classicliterature.it.com

ทำไมรองเท้าไทยราคาเกือบหมื่นถึงขายได้? รู้จัก LOPTEL กับภาพจำใหม่ของแฟชั่นสายกรีน [Advertorial]

ภาพจำของสินค้าที่แปะป้ายว่าเป็นสินค้า ‘รักษ์โลก’ มักผูกโยงไปกับเฉดสีเอิร์ธโทน ดีไซน์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น สบายตา ราวกับเป็นโลกคู่ขนานกับสินค้าแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และสีสัน

นั่นเป็นสิ่งที่ ‘LOPTEL’ แบรนด์รองเท้าสัญชาติไทย นำมาตั้งคำถามว่า

“ทำไมรองเท้าที่มีแนวคิดเรื่องความยั่งยืนจึงมักออกแบบให้ดูเรียบง่าย ในขณะที่รองเท้าแฟชั่นจำนวนมากกลับไม่ให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการผลิต”

รองเท้า LOPTEL สีสันสดใส แบรนด์ไทยที่ผสานแฟชั่นและความยั่งยืน 6

ด้วยความเชื่อที่ว่า ‘ความรับผิดชอบ’ กับ ‘แฟชั่น’ อยู่ด้วยกันได้ LOPTEL จึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เห็นว่ารองเท้าที่มีความรับผิดชอบต่อโลก คน และชุมชน ก็สอดแทรกความเป็นแฟชั่นลงไปได้เช่นกัน

จึงปักธงวางตัวเองให้อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่าง ‘แฟชั่นที่มีดีไซน์และความสนุก’ กับ

‘ผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อโลกและผู้คน’ ในคู่เดียว

แนวคิดนี้เองทำให้ LOPTEL เจาะกลุ่มตลาดพรีเมียม โดยรองเท้าแต่ละคู่มีราคาประมาณ 4,000–9,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของการออกแบบ วัสดุคุณภาพ และกระบวนการผลิตในไทย เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนและสินค้าไทยก็ตอกย้ำความเป็นพรีเมียมได้เช่นกัน

ถอด DNA ‘REB-PONSIBLE’ กบฏอย่างมีความรับผิดชอบ

รองเท้า LOPTEL สีสันสดใส แบรนด์ไทยที่ผสานแฟชั่นและความยั่งยืน 2

เมื่ออุดมการณ์ชัดเจน LOPTEL จึงใส่ความ ‘กบฏ’ (Rebellious) ลงไปในงานดีไซน์ ฉีกกรอบเดิมๆ ของสินค้ารักษ์โลกที่ดูเรียบง่าย แล้วเลือกที่จะเล่นกับสีสันแซบๆ อย่าง สีชมพู เขียว

ขณะที่ (Responsible) คือการตั้งคำถามกับทุกขั้นตอนว่า เราสามารถทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นและ ‘รับผิดชอบ’ ต่อคน โลก และชุมชนมากขึ้นได้อย่างไร

ตอกย้ำแนวคิดในการทำธุรกิจของแบรนด์ที่ว่า “Sustainability ไม่ควรทำให้แฟชั่นน้อยลง และ Fashion ไม่ควรทำให้ Responsibility หายไป”

Responsibility from Beginning to End

ถ้าไม่บอกคงไม่มีใครเดาถูกว่าแบรนด์ LOPTEL เป็นแบรนด์รองเท้าสายกรีน

นี่คือกลยุทธ์ที่แบรนด์อยากให้คนซื้อเพราะ ‘ดีไซน์’ แล้วให้เรื่องความรับผิดชอบเป็น ‘เซอร์ไพรส์’

เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจว่าเป็น ‘แบรนด์รักษ์โลก’ แต่ต้องการสื่อสารถึงแนวคิด ‘Responsibility from Beginning to End’ ความรับผิดชอบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะเป็นแนวคิดที่จับต้องและพิสูจน์ได้จริงในทุกขั้นตอน ผ่าน 3 มิติหลัก

รองเท้า LOPTEL สีสันสดใส แบรนด์ไทยที่ผสานแฟชั่นและความยั่งยืน 3

  • Responsibility to the Planet: รับผิดชอบต่อโลก

‘วัสดุ’ คือจุดเริ่มต้นของผลกระทบทั้งหมด แบรนด์จึงเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุธรรมชาติ โดยเลือกวัสดุแยกเป็นรายชิ้น ไม่ยึดติดกับวัสดุชนิดเดียว และลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในบางส่วนของทั้งตัวรองเท้าและบรรจุภัณฑ์ ที่สำคัญต้องตอบโจทย์การออกแบบและการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็น

Upper (ส่วนบน) ใช้หนังเทียมจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 30% ร่วมกับเศษผ้ารีไซเคิล (บริเวณลิ้นและด้านข้าง) เปลี่ยนขยะพลาสติกและเศษผ้าเดิมให้เป็นวัสดุ High-end ที่ทนทานและมี Texture พิเศษ

Lining (ซับใน) ใช้หนังรีไซเคิล 55–70% เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในจุดที่สัมผัสกับผิวผู้ใช้งานโดยตรง

Insole (แผ่นรองพื้น) ใช้น้ำมันถั่วเหลืองชีวภาพ (Soybean Oil Insole) นวัตกรรมวัสดุทางเลือกจากพืชที่ให้สัมผัสนุ่มสบายเท้า ช่วยลดกลิ่นอับ

 
Outsole (พื้นรองเท้า) ใช้ยางพาราธรรมชาติและยาง PU เพื่อสร้างสมดุลระหว่างวัตถุดิบธรรมชาติและการใช้งานจริง เพิ่มความทนทานสูงสุด ยืดอายุการใช้งาน ไม่ต้องทิ้งบ่อย

แบรนด์ยังต่อยอดความรับผิดชอบครอบคลุมไปถึงกลุ่มแอคเซสซอรีและกล่องบรรจุภัณฑ์ที่คิดมาอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดขยะทันทีหลังการซื้อ

อย่าง หมวกและถุงเท้า ก็ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 4 ขวดต่อชิ้น เท่ากับว่าทุกการซื้อหมวกหรือถุงเท้า 1 ชิ้น จะช่วยดึงขวดพลาสติกออกจากวงจรขยะ 4 ขวด

รองเท้า LOPTEL สีสันสดใส แบรนด์ไทยที่ผสานแฟชั่นและความยั่งยืน 8

รวมไปถึง ‘กล่องรองเท้า’ ที่ออกแบบเพื่อแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์กลายเป็นขยะ ด้วยดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นลิ้นชัก เมื่อวางต่อกันทำให้เปิดใช้งานได้สะดวกไม่ต้องยกกล่องด้านบนออก

ตัวกล่องมีความแข็งแรง ทนทาน วางซ้อนกันได้หลายชั้น นำไปใช้เป็นกล่องเก็บของหรือของตกแต่งบ้านได้จริง

งานดีไซน์ทั้งหมดนี้คือกระจกสะท้อนแนวคิด ‘Responsibility from Beginning to End’ ที่มองว่า Packaging ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์การใช้งานจริง

  • Responsibility to People: รับผิดชอบต่อผู้คน

ความรับผิดชอบของ LOPTEL ไม่ได้จบลงที่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนตลอดทั้ง Supply Chain ตั้งแต่ลูกค้าที่สวมใส่ ทีมออกแบบ ช่างฝีมือ ผู้ผลิตวัสดุ ไปจนถึงทีมงานเบื้องหลังทุกคนของ LOPTEL

แบรนด์จึงเลือกผลิตและประกอบรองเท้าในประเทศไทยด้วยแรงงานไทยทั้งหมด พร้อมให้ความสำคัญกับทักษะของช่างฝีมือท้องถิ่นจากโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีประสบการณ์ยาวนาน และยึดหลักการจ้างงานที่เป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนในกระบวนการเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ ไม่ใช่เพียงผู้บริโภค แต่รวมถึงผู้สร้างสรรค์ทุกคนเบื้องหลังรองเท้าคู่นั้นด้วย

ความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนตลอดทั้ง Supply Chain แบรนด์จึงเลือกผลิตและประกอบรองเท้าในประเทศไทยด้วยแรงงานไทยทั้งหมด

โดยให้ความสำคัญกับทักษะของคนช่างฝีมือท้องถิ่นจากโรงงานในจังหวัดอยุธยาที่มีความเชี่ยวชาญยาวนานกว่า 40 ปี และจ่ายค่าแรงอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ช่างฝีมือและชุมชนเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน

  • Responsibility to Local Economy: รับผิดชอบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น

อีกหนึ่งเหตุผลที่ LOPTEL เลือกผลิตในประเทศไทยและใช้แรงงานไทยทั้งหมด แม้ต้นทุนต่อคู่จะสูงกว่าการไปผลิตที่จีนหรือเวียดนาม เพราะต้องการให้มูลค่าที่เกิดจากกระบวนการผลิตหมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศ

ขณะเดียวกัน การผลิตในประเทศไทยยังช่วยให้แบรนด์ควบคุมและติดตามกระบวนการผลิตได้ใกล้ชิดมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องวัสดุ คุณภาพ การประกอบ ไปจนถึงรายละเอียดของตัวสินค้า

รองเท้า LOPTEL สีสันสดใส แบรนด์ไทยที่ผสานแฟชั่นและความยั่งยืน 7

และนี่คือตัวตนและ DNA ของแบรนด์รองเท้าที่เชื่อว่าแฟชั่นไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการละเลยโลก เช่นเดียวกับที่ความรับผิดชอบก็ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการลดทอนความเท่

The Standard POP เชื่อว่า LOPTEL กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ว่าความรับผิดชอบสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น และหลอมรวมไปกับตัวตนของแบรนด์ได้ ถ้าคุณกล้าและมีความ ‘กบฏอย่างมีความรับผิดชอบ’

Update: 2026-09-01
Tags: