ICHI ‘ตัน’ แตกหน่อ.!

สร้างความฮือฮาทั้งในแวดวงธุรกิจและแวดวงหุ้นไม่น้อยทีเดียว…เมื่อบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ของ “เสี่ยตัน ภาสกรนที” ประกาศจะรุกเข้าสู่ธุรกิจภาคเกษตร ผ่านการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยของไทย เพื่อจัดตั้งบริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โครงสร้างการถือหุ้นแบ่งเป็น ICHI ถือหุ้น 51% และกลุ่มเอกยงวงศ์ ถือหุ้น 49%
โดยสินค้าเกษตรที่ว่าก็คือ การขายปุ๋ย..!!
แต่แหม๊…“เสี่ยตัน” ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่อนักการตลาด จะไปขายปุ๋ยทั้งที ต้องไม่ธรรมดาสิว่ามั้ย..??
เข้าใจแหละว่า ต้องการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเครื่องดื่ม…ลดการพึ่งพารายได้จากตลาดเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว
แต่คำถามที่หลายคนสงสัย ทำไมต้องขายปุ๋ย..?? เพราะถ้าพูดถึงสินค้าภาคเกษตร มีเซกเมนต์ให้เลือกร้อยแปดพันเก้า แต่ ICHI โฟกัสไปที่การขายปุ๋ย..??
คำตอบของคำถามนี้ มีสารตั้งต้นมาจากการที่ ICHI กับบริษัท เอกยงวงศ์ เป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่กันมาก่อน
โอเค…แม้ ICHI ไม่ได้มีไร่ชาเขียว หรือไร่สมุนไพร วัตถุดิบเกษตรอื่น ๆ เป็นของตัวเอง แต่จะใช้วิธีเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกและรับซื้อชาจากเกษตรกร ซึ่งในการส่งเสริมเกษตรกรปลูกน่าจะพ่วงด้วยการสั่งซื้อปุ๋ยจากบริษัท เอกยงวงศ์ เพื่อนำไปให้เกษตรกรใช้ในไร่ด้วย
เลยทำให้ “เสี่ยตัน” ได้เห็นพัฒนาการการเติบโตของบริษัท เอกยงวงศ์ มาโดยตลอด…
พิสูจน์ทราบได้จากผลประกอบการในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ไล่มาตั้งแต่ปี 2564 มีรายได้รวม 3,431.61 ล้านบาท กำไรสุทธิ 32.45 ล้านบาท ปี 2565 มีรายได้รวม 4,074.21 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37.87 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้รวม 4,277.16 ล้านบาท กำไรสุทธิ 38.35 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้รวม 4,210.13 ล้านบาท กำไรสุทธิ 38.25 ล้านบาท ปี 2568 มีรายได้รวม 3,273.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ 38.09 ล้านบาท
ถ้าเป็นคนอื่นอาจปล่อยผ่าน…หรืออย่างมากอาจมองหาลู่ทางเพื่อทำปุ๋ยขายแข่งเสียเอง..!?
แต่พอเป็น “เสี่ยตัน” กลับคิดต่าง…แทนที่จะทำปุ๋ยขายแข่ง ก็ไปผูกข้อไม้ข้อมือเป็นพันมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกันเสียเลย ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด นั่นเอง
จากกลยุทธ์นี้ทำให้ ICHI ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในธุรกิจปุ๋ยดีอยู่แล้ว…การเข้าสู่ธุรกิจเกษตรของ ICHI จึงกระโดดไปสู่ก้าวที่ 3 ก้าวที่ 4 ได้เลย แถมยังช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจใหม่ได้อีกด้วย
โดยในตลาดปุ๋ยเคมีไทยที่มีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” จะเลือกเจาะตลาดปุ๋ย Compound NPK ซึ่งเป็นเซกเมนต์พรีเมียมที่มีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท โดยเริ่มจากการรับโอนแบรนด์ปุ๋ยพรีเมียม Rampatec (แรมปาเทค) ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ดีกว่าปุ๋ยพืชไร่ หรือนาข้าว โดยกลุ่มเอกยงวงศ์ทำตลาดมาแล้ว 3 ปี และมียอดขายล่าสุดราว 70 ล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างรายได้ทันที โดยไม่ต้องสร้างแบรนด์ใหม่ให้เสียเวลา
ICHI ตั้งเป้ารายได้ 3 ปีแรก (ปี 2570-2572) จะอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดที่ระดับ 3-4%
แต่จะว่าไปตลาดนี้ก็ไม่ง่ายที่จะให้ ICHI เข้าไปแบ่งเค้กนะ เนื่องจากมีผู้เล่นหลากหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยตรามงกุฎ ของบริษัท เทอราโกร เฟอร์ติไลเซอร์ จำกัด (ในเครือกลุ่มพรรณธิอร), ปุ๋ยตรายาร่า (Yara/YaraMila) ของ Yara International, ปุ๋ยตราหัววัวคันไถ ของบริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน), ปุ๋ยตรากระต่าย ของบริษัท เจียไต๋ จำกัด, ปุ๋ยตราม้าบิน ของบริษัท ไอซีพี (ICP Group), ปุ๋ยตราเรือใบไข่มุก ของบริษัท ปุ๋ยไวกิ้ง จำกัด, ปุ๋ยตรานกกระเรียน ของบริษัท ทิพย์สุโขทัย ไบโอ-เทค จำกัด เป็นต้น
ก็น่าจับตา การแตกหน่อสู่ธุรกิจภาคเกษตร ที่ ICHI หมายมั่นปั้นมือจะสร้าง New Growth Engine จะสมดังที่หวังหรือไม่..??
และจะเป็นบทพิสูจน์ว่า มุมมองของ “เสี่ยตัน” ในวันนี้ยังเฉียบคมเหมือนเดิมหรือเปล่า..??
ไม่นานเกินรอคงได้รู้กัน…
…อิ อิ อิ…