classicliterature.it.com

สสส. จับมือ กรมสุขภาพจิต เดินหน้า ‘HHA’ สร้างเครือข่ายดูแลคนทำงาน ครบกาย-ใจ-การเงิน - ข่าวสด

ในวันที่เรื่องงานไม่ได้จบลงพร้อมเวลาเลิกงาน เพราะเทคโนโลยีทำให้คนทำงานต้อง ‘เชื่อมต่อ’ กับงานอยู่ตลอดเวลา ความเครียด ภาวะหมดไฟ และปัญหาสุขภาพจิตจึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรไม่อาจมองข้าม โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้สูญเสียวันทำงานทั่วโลกราว 12,000 ล้านวันต่อปี สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่ได้กระทบเพียงตัวบุคคล แต่เชื่อมโยงไปถึงประสิทธิภาพการทำงานและเศรษฐกิจในภาพรวม

สถานการณ์ในไทยก็มีสัญญาณที่ต้องจับตา โดยข้อมูลจากระบบ Mental Health Check-in ของกรมสุขภาพจิต ปี 2568 พบคนวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดในระดับสูง และเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ในกลุ่มวัยทำงานตอนต้นอายุ 20-29 ปี ขณะที่ผลสำรวจของ TIMS พบคนวัยทำงานร้อยละ 27 ยังคงฝืนทำงานแม้มีปัญหาสุขภาพจิต หรือภาวะ Presenteeism

เพื่อไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพ รวมทั้งศักยภาพขององค์กรในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับกรมสุขภาพจิต และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนแนวทาง Holistic Health Advisor (HHA) ภายใต้แนวคิด “Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations” เพื่อสร้างบุคลากรในองค์กรให้เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาวะของคนทำงาน ตั้งแต่การรับฟัง คัดกรอง ให้คำปรึกษาเบื้องต้น ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

HHA เชื่อมคนทำงาน สร้างเกราะใจในองค์กร

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส.

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สุขภาพจิตเป็น 1 ใน 7 เป้าหมายยุทธศาสตร์ของ สสส. สอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติฉบับที่ 1 โดยมุ่งสร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตก่อนพัฒนาไปสู่การเจ็บป่วย ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ การส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน โรงเรียน และสถานประกอบการ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ตลอดจนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต พร้อมร่วมกับกรมสุขภาพจิตและภาคีเครือข่ายพัฒนาเครื่องมือดูแลสุขภาพจิต อาทิ แอปพลิเคชัน DMind และเว็บแอปพลิเคชันต่อ-เติม-ใจ

สำหรับการดูแลคนวัยทำงาน สสส. สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร HHA เพื่อสร้างบุคลากรในองค์กรให้เป็นกลไกดูแลสุขภาวะอย่างรอบด้าน ทั้งกาย ใจ และการเงิน โดยตั้งแต่ปี 2567 มีสถานประกอบการเข้าร่วม 222 แห่ง มีผู้เข้าร่วม 358,560 คน พบกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 32,536 คน ได้รับการดูแลช่วยเหลือจนมีอาการดีขึ้นร้อยละ 99.98 ขณะที่กลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพกาย 25,600 คน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดีขึ้นร้อยละ 91.96 และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพการเงินได้รับการดูแลช่วยเหลือร้อยละ 70

“การดูแลสุขภาพจิตในสถานประกอบการต้องไม่รอให้คนป่วยแล้วจึงเข้าไปช่วย แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้คนเข้าถึงการดูแลได้ตั้งแต่ต้น HHA จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมคนทำงานกับการดูแลที่เหมาะสม ทั้งการรับฟัง คัดกรอง และส่งต่อเมื่อจำเป็น เพื่อไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นภัยเงียบที่กระทบทั้งตัวคนและองค์กร” ผู้จัดการกองทุน สสส. เผย

นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

ในมุมของกรมสุขภาพจิต นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานกว่า 38.66 ล้านคน ซึ่งต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น กรมสุขภาพจิตจึงร่วมกับ สสส. พัฒนา HHA เพื่อสร้างบุคลากรภายในองค์กรให้เป็น ‘เพื่อนคู่คิด ดูแลใจ’ สามารถให้คำปรึกษาเบื้องต้น ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการเงิน รวมถึงคัดกรองและเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบได้อย่างเหมาะสม

หัวใจของ HHA ไม่ใช่การทำหน้าที่แทนผู้เชี่ยวชาญ ทว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบุคลากรกับหัวหน้างาน ระบบบริการสุขภาพจิต และภาคีเครือข่าย โดยมีบทบาทตั้งแต่การเชื่อมโยง รับฟังโดยไม่ตัดสิน คัดกรองความเสี่ยง เสริมทักษะการจัดการชีวิต ขณะเดียวกัน การทำงานในยุคที่ทุกคนเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา ทำให้การสร้างสุขภาวะในองค์กรต้องขยับจากการดูแลเฉพาะบุคคล ไปสู่การสร้างระบบนิเวศสุขภาพจิต ทั้งการดูแลตนเอง ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยทางใจ รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี

“HHA ไม่ใช่คนที่ต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง แต่คือคนที่ทำให้คนที่มีปัญหาไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เป้าหมายจึงไม่ใช่จำนวนคนที่ได้รับคำปรึกษา แต่คือการทำให้คนได้รับการดูแลตั้งแต่ก่อนปัญหาจะพัฒนาไปสู่ความเจ็บป่วย และทำให้องค์กรมีระบบที่ดูแลคนได้อย่างต่อเนื่อง” รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เน้นย้ำ

จากเพื่อนคู่คิด สู่พลังสร้างองค์กรสุขภาวะ

นางภัทรานิษฐ์ ทองตันไตรย์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 กรมสุขภาพจิต

เพื่อให้แนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริงในองค์กร นางภัทรานิษฐ์ ทองตันไตรย์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 กรมสุขภาพจิต ชี้ว่า หลักสูตร HHA ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมจัดทำคู่มือ HHA คู่มือวิทยากร รวมถึงหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อให้หน่วยงานนำไปพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากร HHA 4,620 คน และ HHA Coach 86 คน ครอบคลุมองค์กร 222 แห่ง โดยระยะต่อไปเตรียมพัฒนาระบบ Dashboard HHA ระดับประเทศ กำหนดมาตรฐานคุณภาพ HHA พัฒนาวิทยากรระดับ Master Trainer ตลอดจนสร้างเครือข่ายองค์กรต้นแบบ เพื่อขยายการดูแลสุขภาวะจาก Active HHA สู่ Active Organization

นายเตชทัต หอมบุปผา สาธารณสุขอำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

หนึ่งในตัวอย่างการนำแนวคิด HHA ไปใช้จริง คือ นายเตชทัต หอมบุปผา สาธารณสุขอำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งนำแนวทางดังกล่าวมาดูแลบุคลากรสาธารณสุข 71 คน ที่ต้องรับผิดชอบประชากรราว 70,000 คน ท่ามกลางภาระงานและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น จึงพัฒนาแกนนำ 27 คน และสร้างนวัตกรรม ‘บัดดี้คู่คิด ชีวิตสมดุล’ ให้บุคลากรจับคู่เป็นเพื่อนช่วยเพื่อน คอยสังเกต รับฟัง พร้อมติดตามดูแลกันใน 3 มิติ (กาย ใจ และการเงิน) ช่วยลดทั้งค่า BMI ความเครียด และวางแผนแก้ปัญหาหนี้สินอย่างได้ผล

“พวกเราดูแลคนอื่นมาตลอดจนบางครั้งลืมดูแลตัวเอง การนำ HHA มาสร้างบัดดี้คู่คิด ชีวิตสมดุล ทำให้เรามีเพื่อนที่เข้าใจอาชีพเดียวกัน คอยรับฟัง ให้คำปรึกษา และช่วยกันดูแลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพเงิน” นายเตชทัต ทิ้งท้าย

จากเพื่อนคู่คิดในองค์กร สู่ระบบที่ทำให้คนทำงานกล้าขอความช่วยเหลือก่อนปัญหาจะลุกลาม ‘HHA’ จึงไม่ได้เปลี่ยนเพียงวิธีดูแลสุขภาพ แต่กำลังสร้างวัฒนธรรมที่องค์กรและคนทำงานเติบโตไปด้วยกัน

Update: 2026-09-21
Tags: