classicliterature.it.com

ไทย-อาเซียนจะปรับยุทธศาสตร์พลังงาน สู่ยุคพลังงานหมุนเวียนและ Data Center อย่างไรให้ยั่งยืน?

วันนี้ (14 กันยายน) การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคและทั่วโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ความต้องการพลังงานไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับโจทย์ใหญ่ในการบรรลุเป้าหมาย การลดคาร์บอน (Decarbonization) และการรักษาเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Stability)

  • มุมมองด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบส่งไฟฟ้า และการกำกับดูแลภาครัฐ
  • มุมมองด้านนวัตกรรมความยืดหยุ่น การกักเก็บพลังงาน และกลยุทธ์เอกชน
  • มุมมองด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านเชื้อเพลิงแบบเป็นขั้นตอน
  • การเดินหน้าอย่างสอดประสานและความแน่นอนของนโยบาย

จากบริบทความท้าทายระดับมหาภาคนี้ เวทีเสวนา ‘การปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียนสู่พลังงานหมุนเวียนและกำลังการประมวลผล’ (The ASEAN Strategic Shift to Renewables and Compute Power) ในงาน GASTECH 2026 จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างผู้นำองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น กฟผ. (EGAT), Banpu, Mitsubishi Power Asia Pacific และ Boston Consulting Group (BCG)

โดยมุ่งเน้นการหาจุดสมดุลระหว่างการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ในประเทศไทยและอาเซียนโดยเฉพาะในไทยที่มีคำขอใช้ไฟฟ้าจาก Data Center สูงถึง 35 GW ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน และนโยบายพลังงานหมุนเวียนที่สอดประสานกันอย่างเป็นขั้นตอนและยั่งยืน

มุมมองด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบส่งไฟฟ้า และการกำกับดูแลภาครัฐ

วฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. / EGAT) กล่าวถึงภาพรวมความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ว่า ประเทศไทยมีคำขอใช้ไฟฟ้าจาก Data Center สูงถึง 35 GW โดยร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ได้จัดสรรรองรับไว้ที่ 8.8 GW

ในฝั่งผลิตไฟฟ้า มีข้อจำกัดเรื่องอุปทานก๊าซธรรมชาติ กฟผ. จึงได้เสนอขยายอายุโรงไฟฟ้าเดิมในระยะปานกลาง และรอโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในฝั่งระบบส่ง ได้เสนอโครงการมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการตั้ง Data Center และเสนอขยายอายุโรงไฟฟ้าเดิมในระยะปานกลาง เพื่อรองรับอุปทานก๊าซที่จำกัด

รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. ระบุว่า ลักษณะการใช้ไฟฟ้าของ AI และ Data Center มีความผันผวนรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความถี่และแรงดันไฟฟ้า กฟผ. จึงวางแผนติดตั้งแบตเตอรี่ตอบสนองเร็ว (Fast-response Battery) โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวน Grid Code เพื่อกำหนดเกณฑ์การควบคุมอัตราการเปลี่ยนแปลงกำลังไฟฟ้า (จำกัด MW/วินาที) และกำหนดให้ Data Center แจ้งล่วงหน้าเมื่อปลดหรือสลับไปใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง

ส่วนมาตรการด้านราคาและการบริหารความเสี่ยงนั้น วฤต ระบุว่า ภาครัฐอยู่ระหว่างกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ (New Tariff) สำหรับ Data Center ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าอัตราปกติ พร้อมกำหนดให้มีการวาง Bank Guarantee สำหรับการลงทุนในระบบส่งและระบบจำหน่าย เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน

ขณะที่แผนเทคโนโลยีพลังงานในแต่ละระยะนั้น ระยะสั้น-ปานกลาง จะจัดตั้งศูนย์พยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecasting Center) และกำลังพัฒนาเป็นศูนย์ควบคุมเพื่อรองรับกลไกการปรับลดกำลังการผลิต (Curtailment) โดยแผน PDP ใหม่มีการบรรจุระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) 160 GWh และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับประมาณ 40 GWh นำเทคโนโลยี Grid-Forming Inverter และอุปกรณ์ STATCOM มาใช้เพิ่มเสถียรภาพระบบ

ส่วนระยะยาวนั้น มีแผนนำโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขนาดประมาณ 900 MW เข้าสู่ระบบเพื่อเป็นพลังงานฐานคาร์บอนต่ำที่มั่นคง (Firm Zero-Carbon Energy)

มุมมองด้านนวัตกรรมความยืดหยุ่น การกักเก็บพลังงาน และกลยุทธ์เอกชน

สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ผู้อำนวยการสายอาวุโส ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มองว่า ความยืดหยุ่นของระบบ (Flexibility) เป็นหัวใจสำคัญในการรองรับ Data Center ซึ่งมีรูปแบบการใช้ไฟฟ้าต่างจากอุตสาหกรรมเดิม การสร้างความยืดหยุ่นจึงเป็นทางออกหลัก โดยปัจจุบัน Banpu ลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) รวม 2.4 GWh ใน 5 ประเทศ เพื่อบริหารช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load)

นอกจากแบตเตอรี่แล้ว จำเป็นต้องมีกลไกการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) ระบบบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าขั้นสูง (Advanced Grid Management) และการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กฟผ. รวมทั้งร่วมทุนตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในไทยเพื่อรองรับ EV และระบบ Grid

ส่วนกรอบการพิจารณาการลงทุน สมิทธิพร ระบุว่า Banpu เน้นการขยายผลได้ระยะยาว (Scalability), ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Readiness), การทำงานร่วมกับกลุ่ม Hyperscalers และผู้กำกับดูแล รวมถึงการลงทุนผ่าน CVC ในสตาร์ทอัพเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก

มุมมองด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านเชื้อเพลิงแบบเป็นขั้นตอน

อากิฮิโระ ออนโดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO & MD) จาก Mitsubishi Power Asia Pacific ระบุว่า แต่ละประเทศในอาเซียนมีบริบทต่างกัน การเปลี่ยนผ่านจึงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป (Realistic & Phased Approach) เพื่อตอบโจทย์ทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าและการลดคาร์บอน

อากิฮิโระ มองว่า โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซความร้อนร่วมขั้นสูงยังมีความจำเป็น และถูกออกแบบให้รองรับการผสมเชื้อเพลิงสะอาด เช่น ไฮโดรเจน ได้ในอนาคต โดยผ่านการทดสอบเผาไหม้ร่วมไฮโดรเจน 30% ในญี่ปุ่น และ 50% ในสหรัฐฯ แล้ว ตั้งเป้าสู่ 100% ในอนาคต อีกทั้งยัง ร่วมกับ กฟผ. (EGAT) ศึกษาการเผาไหม้ไฮโดรเจนร่วมในโรงไฟฟ้า CCGT เดิม และ ร่วมกับกลุ่ม BCP (บางจาก) ศึกษาสาธิตการเผาไหม้แอมโมเนีย 20% ร่วมในโรงไฟฟ้าถ่านหิน

การเดินหน้าอย่างสอดประสานและความแน่นอนของนโยบาย

มาร์โก ลัคโควิช กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วน (MD & Partner) จาก Boston Consulting Group (BCG) มองว่า การวางแผนพลังงาน การผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงการลงทุนด้านพลังงาน ต้องเดินหน้าไปพร้อมๆ กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะมีความพร้อมรองรับการเติบโตและการลงทุนใน Data Center ได้อย่างจริงจัง

โดยนักลงทุนฝั่งพลังงานต้องการนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนและไม่เปลี่ยนแปลงไปมาในอนาคต จนกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุน เนื่องจากอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20-30 ปีขึ้นไป

งานเสวนาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการเพิ่มกำลังการประมวลผลของอาเซียน ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า แต่คือ ‘การปรับสมดุลสามทาง’ ระหว่าง ความเสถียรของระบบ (Reliability), ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม (Sustainability) และความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ (Affordability)

คำถามสำคัญถัดไปสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนคือ เมื่อความต้องการไฟฟ้าจาก AI เดินหน้าไปเร็วกว่าการพัฒนาโครงข่ายพลังงาน ภาครัฐและเอกชนจะสามารถสร้างกลไกความร่วมมือ นโยบายราคา และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นได้ทันเวลา เพื่อชิงเป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาค โดยไม่ทิ้งเป้าหมาย Net Zero ไว้ข้างหลังได้อย่างไร?

ภาพ: Ratchaseth Chawanpunyawat / THE STANDARD

อ้างอิง:

  • AIxEnergy Strategic Conference Programme / GASTECH 2026
Update: 2026-09-14
Tags: