ทร.เผยเลือกเรือฟริเกต Hanwha Ocean เกาหลีใต้ เหตุยื่นเอกสารสมบูรณ์รายเดียว
วันนี้ (18 กันยายน) ที่ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมคณะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ร่วมกันแถลงผลการพิจารณาโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง วงเงินไม่เกิน 17,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศและกองทัพเรือเป็นหลัก
พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจำนวน 1 ลำ พร้อมระบบ อุปกรณ์ อะไหล่ และการฝึกอบรม เพื่อทดแทนเรือเดิมที่ใกล้ปลดประจำการตามสมุดปกขาว รองรับภารกิจรบ 3 มิติ ได้แก่ ผิวน้ำ ใต้น้ำ และป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงการต่อต้านโดรนและการปฏิบัติการร่วมสมัยใหม่ โดยฝ่ายเสนาธิการกำหนดความต้องการจากภารกิจและภัยคุกคาม ไม่ได้เจาะจงบริษัทหรือประเทศผู้ผลิตใดเป็นการเฉพาะ
ในการแข่งขัน กองทัพเรือเชิญอู่ต่อเรือที่มีประสบการณ์ 11 ราย เข้ารับเอกสาร TOR และมีผู้ยื่นข้อเสนอ 6 ราย ซึ่งกระบวนการพิจารณาได้แยกระหว่างคุณลักษณะขั้นต่ำกับรายการคะแนนเปรียบเทียบ โดยประเมินภาพรวมทั้งระบบ ความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ ไม่ได้มองแค่ราคาต่ำสุด ทั้งนี้ การเปิดเผยรายละเอียดมีข้อจำกัดตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของเอกชน แต่ทุกขั้นตอนมีการบันทึกหลักฐานอย่างครบถ้วนเพื่อรองรับการตรวจสอบ
ผลการตรวจสอบคุณสมบัติพบว่า มี 1 รายไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากเอกสารสำคัญไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน และเมื่อนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาด้านเทคนิค พบอีก 4 รายไม่ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคที่เป็นสาระสำคัญ เนื่องจากไม่จัดส่งเอกสารพิสูจน์สมรรถนะ หรือยื่นข้อเสนอแบบมีเงื่อนไข
คณะกรรมการจ้างฯ จึงมีมติเอกฉันท์ให้ทั้ง 4 รายไม่ผ่านเกณฑ์ ทำให้เหลือผู้ยื่นข้อเสนอที่ถูกต้องครบถ้วนเพียง 1 ราย ซึ่งการเหลือรายเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับคัดเลือกทันที แต่ต้องผ่านการประเมินความคุ้มค่ารอบด้านภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม โดยมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันร่วมติดตาม
ผลการประเมิน คณะกรรมการจ้างฯ มีมติคัดเลือกบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. จากสาธารณรัฐเกาหลี โดยเสนอราคาหลังการต่อรองที่ 16,730 ล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินโครงการ 270 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 1.6) โดยการต่อรองยังคงรักษาสมรรถนะและคุณภาพไว้ครบถ้วน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติม เช่น แบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (OPV) แบบยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) และสิทธิเข้าถึงองค์ความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดระบบสื่อสารทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) และระบบอำนวยการรบ (CMS) เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ
สำหรับนโยบายผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset Policy) บริษัท Hanwha Ocean เสนอมูลค่าการดำเนินกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง (Actual Value) รวม 7,254.74 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 43.36 ของมูลค่าโครงการ) และมูลค่าเครดิตผลประโยชน์ตอบแทน (Offset Credit Value) กว่า 53,650 ล้านบาท โดย Actual Value คือการลงทุนและค่าใช้จ่ายจริง ส่วน Offset Credit คือมูลค่าเครดิตตามตัวคูณกิจกรรม ซึ่งทุกกิจกรรมต้องมีแผนงานและวัดผลได้จริง
พล.ร.ต. ศราวุธ ชิยางคบุตร ประธานกรรมการพิจารณาดำเนินการตามนโยบาย Offset ชี้แจงว่า การกำหนดออฟเซตใน TOR แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ การลงทุนในไทย, การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี, การพัฒนาบุคลากร, การร่วมผลิต และการใช้แรงงาน/วัสดุในประเทศ โดยกำหนดมูลค่าจริงขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 และเครดิตชดเชยไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของมูลค่าโครงการ ซึ่งต้องเสนอแผนงานและ KPI ชัดเจน นอกจากนี้ ทร. วางแผนให้ออฟเซตในเรือฟริเกตลำที่ 2 เกิดการต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จากมูลค่าเรือ
พล.ร.ต. ศราวุธ ระบุเพิ่มเติมถึงเกณฑ์ขั้นต่ำในการต่อเรือรบร้อยละ 20 ของโครงสร้างตัวเรือว่า ในความเป็นจริงไม่สามารถสร้างในประเทศได้ 100% เพราะระบบเครื่องจักร อาวุธ และเซ็นเซอร์ต้องนำเข้า แต่ ทร. คาดหวังให้เกิดการผลิตระบบย่อย ส่วนกรณีที่มีบริษัทเสนอว่าต่อในประเทศได้ 100% นั้นถือเป็นจุดอ่อนไหวที่ต้องพิจารณาว่าทำได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ หลังจบขั้นตอนการอุทธรณ์ ทร. จะลงนามข้อตกลงออฟเซตและกำหนดหลักเกณฑ์ผู้รับออฟเซตอย่างชัดเจน โดยผู้รับต้องมีขีดความสามารถรองรับได้จริง ซึ่งจะมีการเสนอ ครม. รับทราบด้วย
หลังการประกาศผล กองทัพเรือจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ตั้งแต่การทำสัญญา การควบคุมการสร้างเรือ การทดสอบ จนถึงการตรวจรับส่งมอบ เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอในเอกสารให้เป็นเรือที่มีสมรรถนะครบถ้วน และเปลี่ยนนโยบาย Offset ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง สมกับเป็นเรือที่สร้างขึ้นจากภาษีของประชาชน