HILITE: DELTA พุ่ง 7.42% โบรกพลิกมุมมองเป็น ซื้อ อัพเป้า 320 บาทรับคลื่น AI พร้อมปรับราคาสินค้าปี 70
DELTA พุ่ง 7.42% มาที่ 275.00 บาท เพิ่มขึ้น 19.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 4,954.28 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.51 น. จากราคาเปิด 262 .00 บาท ราคาสูงสุด 276.00 บาท และต่ำสุด 260.00 บาท
บล.กรุงศรี ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิกส์ [DELTA] ขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิมแนะ ลดน้ำหนักการลงทุน พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 320 บาท จาก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 25% ภายในเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งได้สะท้อนข่าวลบเกี่ยวกับอัตรากาไรขั้นต้นไปแล้ว
- การหดตัวของ GPM ที่เห็นได้ในไตรมาส 2/69 ไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงปัจจัยพื้นฐาน โดยจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นDELTA จะสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้ในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราปรับประมาณการกำไรขึ้นสำหรับช่วง 2570-2571
- กำไรในช่วงปี 2570 จะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นตัวปัจจัยหนุนให้มีการปรับเพิ่มประมาณการณ์
สำหรับการปรับราคาจะทำได้ในช่วงต้นปี 2570 จากปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ การชะลอตัวของกำไรในไตรมาส 2/69 โดยลดลง 33% qoq ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ได้เป็นปัจจัยกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เรามีมุมมองสอดคล้องกับตลาดว่า DELTA มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และไดโอด ในช่วงไตรมาส 3/69 และ ไตรมาส 4/69 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 29% ในช่วง 2H26
อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่า DELTA จะสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้โดยเริ่มต้นในช่วงปี 70 หรืออาจเร็วกว่านั้น หนุนโดยปริมาณความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI อาทิ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและอุปกรณ์จ่ายไฟ
ในขณะที่เรายังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 69 ไว้ตามเดิมที่ 32.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 32%yoy เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกาไรสาหรับช่วงปี 71-72 ขึ้น 20% เพื่อสะท้อนความสามารถของ DELTA ในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/69 ปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อทั้งรายได้และอัตรากาไรขั้นต้นในช่วง 70-71
นอกจากนี้ เรายังได้ปรับปรุงสมมติฐานรายได้ในกลุ่มสินค้า Power Electronics เพื่อสะท้อนความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) จากประมาณการใหม่ของเรา เราคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของกำไรจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 51% ในปี 71 จาก 42%ในปี 69
ปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นสู่ระดับ 320 บาท จากเดิม 244 บาท ตามการปรับประมาณการกำไรขึ้น ทั้งนี้ ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง 30% ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา จึงยังไม่ได้สะท้อนความคาดหมายเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร