ถล่มยับ DELTA 2 วันดิ่ง 14%ฉุดหุ้นหลุด 1,600 เชียร์ปิโตรฯ-พลังงาน ทิ้งธีม AI หวั่นกำไรโตช้า - Hoonsmart
HoonSmart.com>>ไม่พลิกล็อค! ถล่มหุ้นเดล้าฯ(DELTA) ตั้งแต่เปิดถึงปิดร่วงแรง 7% หลังจากตลาดหยุด 2 วัน แรงขายอั้นรอระเบิด ทุบดัชนีอิเล็กทรอนิกส์ดิ่ง 7.38% ฉุดหุ้นไทยร่วง -1.62% แซงหน้าตลาดภูมิภาค ผสมแรงขายบิ๊กแคป กลุ่มแบงก์ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น สงครามประทุอีกรอบ บล.บัวหลวง แนะสลับตัวเล่นเข้าปิโตรเคมี Laggard หุ้นเด่น IVL – PTTGC หนีหุ้นชิป-AI โลกที่ร่วงหนัก TISCO ESU หมุนเข้าหุ้นพื้นฐานแกร่ง ชูพลังงาน-วัสดุพื้นฐาน รับอานิสงส์วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้น

ตลาดหุ้นไทยหยุด 2 วันทำการ (28-29 ก.ค.69) เปิดซื้อขายวันที่ 30 ก.ค. เจอแรงขายที่อั้นมาพร้อมระเบิด ดัชนี SET ปิดที่ 1,598.11 จุด ร่วงลง 26.36 จุด หรือ -1.62% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 112,047.42 ล้านบาท ดัชนีไหลลงแรงแซงหน้าเกาหลีใต้ -1.23% (ไต้หวันหยุด) จากแรงถล่มขายหุ้น DELTA ปิดที่ 264 บาท ลดลง 21 บาท หรือ-7.37%ลากหุ้นในกลุ่มร่วงระนาว HANA ดิ่ง 10.07% ,KCE -9.04% ฉุดให้ดัชนีอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON)ทรดลงรุนแรงกว่า 7.38% ปิด 29,900.84 จุด ตามแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ดิ่ง 1,153.18 จุด หรือ-2.19% NASDAQ ร่วง -1.74%
โดยรวม 2 วันทำการ (27,30 ก.ค.2569) หุ้น DELTA ทรุดวันละ 7 % รวม14 % ราคาหายไป 43 บาท เทียบกับราคาปิด 24 ก.ค.ที่ระดับ 307 บาท
หุ้นไทยเละเป็นโจ๊ก เกิดจากแรงทิ้งของนักลงทุน 3 กลุ่ม นำโดยบัญชีบล. เทกระจาด -3,424.73 ล้านบาท ตามด้วยนักลงทุนต่างชาติขาย 1,739.41 ล้านบาท และสถาบันไทยขาย -1,191.43 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยช้อนเต๋มหน้าตัก 6,355.57 ล้านบาท
ปี 2569 เป็นปีทองตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET พุ่งแรงกว่า 30% นำตลาดโลก ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงไล่ซื้อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ ตามธีม AI และ Data Center ผู้นำธุรกิจคือ DELTA ทำให้มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป)สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 ล้านล้านบาท จากราคาหุ้นในรอบ 52 สัปดาห์ ต่ำสุดแตะ 139.50 บาท พุ่งพรวดเดียวสูงสุด 372 บาท ผลักดันดัชนีกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ วิ่งขึ้นจากบริเวณ 22,000 จุด ขึ้นขาเดียวแตะสูงสุด 40,774.51 จุด เมื่อ 9 มิ.ย. ก่อนจะไหลลงมาปิดที่ 29,900.84 จุด
ด้านการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)วันที่ 28-29 ก.ค. 2569 มีมติ 9-3 คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด
นักวิเคราะห์พร้อมใจกันแนะนำให้ขายหุ้นอิเล็กทรอกนิกส์ หมดรอบธีม AI และ Data Center โดยบล.บัวหลวง มองว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์พลังงานปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง
ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสัปดาห์ล่าสุดเพิ่มขึ้น 10.34 ดอลลาร์ สู่ 87.84 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซและ Bab el-Mandeb
ขณะที่ Singapore GRM เพิ่มขึ้นต่อเป็น 26.83 ดอลลาร์/บาร์เรล จาก Crack Spread ของน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยานที่ขยายตัว แม้ต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจะกดดัน Spread ของน้ำมันเตาบางส่วนก็ตาม
ด้านปิโตรเคมีแม้ราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับขึ้น แต่ Chemical Spread อ่อนตัว เพราะราคานาฟทาปรับขึ้นเร็วกว่าราคาผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ Spread ของ Ethylene, Propylene, HDPE และ PP ปรับลดลงทั้งหมด
ขณะที่ราคาถ่านหิน Newcastle ขยับขึ้นเล็กน้อย ส่วนค่าระวางเรือทั้ง BDI และ World Container Index ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แม้เส้นทางเดินเรือในทะเลแดงยังมีความไม่แน่นอนอยู่
“เรายังให้น้ำหนัก Overweight กลุ่มปิโตรเคมี และมองว่าจังหวะนี้เหมาะสำหรับการ Switch จากหุ้นโรงกลั่นไปยัง IVL และ PTTGC หลังราคาหุ้นปิโตรเคมียัง Laggard และพลังงานต้นน้ำและ commodity hedge เช่น PTTEP, PTT หากความตึงเครียดคลี่คลาย อุปทานน้ำมัน LNG และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะกลับเข้าสู่ตลาดและกดดันราคาในระยะถัดไป ส่วนหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ จึงตัดสินใจยอมตัดขาดทุนหุ้น DELTA ในพอร์ต SET100 Smart Tactical ไปก่อน”บล.บัวหลวงระบุ
TISCO ESU ชี้ตลาดหุ้นโลกครึ่งปีหลังกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังหุ้นเทคโนโลยี – AI เริ่มตึงตัว หลังนักลงทุนเร่งใช้ Leverage เข้าลงทุน หวั่นตลาดเปราะบางหากเฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ย กดดันต้นทุนการเงินสูงขึ้น คาดเม็ดเงินทยอยหมุนสู่หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ชูพลังงานและวัสดุพื้นฐานเด่น รับอานิสงส์วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัว
———————————————————————————————————————————————————–
