Instagram รีเฟรช Workmark ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ยังเก็บ "ไอคอนกล้องสีรุ้ง" ตามเดิม - Brand Buffet
แชร์ :
สำหรับแฟน ๆ Instagram เชื่อว่าตอนนี้คงได้ยลโฉมตัวอักษรใหม่ (Wordmark) ของแอปพลิเคชันกันแล้ว ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าวถือเป็นการปรับในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว ขณะที่ในส่วนของไอคอนแอปซึ่งเป็นรูปกล้องบนแบคกราวน์สีส้ม-ชมพูไล่ระดับนั้น ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อ 2016 ตอนนั้น Instagram ตัดสินใจเปลี่ยนไอคอนของแอปจากรูปกล้องในโทนน้ำตาลไปสู่ไอคอนกล้องแบบใหม่โทนสีชมพู-ส้มแบบไล่ระดับ เพื่อเรียกความสดใส ซึ่งการเปลี่ยนในครั้งนั้นของ Instagram ก็มีหลายคนที่ยังคงคิดถึงภาพกล้องตัวเก่าออกมาแสดงความอาลัยอาวรณ์อยู่ไม่น้อย (ย้อนอ่านได้ที่ คือ Instagram เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือความคัลเลอร์ฟูล)

การปรับโลโก้เมื่อปี 2016
มาวันนี้ปี 2026 ทาง Instagram ตัดสินใจลุกมาเปลี่ยนแปลงอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนฟอนต์ตัวอักษร จากเดิมที่มีความเอียงเล็กน้อย มาเป็นฟอนต์ที่ลดความโค้ง – เอียงลง และมีตัวอักษร r ที่หลายคนมองว่ามันดูคล้ายตัว Z จนอาจจะอ่านได้ว่า “Instagzam” กันเลยทีเดียว
ในจุดนี้ Adam Mosseri ผู้บริหารของ Instagram ให้สัมภาษณ์กับทาง TechCrunch ว่า ดีไซน์ใหม่นี้ให้ความรู้สึกที่คมชัด และให้ภาพลักษณ์ที่โมเดิร์นขึ้น (sharper and more modern)
ส่วนปฏิกิริยาจากผู้ใช้งานก็แบ่งออกเป็นสองฝั่งตามคาด บางคนมองว่าโลโก้ใหม่ดูสดใหม่และมีเอกลักษณ์มากขึ้น ขณะที่อีกหลายคนแซวว่าตัวอักษร r ดูคล้ายใบเรือ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2016 จะพบว่าความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นแตกต่างจากวันนี้อย่างสิ้นเชิง
ในเวลานั้น Instagram ตัดสินใจทิ้งโลโก้รูปกล้องสีน้ำตาลสไตล์วินเทจมาสู่ไอคอนสีสดใสไล่ระดับแบบมินิมอล ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ตัวแพลตฟอร์มได้เปลี่ยนไปแล้ว (เดิมที Instagram คือแอปสำหรับถ่ายและแชร์ภาพถ่าย แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2016 บทบาทของแพลตฟอร์มเริ่มขยายออกไปมากกว่านั้น ซึ่งการทิ้งสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูป จึงเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า Instagram ไม่ได้เป็นเพียงแอปถ่ายภาพอีกต่อไป) เห็นได้จากปัจจุบันที่ Instagram ได้กลายเป็นพื้นที่รับชมวิดีโอ ช่องทางส่งข้อความส่วนตัว แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ฯลฯ
Mosseri เคยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “อัลกอริทึม” คือหัวใจสำคัญของประสบการณ์การใช้งาน Instagram ในปัจจุบัน ขณะที่ Meta เองก็เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือ AI การปรับแต่งฟีด และระบบแนะนำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ เหตุใด Instagram จึงเลือกปรับเพียง Wordmark และไม่แตะต้ององค์ประกอบสำคัญอย่างไอคอนแอปเลย ซึ่งคำตอบอาจเป็นเพราะ ไอคอน Instagram อาจมีมูลค่ามากเกินกว่าจะเสี่ยงเปลี่ยน เห็นได้จากทุกวันนี้ผู้ใช้งานไม่ได้ค้นหา Instagram จากการอ่านชื่อแบรนด์ แต่จดจำได้จากสี รูปทรง และตำแหน่งของไอคอนบนหน้าจอมือถือนั่นเอง ตรงกันข้ามกับ Wordmark ที่จะปรากฏเฉพาะในส่วนหัวของแอป งานสื่อสารการตลาด หรือเอกสารประชาสัมพันธ์เท่านั้น ซึ่งเมื่อถูกถามว่ามีแผนจะเปลี่ยนไอคอนแอปในอนาคตหรือไม่ Meta เลือกที่จะไม่ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด
แชร์ :