วิกฤตพลังงานและหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น นโยบายหลักการประชุม IMF และธนาคารโลก
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 ระบุว่า กรุงเทพมหานครจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางประเด็นเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับความผันผวนด้านวิกฤตพลังงานจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน, แรงกดดันด้านหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น และการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
การประชุมจะจัดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ในเมืองหลวงของประเทศไทย และผู้กำหนดนโยบายจะร่วมกันพิจารณาทางเลือกที่สำคัญหลายประการ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF - ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ลดการใช้จ่ายลง แม้ความต้องการของประชาชนกลุ่มเปราะบางอาจเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
ตลอดทั้งสัปดาห์ จะมีการประชุมลับระดับสูง, การจัดงานสาธารณะ และการประกาศนโยบายจากเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงของโลก
ในวันอังคาร ไอเอ็มเอฟจะเปิดเผยการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก พร้อมด้วยรายละเอียดแนวโน้มระดับภูมิภาคตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายเริ่มดำเนินการเพื่อรับมือกับความท้าทายที่กำลังบดบังอนาคตทางเศรษฐกิจ
คริสตาลินา จอร์เจียวา ประธาน IMF ได้เน้นย้ำว่าเศรษฐกิจโลกกำลังถูกดึงไปในทิศทางตรงกันข้าม เนื่องด้วยผลกระทบด้านลบจากอุปทานพลังงานที่เกิดจากสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่าน และผลกระทบด้านบวกจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
"การเร่งเครื่องด้าน AI ทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 3" เธอกล่าวในงานแถลงข่าววันแรกของการประชุม พร้อมเสริมว่าการเติบโตนั้นเกิดขึ้นแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานก็ตาม
ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลกกล่าวว่า ข้อความที่เขาต้องการสื่อถึงประเทศกำลังพัฒนาเกี่ยวกับ AI คือให้เน้นการสร้างแอปพลิเคชัน "AI ขนาดเล็ก" มากกว่าที่จะพยายามแข่งขันกับโมเดลที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก
"อย่าพยายามแข่งขันกับอเมริกาและจีนในเรื่องโมเดลล้ำสมัยและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพราะคุณไม่มีพลังการประมวลผล, คุณไม่มีไฟฟ้า และคุณไม่มีแรงคน ที่จะสนับสนุนแผนงานระดับนั้น" เขากล่าว
บังกา กล่าวว่า แอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถทำงานบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า และสามารถนำไปใช้ในด้านการดูแลสุขภาพ, การศึกษา, การเกษตร และสาขาอื่นๆ ที่เป็นลำดับความสำคัญในการพัฒนาของประเทศที่มีรายได้น้อย
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในการประชุมปีนี้คือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากมาตรการตอบโต้ของรัฐบาลเตหะรานได้มุ่งเป้าไปที่พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียของรัฐบาลวอชิงตัน และลดปริมาณน้ำมันและก๊าซทั่วโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศเตือนว่าผลกระทบจากวิกฤตการณ์นี้ไม่เท่าเทียมกัน โดยประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
กองทุนฯ ได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลดการใช้จ่ายด้านเงินอุดหนุน และสร้างเงินสำรองทางการคลังแทน หลังจากที่เผชิญกับวิกฤตการณ์มาหลายปีนับตั้งแต่การระบาดใหญ่ของโรคโควิด
แต่นักวิจารณ์ระบุว่าแนวทางดังกล่าวไม่สามารถทำได้จริงสำหรับประเทศที่มีรายได้ต่ำ และผู้ให้กู้ระหว่างประเทศจำเป็นต้องทำมากกว่านี้
"ประเทศสมาชิกที่ยากจนกว่าของ IMF และธนาคารโลกกำลังประสบปัญหาจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน, อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในตะวันตก และวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ" เควิน พี. กัลลาเกอร์ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายการพัฒนาโลกจากมหาวิทยาลัยบอสตัน กล่าว
"กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกยังไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ในขณะนี้ได้ พวกเขาต้องการการตอบสนองที่ทะเยอทะยานซึ่งให้สภาพคล่องฉุกเฉินในระยะสั้นควบคู่ไปกับการจัดหาเงินทุนระยะยาว เพื่อทำให้เส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของพวกเขามีความเปราะบางต่อผลกระทบเหล่านี้น้อยลง" กัลลาเกอร์กล่าวเสริม
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นพร้อมกันอาจทำให้ผู้คนอีกหลายล้านคนตกอยู่ในความยากจน เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาต้องดิ้นรนเพื่อรักษาระดับการสนับสนุนครัวเรือน
"เรากำลังเผชิญกับพายุที่สมบูรณ์แบบซึ่งอาจทำให้ผู้คนหลายสิบล้านคนหรืออาจถึงหลายร้อยล้านคน กลับไปสู่ความยากจนอีกครั้ง" อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้บริหาร UNDP กล่าว
เขาเสริมว่า รัฐบาลถูกบังคับให้เลือกทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้ ระหว่างการลดการสนับสนุนพลเมืองที่ยากจนที่สุด หรือเสี่ยงเดินหน้าแผนพัฒนาทั้งหมดของพวกเขา
ประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วในยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ผ่านพ้นพายุจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ดีกว่า แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเกิดจากราคาที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้นจนส่งผลกระทบต่อสินค้าอื่นๆ ด้วย
ภาวะเงินเฟ้อดังกล่าวทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมราคาสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นการชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วกลับเจอช่องทางการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟู ส่งผลให้ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สัปดาห์นี้ยังจะมีการประชุมสำคัญหลายครั้งนอกเหนือจากการประชุมใหญ่ รวมถึงการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 ซึ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นจะเป็นประเด็นสำคัญในวาระการประชุม
อย่างไรก็ตาม บุคคลสำคัญที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้คือ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ซึ่งจะงดเข้าร่วมเนื่องจากติดภารกิจภายในประเทศ.