classicliterature.it.com

หัวเว่ย และ MDES ผนึกกำลังวางรากฐาน AI ไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน

26 กรกฎาคม 202626 กรกฎาคม 2026

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และหัวเว่ย ประกาศเดินหน้าความร่วมมือเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียน ในงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ของไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนพร้อมกัน ไม่ใช่การขับเคลื่อนโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง

ความร่วมมือ MDES และหัวเว่ย วางรากฐาน AI ไทยสู่อาเซียน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวผ่านวิดีโอในงานว่า วิสัยทัศน์ของไทยในการพัฒนา AI ตั้งอยู่บน 3 เสาหลักคือ โครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ และทรัพยากรบุคคล โดยระบุว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักวิจัย และหน่วยงานกำกับดูแล ได้ร่วมกันเปลี่ยนหลักการระดับสากลให้กลายเป็นการนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม”

นอกจากนี้ นายไชยชนกยังเน้นย้ำว่าอนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศ AI ที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งเป็นจุดยืนที่สอดคล้องกับทิศทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและหัวเว่ยในครั้งนี้

ตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลหนุนเป้าหมาย AI Hub ของไทย

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวภายใต้หัวข้อ “Scaling Thailand’s Digital Economy through Trustworthy AI” ว่า AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่า Broad Digital GDP ของประเทศจะเติบโต 4.2% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2569 ขณะเดียวกันไทยยังได้รับการจัดอันดับที่ 2 ของอาเซียนใน Government AI Readiness Index 2025 โดย Oxford Insights ซึ่งวัดจากความพร้อมด้านนโยบายจริงของแต่ละประเทศ

เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างมีความน่าเชื่อถือ นายพชรวางแนวทาง 3 ข้อคือ ยกระดับธรรมาภิบาล AI ให้สอดคล้องมาตรฐานสากล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มั่นคงปลอดภัยและเข้าถึงได้ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยี โดยระบุว่าความร่วมมือกับหัวเว่ยจะมีบทบาทสำคัญในการเร่งประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

หัวเว่ยวางกรอบ 5 แนวทาง พร้อมเปิดตัว Thailand AI Ecosystem Initiative

นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันความมุ่งมั่นระยะยาวของหัวเว่ยในการสนับสนุนไทยเข้าสู่ยุคอัจฉริยะ โดยกล่าวว่า “โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างรวดเร็ว แต่ความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราต้องการ AI ที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานได้จริง และสามารถสร้างคุณค่าในสถานการณ์จริงได้” พร้อมเปิดกรอบแนวคิด 5 แนวทางเร่งการเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่การค้นหา Use Case ที่สร้างคุณค่าสูง ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI

ขณะเดียวกัน นายเจิ้งยังกล่าวว่า “ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค AI ไม่ใช่การตัดสินใจผิด แต่คือการไม่ลงมือทำเลย” ในโอกาสนี้ หัวเว่ยเปิดตัวโครงการ Thailand AI Ecosystem Initiative: Co-Building a Leading AI Hub in ASEAN อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมภาครัฐ ภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และสตาร์ทอัพเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังตั้งเป้าร่วมพัฒนาบุคลากรด้าน AI จำนวน 100,000 คน ผ่าน Huawei ASEAN Academy

AI Governance ไทย

งานสัมมนาโชว์เทคโนโลยี พร้อมขยายพันธมิตรดาต้าเซ็นเตอร์

ตลอด 2 วันของงานประชุม หัวเว่ยจัดแสดงนวัตกรรม AI และกรณีศึกษาจากหลายอุตสาหกรรม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ Atlas 950 SuperPoD สำหรับรองรับการประมวลผล AI ยุคใหม่ และเทคโนโลยี Open-source Large Language Models นอกจากนี้ยังจัด Huawei Thailand Suppliers Convention 2026 ภายใต้แนวคิด “One Ecosystem, Collaborating for Success” โดยมีผู้แทนจากคู่ค้ากว่า 500 คน จากมากกว่า 130 บริษัทเข้าร่วม

ขณะเดียวกัน หัวเว่ยประกาศตั้ง Huawei Thailand Data Center Ecosystem Alliance เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายเจิ้งกล่าวปิดท้ายว่า “ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางไปสู่ All Intelligence Thailand และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น AI Hub for ASEAN ไปด้วยกัน” สำหรับตลาดไทยที่ยังขาดกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ทั้งภาครัฐและหัวเว่ยมองเห็นตรงกัน

ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok

Update: 2026-07-26
Tags: