IMF–World Bank 2026 สปอร์ตไลท์ส่อง “ไทย” โชว์ศักยภาพ ดึงสายตาทุนโลก

ไทยหวนรับบทเจ้าภาพสมัย 2 บนเวทีการเงินโลก “IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026” หลังเว้นวรรคไปนานถึง 35 ปี โดยมีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นสถานที่ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจาก 191 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569
ปกติการประชุมประจำปีของสององค์กรยักษ์จะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ติดต่อกัน 2 ปี ก่อนหมุนเวียนไปจัดในประเทศสมาชิกอื่นในปีที่ 3
การที่ไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบเศรษฐกิจโลก จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้นำเสนอศักยภาพของประเทศต่อผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารสถาบันการเงิน และผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาชาติ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการเดินทางและการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงานเป็นเรื่องที่จับต้องได้อันดับต้น ๆ โดยรัฐบาลประเมินว่าจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยประมาณ 1,050–2,250 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน ซึ่งคาดว่าจะพำนักเฉลี่ย 7–10 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000–15,000 บาทต่อคนต่อวัน

เม็ดเงินดังกล่าวคาดว่าจะกระจายไปยังภาคการท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลประเมินเป็นมูลค่าไว้ ขณะที่ผลดีด้านอื่นอาจต้องใช้เวลาจึงจะเห็นความชัดเจน
นอกเหนือจากการใช้จ่ายระหว่างการประชุม รัฐบาลยังตั้งเป้าใช้เวทีนี้แสดงศักยภาพประเทศไทยด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

แล้วเวทีการเงินโลกครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใด นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ให้สัมภาษณ์กับ “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ว่า น่าจะช่วยได้ระดับหนึ่ง เพราะเป็นเวทีที่เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะมีการพูดถึงนโยบายเศรษฐกิจของไทย ประกอบกับคาดว่าจะมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศเข้าร่วมค่อนข้างมาก ซึ่งจะช่วยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยออกไป
ขณะเดียวกัน การประชุมยังเป็นโอกาสให้รัฐมนตรีของไทยได้พบกับรัฐมนตรีจากประเทศอื่น ๆ และสามารถพูดคุยหรือซักถามกันได้ภายในงาน
นอกจากนี้ การจัดประชุมระดับโลกยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดงาน หากทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ก็น่าจะทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยดีขึ้นได้ระดับหนึ่ง
เมื่อถามว่าการได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพการประชุมจะช่วยเรื่องภาพลักษณ์ประเทศไทย ท่ามกลางข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์ได้หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ก็น่าจะระดับหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากการใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุม แสดงว่าผู้จัดน่าจะมีความมั่นใจในประเทศไทยพอสมควร
เมื่อถามถึงโอกาสต่อยอดไปสู่การลงทุน นโยบายการเงิน และตลาดหุ้นไทย นายไพบูลย์กล่าวว่า จริง ๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง เพราะเป็นการประชุมที่จัดขึ้นทุกปีและหมุนเวียนไปตามประเทศต่าง ๆ โดยปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีที่ประเทศไทยสามารถประชาสัมพันธ์เรื่องของประเทศให้ผู้อื่นได้รับรู้ รวมถึงเป็นโอกาสให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงนโยบายเศรษฐกิจต่อผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศต่าง ๆ โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเผยแพร่ต่อในประเทศและภาคธุรกิจของแต่ละประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อประเทศไทยมากขึ้น
ส่วนผลต่อตลาดทุนโดยตรง นายไพบูลย์มองว่า คงมีไม่มากนัก เพราะการประชุมไม่ได้เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทยโดยตรง และไม่ใช่ว่าเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นแล้วตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้น
อีกด้านหนึ่ง หากประเทศไทยสามารถจัดการประชุมครั้งนี้ได้อย่างราบรื่น นายไพบูลย์ มองว่า อาจส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว และมีความเป็นไปได้ที่ภาคเอกชนจะพิจารณาเข้ามาจัดการประชุมระดับภูมิภาคหรือระดับโลกในประเทศไทยเพิ่มเติม
เวที IMF–World Bank 2026 จึงเปรียบเสมือน “ดิสเพลย์” ใหญ่ให้โลกได้เห็นไทยอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเสน่ห์ทางวัฒนธรรม แต่รวมถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รอการฉายสปอร์ตไลท์ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก “IMF–World Bank” ทำไมประชุมทุกปี? ก่อนคัมแบคไทยเจ้าภาพในรอบ 35 ปี