KKP 3 ขาแข็งแกร่ง.!

เป็นหุ้นแบงก์ตัวที่สองที่ประกาศงบไตรมาส 3/2569 ออกมาแล้ว สำหรับธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP โดยโชว์กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,670 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 12.5% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,122 ล้านบาท
ถือเป็นผลงานที่ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้นะจิบอกให้…
งั้นไปสแกนดูกันหน่อยมั้ยว่า ผลงานที่ว่าดีกว่าที่คาดนั้น ตรงปกไม่จกตาจริงอ๊ะป่าว..!?
กำไรของ KKP ที่เติบโต หลัก ๆ มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 3,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 46.5% ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจ 3 ขา ได้แก่ 1) รายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
2) รายได้จากธุรกิจการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของธุรกิจไดม์ (Dime) มาอยู่ที่ 493 ล้านบาท
และ 3) รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจการจัดการกองทุนตามการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการหรือทำรายการ โดยแบ่งเป็น รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนรวม 523 ล้านบาท และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล 23 ล้านบาท
ผสมโรงกับภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น โดยมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเพิ่มขึ้น 71.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 ขณะที่ บล.เกียรตินาคินภัทร มีส่วนแบ่งการตลาดในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับ 1 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 23.52% และมีรายได้ค่านายหน้าอยู่ที่ 381 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ 316 ล้านบาท และรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายอนุพันธ์ 65 ล้านบาท รวมทั้งยังมีรายได้ค่านายหน้าจากการเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุน 573 ล้านบาท
นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 266 ล้านบาท ตามธุรกรรมในไตรมาส 3/2569 ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาสนี้แม้ไม่ได้โตโดดเด่น แต่ยังเห็นการเติบโตอยู่ที่ 4,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงตามการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับลดลง ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยปรับลดลง 4.9% เป็นผลจากมาตรการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพสูง และการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อตามการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ขณะที่ในไตรมาสนี้ KKP ไม่ได้ถูกกดดันจากการตั้งสำรองฯ ที่สูงจนเกินไป โดยมีการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 928 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 3/2568 ซึ่งอยู่ที่ 909 ล้านบาท
ส่วนการขาดทุนจากการขายรถยึดซึ่งตามหลอกหลอนมาหลายไตรมาสแล้ว ก็ผ่อนคลายลง ไม่ได้หนักหน่วงเหมือนที่ผ่านมา
ส่งผลให้งบงวด 9 เดือนแรกปี 2569 ของ KKP ตุนกำไรสุทธิไว้แล้ว 6,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,141 ล้านบาท…
งั้นปิดงบงวดปี 2569 ถ้าไม่สะดุดยอดหญ้า ก็น่าจะเห็นกำไรเติบโตก้าวกระโดดนะ…
จากผลงานที่เติบโตแข็งแกร่ง ทำให้บรรดานักวิเคราะห์พาเหรดกันมาอัพเป้ากำไรปี 2569 ขึ้น 6-8% โดยคาดปี 2569 จะเห็นกำไรอยู่ในกรอบ 8,300-8,500ล้านบาท
คำแนะนำส่วนใหญ่ให้ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสูงสุด 150.00 บาท
อย่าลืมว่าจุดเด่นของ KKP ให้ผลตอบแทนเงินปันผลระดับสูง มีดิวิเดนด์ยีลด์ไม่ต่ำกว่า 4% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยแบงก์เห็น ๆ…
จึงเหมาะกับการเก็บเข้าพอร์ตเพื่อนอนกินเงินปันผลนะออเจ้า…
…อิ อิ อิ…