โรนัลโด้ CR7 ออกจากแคมป์โปรตุเกส ปมเชซุสก่อนดวลเดนมาร์ก
วงการฟุตบอลโลกสั่นสะเทือนอีกครั้งในเช้าวันที่ 30 กันยายน 2569 เมื่อ คริสเตียโน โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย 41 ปี ประกาศการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า เขาได้ออกจากค่ายฝึกซ้อมทีมชาติโปรตุเกสที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กแล้ว หลังจากที่ จอร์จ เชซุส หัวหน้าโค้ชคนใหม่ประกาศต่อสาธารณะว่าโรนัลโด้จะต้องนั่งสำรองในนัดพบเดนมาร์กของศึก ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม
เรื่องนี้สะสมมาตั้งแต่นัดแรกของอินเตอร์เนชั่นแนล วินโดว์รอบนี้ เมื่อโรนัลโด้นั่งเป็นตัวสำรองตลอดทั้งเกมในชัยชนะของโปรตุเกส 2-1 เหนือนอร์เวย์ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน โดยไม่ได้รับโอกาสลงสนามแม้แต่นาทีเดียว ซึ่งนับเป็นครั้งที่สามในอาชีพของเขาที่ไม่ได้ลงสนามเลยสักนาทีโดยไม่ได้รับบาดเจ็บหรือถูกพักการแข่งขัน
ความตึงเครียดระเบิดออกมาอย่างชัดเจนเมื่อ เชซุส เรียกประชุมร่วมกับ เปโดร โปรเอนซา ประธานสมาคมฟุตบอลโปรตุเกส (FPF) และโรนัลโด้ เพื่อพูดคุยเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ผลของการประชุมกลับไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่โรนัลโด้ต้องการ เพราะเชซุสยืนยันอย่างชัดเจนในงานแถลงข่าวว่าโรนัลโด้จะต้องนั่งสำรองในนัดพบเดนมาร์กเช่นกัน
วิดีโอไวรัล โรนัลโด้เดินออกสนามคนเดียว
โมเมนต์ที่ทำให้โลกตกตะลึงที่สุดคือภาพและวิดีโอที่สื่อโปรตุเกสแชร์ออกมา เมื่อโรนัลโด้เดินทางมากับรถบัสทีมชาติไปยังสนาม ปาร์เคน สเตเดียม ในกรุงโคเปนเฮเกน แต่แทนที่จะออกไปซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีม เขากลับเดินออกจากสนามพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทีมสองคนทันทีหลังจากที่เชซุสจัดงานแถลงข่าว ทิ้งเพื่อนร่วมทีมไว้บนสนามฝึกซ้อม
จากนั้นไม่นาน โรนัลโด้ก็โพสต์บนอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นภาษาโปรตุเกสว่า “หลังจากงานแถลงข่าวของหัวหน้าโค้ช และหลังจากการสนทนากับประธานสมาคมฟุตบอลโปรตุเกส ผมได้ตัดสินใจออกจากค่ายฝึกซ้อมของทีมชาติ ในเวลาอันควร ผมจะบอกความจริงทั้งหมดแก่ประชาชนชาวโปรตุเกสเกี่ยวกับเหตุผลที่ทำให้ผมต้องออกจากทีมชาติ ซึ่งผมทุ่มเทให้มาโดยตลอด” ต่อมา FPF ออกแถลงการณ์ยืนยันการออกจากค่ายของโรนัลโด้อย่างเป็นทางการ
เชซุส กุนซือผู้จุดชนวนความขัดแย้ง

จอร์จ เชซุส วัย 72 ปี รับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชาติโปรตุเกสต่อจาก โรแบร์โต มาร์ติเนซ หลังจากโปรตุเกสถูกแชมป์สเปนเขี่ยตกรอบฟุตบอลโลก 2026 ด้วยสกอร์ 0-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ในนัดแรกที่คุมทัพ เชซุสให้โรนัลโด้ลงสนามตั้งแต่ต้นในชัยชนะเหนือเวลส์ 1-0 แต่ในนัดพบนอร์เวย์กลับตัดสินใจไม่ให้โรนัลโด้ลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว
เชซุสกล่าวในงานแถลงข่าวว่าตัวเองรู้สึก “ถูกบังคับ” ให้ต้องพูดคุยกับโรนัลโด้เนื่องจากแรงกดดันจากสื่อในโปรตุเกส และยืนยันว่าโรนัลโด้จะฝึกซ้อมตามปกติในวันพุธ แต่ความเป็นจริงกลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
เส้นทางสู่วิกฤต จากฟุตบอลโลก 2026 ถึงวันนี้
เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างโรนัลโด้และทีมชาติโปรตุเกสยุคใหม่เริ่มซับซ้อนขึ้นตั้งแต่หลังฟุตบอลโลก 2026 โรนัลโด้ยอมรับในงาน Portugal Football Summit ที่เมือง Oeiras ว่าเขาเคยคิดจะอำลาทีมชาติทันทีหลังตกรอบ แต่ตัดสินใจที่จะรอดูสถานการณ์ก่อน
บรรดาอดีตนักเตะและนักวิเคราะห์ต่างออกมาแสดงความเห็นอย่างคึกคัก โดย ลูอิส ฟีโก้ ตำนานโปรตุเกสออกมาสนับสนุนให้โรนัลโด้เล่นต่อ ขณะที่นักวิเคราะห์คนอื่นๆ มองว่าการตัดสินใจของเชซุสถูกต้องในแง่ยุทธวิธี เพราะโปรตุเกสมีความต้องการสร้างทีมชุดใหม่ที่ไม่พึ่งพาโรนัลโด้มากเกินไป
โรนัลโด้ CR7 วัย 41 กับ 146 ประตูทีมชาติ จุดจบที่ใกล้เข้ามา?
โรนัลโด้ CR7 คือผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลทีมชาติชายด้วย 146 ประตูจาก 234 นัด และกำลังไล่ล่าเป้าหมาย 1,000 ประตูในอาชีพรวมทุกสโมสรและทีมชาติ ซึ่งปัจจุบันเขาอยู่ที่ประมาณ 930+ ประตูแล้ว
รายงานระบุว่าหลังออกจากค่าย โรนัลโด้เดินทางกลับกรุงมาดริดด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว โดยยังไม่มีความชัดเจนว่านี่คือการอำลาทีมชาติโปรตุเกสอย่างถาวรหรือเพียงแค่การพักชั่วคราว เขาบอกเพียงว่าจะเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ในเวลาอันควร”
สำหรับผมในฐานะนักข่าวกีฬาที่ติดตามอาชีพของโรนัลโด้มาตลอด ต้องบอกว่าฉากที่เกิดขึ้นในกรุงโคเปนเฮเกนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 อาจกลายเป็นภาพสุดท้ายของ CR7 ในฐานะนักเตะทีมชาติโปรตุเกส และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันคงไม่ใช่บทสุดท้ายที่ตำนานบอลโลกคนนี้สมควรได้รับ รวมข่าวกีฬาล่าสุด