำดับถัดไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Update: 2026-08-13
Tags: