classicliterature.it.com

รอบรั้วการตลาด : หัวเว่ย ส่ง FusionSolar 9.0 โซลาร์อินเวอร์เตอร์ Grid-Forming ครั้งแรกของโลก

นายแจ็ค เจิ้ง กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย จากอิเล็กตรอนสีเขียวสู่ความชาญฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence) ในงานสัมมนา Huawei Digital Power Summit

โดยได้เน้นย้ำว่าเทคโนโลยี Grid-Forming และ AI คือขุมพลังสำคัญในการสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น มีเสถียรภาพ และชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น:  ในยามที่พลังงานหมุนเวียนกลายเป็นแหล่งพลังงานหลัก เทคโนโลยี Grid-Forming และ AI จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร ชาญฉลาด และยืดหยุ่นยิ่งขึ้น 

สำหรับยุค AI ของประเทศไทย ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยี '4T' ของหัวเว่ย ดิจิทัลพาวเวอร์ อันได้แก่ Bit, Watt, Heat และ Battery ยุทธศาสตร์ Grid-Forming Everywhere, AI Everywhere' ของเรามุ่งเน้นการเสริมความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่อนาคตพลังงานคาร์บอนต่ำและชาญฉลาดอย่างแท้จริง

ภายใต้แนวคิด  Redefine Life Cycle Optimal LCOE  (สร้างนิยามใหม่ให้กับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยที่คุ้มค่าที่สุดตลอดอายุการใช้งาน) หัวเว่ยได้แนะนำ FusionSolar 9.0 ซึ่งมาพร้อมกับรุ่น SUN2000-506KTL อินเวอร์เตอร์แบบสตริงอัจฉริยะระบบ Grid-Forming เครื่องแรกของโลก 

ด้วยการส่งมอบความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานครอบคลุมทั้งเรื่องประหยัดเงินลงทุนเริ่มแรก อัตราการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น การบริหารจัดการและบำรุงรักษาด้วย AI และการพยุงโครงข่ายไฟฟ้า โซลูชันนี้จึงเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐศาสตร์ของโครงการ เพื่อเพิ่มมูลค่าระยะยาวสูงสุดตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนด้วย 4 นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ได้แก่ โมดูล IGBT รุ่นใหม่ที่ทนแรงดันไฟฟ้าได้สูงขึ้น 25% การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า (PLC) แบบสองช่องสัญญาณ ระบบระบายความร้อนแบบไฮบริด และอัลกอริทึมพยุงโครงข่ายไฟฟ้าที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ทำให้ FusionSolar 9.0 สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโครงข่ายไฟฟ้า (Utility-scale) โดยเปลี่ยนนวัตกรรมทางวิศวกรรมให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ 4 ด้าน 

ต้นทุนระบบที่ต่ำกว่า และผลตอบแทนที่สูงกว่า : ลดต้นทุนระบบประกอบโรงไฟฟ้า (BOS Cost) ได้ถึง 0.1–0.2 บาท/วัตต์พีก (Wp) ลดต้นทุนการทดสอบและเริ่มเดินระบบ (Commissioning) ได้ถึง 1 ล้านบาทต่อโครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ (MW) และเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าโดยรวมได้ 1.5%–2% ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) และย่อระยะเวลาคืนทุนของโครงการได้อย่างตรงจุด

การสนับสนุนระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น : ด้วยเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์แบบสตริงระบบ Grid-Forming ซึ่งเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม โซลูชันนี้ช่วยยกระดับความสามารถในการพยุงโครงข่ายไฟฟ้า และเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนเข้าระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะโครงข่ายไฟฟ้าอ่อนแอหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล

การบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น : ด้วยระบบวิเคราะห์ปัญหาด้วย AI และการตรวจวัดแบบบูรณาการ FusionSolar 9.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับข้อผิดพลาดได้มากกว่า 50% นอกจากนี้ เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์พร้อมระบบทำความสะอาดตัวเองยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือที่เหนือชั้น : ติดตั้งกลไกความปลอดภัยแบบหลายชั้นและระบบระบายความร้อนแบบไฮบริดขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้ถึง 30% จึงมั่นใจได้ว่าโรงไฟฟ้าจะสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ต่อเนื่อง และปลอดภัย แม้ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย

โดยคุณประโยชน์ที่วัดผลได้จริงเหล่านี้ ส่งผลให้ FusionSolar 9.0 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับโครงการโซลาร์เซลล์ระดับโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการบรรลุความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ได้มากขึ้น มีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น และได้ประสิทธิภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่พร้อมรองรับโครงข่ายอัจฉริยะในอนาคต

การเปิดตัว FusionSolar 9.0 ในครั้งนี้ หัวเว่ยได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมดิจิทัลพาวเวอร์ ด้วยการสร้างนิยามใหม่ให้กับมูลค่าตลอดอายุการใช้งาน และการยกระดับโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นสินทรัพย์อัจฉริยะที่ช่วยพยุงโครงข่ายไฟฟ้า หัวเว่ยกำลังร่วมสร้างระบบพลังงานยุคใหม่ พร้อมเร่งส่งเสริมการนำโซลูชันที่ยั่งยืนและมีคาร์บอนต่ำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย

เพื่อพ่อค้าแม่ขาย : บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้าน “AminoScience” และนวัตกรรมด้านอาหารและโภชนาการเพื่อความกินดีมีสุข ยกระดับร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ดทั่วประเทศ ด้วยการเปิดตัว อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน พันธมิตรโซลูชันที่ผู้ประกอบการร้านอาหารและพ่อครัวแม่ครัวไว้วางใจ 2 รสชาติ ได้แก่ ซอสหมักและย่าง/พะโล้ โดยมีจุดเด่นคือช่วยลดต้นทุน ลดขั้นตอน และช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พ่อครัวแม่ครัวจริงๆ เพราะพัฒนาจากอินไซต์ที่ได้จากผู้ประกอบการร้านอาหารโดยตรง

จาก UK ถึงไทย : เดวิด โทมัส, อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน  Discover UK: Bringing British Favourites to You รวบรวมที่สุดของสินค้าและของอร่อยจากแบรนด์ชั้นนำของสหราชอาณาจักรมาให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสรสชาติและไลฟ์สไตล์แบบบริติชต้นตำรับ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ได้แก่ คุณอเล็กซ์ แพ็ค, ที่ปรึกษาด้านการพาณิชย์ และทูตพาณิชย์ประจำประเทศไทย, คุณริกกี้ เจนนิ่งส์, ที่ปรึกษาด้านการเกษตรประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, คุณเดวิด แครน, หัวหน้าฝ่ายธุรกิจและส่งออก, คุณศุภวัฒน์ สุขสันติสวัสดิ์, หัวหน้าฝ่ายการลงทุน 

พร้อมด้วย คุณเกร็ก วัทคินส์, MBE, ผู้อำนวยการหอการค้าอังกฤษ-ไทย ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มเซ็นทรัล นำโดย คุณสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะที่ปรึกษา กลุ่มเซ็นทรัล และ คุณสุพัตรา จิราธิวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด นำโดย คุณธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, คุณจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และ คุณซิมง ฟลอริออง ราฟาเอล โรแบรต์ ผู้อำนวยการฝ่ายนำเข้าสินค้า -  Fresh and Fine Food บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมให้การต้อนรับ ณ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

Update: 2026-08-14
Tags: