Global Minimum Tax สกัดเงินออกนอกระบบ-ป้องอาชญากรเศรษฐกิจ
หลัง ครม.มีมติอนุมัติให้ไทยสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล Global Minimum Tax (GMT) มาตรการภาษีใหม่กับนานาประเทศได้อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดเริ่มยื่นข้อมูลต่อกรมสรรพากรและเปิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเดือน มิ.ย. 2570 เพื่อปิดช่องโหว่ที่บริษัทข้ามชาติ ใช้โยกย้ายกำไรไปยังดินแดนปลอดภาษี (Tax Haven) และเลี่ยงภาระภาษีในประเทศ ที่ตนทำธุรกิจจริง ซึ่งกรมสรรพากรคาดการณ์ว่า การจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ตามกลไกนี้จะสร้างรายได้ให้รัฐได้ราว 10,000 ล้านบาทต่อปี
Global Minimum Tax (GMT) มาตรการภาษีใหม่ที่กำหนดโดย OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) เพื่อลดช่องว่างของการหลีกเลี่ยงภาษีและสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจโลก แต่ด้วยสภาวะวิกฤตบนความไม่แน่นอนของโลกปัจจุบัน ส่งผลต่อการจัดเก็บภาษียากขึ้น จึงทำให้การวินิจฉัยคดีภาษีจึงท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อเจ้าของธุรกิจและภาครัฐ รวมทั้งการจัดการกับอาชญากรทางเศรษฐกิจที่กำลังจะผุดตามมา
วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง กล่าวช่วงหนึ่งในงานสัมมนาทางวิชาการ “อนาคตเศรษฐกิจไทยกับโจทย์ใหม่ในการพิจารณาคดีชำนัญพิเศษ” เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2529 ไว้อย่างน่าสนใจว่า วิกฤตปากท้องจากความไม่แน่นอนในตอนเช้า หรือที่เรียกว่า Morning crisis ค่าเงินเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว กระทบต่อรายได้ ทางเศรษฐกิจของคน ซึ่ง 80% ส่วนใหญ่มาจากภาษี สัดส่วนรายได้ของภาษีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 18% ต่อ GDP ในภาคอาเซียน ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจดี แต่ของไทยการจัดเก็บไม่ถึง 15% ต่อ GDP ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ต้องมาจากภาษี จะทำอย่างไร
แต่การจัดเก็บภาษีได้จะมาจาก 3 เหตุผลคือ เศรษฐกิจดี 90-95% ของภาษีสรรพากร เป็นภาษีจากการเดินมาจ่ายไม่ต้องใช้หมายเรียก ในอดีต เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ธุรกิจมีเดียของประเทศไทย มีเงินหมุนเวียน 60,000-70,000 ล้านบาท สถานีโทรทัศน์มีการจัดงานยิ่งใหญ่ แต่ปัจจุบันสัดส่วนทุกอย่างเล็กลง ธุรกิจมีเดีย มีเงินหมุนเวียนเหลือ 10,000 ล้านบาท
ผอ.สศล. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจมีเดียกระทบอะไร สังเกตใกล้ตัวที่สุด หากยังดูซีรีส์ไทยหรือละครไทย ยังดูตามวันเวลาที่สถานีโทรทัศน์กำหนดออนแอร์ หรือไม่ ประเด็นสำคัญที่เห็นชัด คือขณะนี้เวลาดูมันเปลี่ยนไปแล้ว จะดูที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรก็ได้ เราสามารถดูสื่อได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสตรีมมิ่ง ซึ่งเจ้าใหญ่ที่สุดที่คนไทยนิยมอยู่สิงคโปร์ ขณะที่ประเทศไทยมีแค่ตัวเร่งสัญญาณ
Global Minimum Tax สกัดเงินออกนอกระบบ-ป้องอาชญากรเศรษฐกิจ
“จะเห็นว่าแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ อยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เงินออกไปนอกระบบ เยอะมาก เมื่อปี 2567 คลังและสรรพากรก็ตัดสินใจออกกฎหมายที่เรียกว่า E-service tax เพราะคนดู สตรีมมิ่งเยอะ จ่ายเงินออกนอกประเทศ หลายล้านคนดูสตรีมมิ่งต่างประเทศ บริหารจากต่างประเทศ ทำให้ไทยเก็บภาษีไม่ได้ วันนี้ E-service tax ออกมาใช้บังคับแล้ว ทำให้จัดเก็บโดยหักจากแพลตฟอร์มต่างประเทศมาได้ปีละ 10,000 ล้านบาท เพราะสามารถหักภาษีจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ กว่า 100 บริษัท
วินิจ บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปที่เห็นได้ชัดคือ สตรีมมิ่งต่างประเทศมาให้บริการในประเทศและที่กำลังจับตา คือการให้บริการจากดาวเทียม Low Earth Orbit (LEO) ขึ้นไป 150 GIG วิ่งรอบโลก ให้บริการอินเทอร์เน็ต ทั้งของอเมริกาและไทย หากวันนี้ถ้าเขาให้บริการ แต่สถานประกอบการถาวรไม่มี ไม่ทราบว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ไหน ซึ่งมีปัญหาแน่ ๆ ตรงนี้ จึงต้องมีข้อตกลงระหว่างประเทศที่เรียกว่า Global Minimum Tax (หรือการกำหนดอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำที่ 15% สำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ตามกติกาสากลที่ไทยในฐานะสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ร่วมตกลงไว้ ณ กระทรวงการคลัง ว่าจะต้องจัดเก็บอย่างไร
ถ้าการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนำไปสู่เขตอำนาจรัฐยังคงมีอยู่ แต่ทำงานยากขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีก็ยากขึ้น ในภาวะที่ประเทศไทยมีภาวะขาดดุล งบประมาณติดลบ ซึ่งในมุมของภาษีก็มี 2 มิติ ตัวผู้ลงทุน และผู้ทำธุรกิจต้องสนใจ 4 เรื่อง คือ กำไร รายได้ รายจ่าย ภาษี ถ้าการเข้ามาลงทุน เข้ามาแล้วขอลดภาษีเลยไม่ได้ ก็ต้องมั่นใจว่า หากมีข้อพิพาทก็ต้องมี ที่ปรึกษาด้านภาษี ซึ่งก็มีลักษณะพิเศษ โดยเฉพาะการจัดตั้งศาลภาษีอากรกลาง ที่แยกออกมาจากศาลแพ่งและศาลยุติธรรม กรมสรรพากร ทำหน้าที่ยึดอายัดทรัพย์ ขายทอดตลาดได้เลย เพราะต้องให้รวดเร็ว และเป็นการบังคับการใช้อำนาจเด็ดขาด
แต่ก็มักจะมีข้อโต้แย้งตามประมวลรัษฎากร ไม่ได้ออกแบบมาจัดการกับอาชญากรทางเศรษฐกิจ ในมุมผู้ยื่นแบบภาษี ก็มองว่า เป็นการวางแผนภาษี แต่ในมุมของสรรพากร มองว่าในมุมหลีกเลี่ยงภาษี
ดังนั้น เมื่อมีศาลคดีชำนัญพิเศษ คดีอาญาทางภาษีอยู่ที่ศาลภาษีอากรทำให้มีความเฉพาะ และผลการพิจารณาคดีจากศาล ทำให้มีแนวปฏิบัติออกมา เพื่อจัดการกับอาชญากรทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาหลายคดีมีวินิจฉัยออกมามีผลต่อการค้าการลงทุน ทำให้ทิศทางเปลี่ยน ศาลชำนัญพิเศษทำให้ผู้ลงทุนมีที่พึ่ง
โดยเฉพาะเรื่องภาษี หลายครั้งภาคราชการได้ดึงแนวพิพากษามาปฏิบัติตาม โดยเฉพาะในวันที่เกิดความท้าทายทางเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดแนวทางในดำเนินการได้ แนวการวินิจฉัยศาลฯจะมีผลต่อการค้าและการลงทุน และภาษีการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น
อ่านข่าว :
พี่ชาย "ฮลุน โซโล่" เผย จอร์เจียส่งมรณบัตรให้สถานทูตแล้ว แต่ยังไม่ระบุสาเหตุเสียชีวิต
เริ่ม 28 ส.ค.เปิดวิ่งฟรี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว
บุกโรงงานไม้นครศรีฯ พบไม้แปรรูป-ซุงยักษ์จำนวนมาก