classicliterature.it.com

"กกร." ชี้ไทยจังหวะทอง รับ FDI เร่งดัน 5 Hub รับคลื่นลงทุน 5.44 แสนล้านดอลลาร์


นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เปิดเผยภายหลังการประชุม กกร. เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ว่า กกร. ยังคงกรอบประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ณ เดือน มิ.ย.-ส.ค. 2569 โดยคาดว่า GDP จะขยายตัว 1.6-2.0% การส่งออกขยายตัว 8.0-10.0% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5-3.0% โดยเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายในการปรับตัวและคว้าโอกาสจากกระแสดิจิทัลโลก แม้ภาคการส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตได้ดี

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวสูงถึง 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีสัดส่วน 26.5% ของการส่งออก และเติบโตถึง 45.9% ตามกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ขณะที่ภาคการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมขาขึ้นมีการเติบโตสูง แต่ไทยยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับ Local Content เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและการผลิตในประเทศ ตอบโจทย์ Regional Value Chain (RVC) พร้อมส่งเสริมการสร้าง Supply Chain ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และวางแผนสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงต้องแยกแยะอุตสาหกรรมขาลงให้ชัดเจน เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือสามารถดำเนินการได้ตรงจุด

นายผยง กล่าวว่า กกร. ยังสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หรือ Connect the Dots ให้มีฐานข้อมูลที่อัปเดต เชื่อถือได้ และครอบคลุม เพื่อก้าวไปสู่ Open Government โดยเฉพาะการยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้เหมาะสมกับความจำเป็นของแต่ละบุคคลและมีความเป็นธรรม

รวมถึงการลดการเอาเปรียบจากช่องโหว่ทางกฎหมายและตรวจสอบการใช้นอมินี ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐผ่านระบบออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศด้วยข้อมูล สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ทุนเทา เศรษฐกิจนอกระบบ และการแก้ปัญหาเงินบาทที่หายไปจากระบบ ตลอดจนยกระดับพื้นที่ EEC เป็นพื้นที่นำร่องด้านการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจแบบ One Stop Service โดยทั้งหมดต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน และรัฐกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

สำหรับทิศทางการลงทุน กกร. พร้อมร่วมผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของ กรอ. ได้แก่ 1. Investment & Industry Transformation Hub 2. AI & Digital Hub 3. Green Economy 4. Financial Hub และ 5. Medical Hub ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า FDI ที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2578 ขณะที่ไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายการลงทุนที่มีศักยภาพ โดยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และเร่งการเติบโตสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต

Back to top button

Update: 2026-08-05
Tags: