กูรูไขปริศนา? ปมผอ.CIA ดอดเยือนรัสเซีย : อินโฟเควสท์

ทำเนียบขาวกำลังเผชิญกับการถูกตั้งคำถาม หลังจากนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) เดินทางเยือนกรุงมอสโกอย่างลึกลับเมื่อวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนรัสเซียเป็นครั้งแรกของผู้อำนวยการ CIA ในรอบเกือบ 5 ปี
ข้อมูลจาก Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินลำเลียงทางทหาร C-17A Globemaster III ของกองทัพอากาศสหรัฐ บินจากลัตเวียเข้าสู่กรุงมอสโก ก่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติวานุโคโวเมื่อวันอังคาร
นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า นายแรตคลิฟฟ์ไม่ได้พบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แต่ปธน.ปูตินได้รับแจ้งเกี่ยวกับการเดินทางเยือนของนายแรตคลิฟฟ์ ซึ่งเป็นการติดต่อกันในระดับหน่วยงานข่าวกรอง
“แน่นอนว่า ท่านประธานาธิบดีปูตินได้รับรายงานเกี่ยวกับทุกเรื่องโดยทันที” นายเพสคอฟกล่าว แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดของการหารือดังกล่าว
นายเพสคอฟกล่าวว่า “การติดต่อระหว่างหน่วยงานข่าวกรองถือเป็นปรากฏการณ์ในเชิงบวก” แต่เขาย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะ “วิกฤตอย่างรุนแรง”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าการเดินทางเยือนของนายแรตคลิฟฟ์จะส่งผลอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2564 นายวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น ได้เดินทางเยือนรัสเซีย เพื่อเตือนมิให้รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารรุกรานยูเครน
เชื่อกันว่าการเดินทางเยือนรัสเซียของนายแรตคลิฟฟ์ในวันอังคาร ถือเป็นการเยือนครั้งแรกของเขา หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งจากปธน.ทรัมป์ในเดือนมกราคม 2568
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า การหารือที่เกิดขึ้นน่าจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยคาดว่าประเด็นการเจรจาของนายแรตคลิฟฟ์ได้แก่:-
การเรียกร้องให้รัสเซียระงับการสนับสนุนอิหร่าน
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การเดินทางครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการที่รัสเซียให้การสนับสนุนอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐกำลังเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และข่มขู่ทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงรัสเซีย
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า นายแรตคลิฟฟ์อาจต้องการเรียกร้องให้รัสเซียหยุดให้การสนับสนุนอิหร่านทั้งด้านอาวุธและข้อมูลข่าวกรอง
นางแองเจลา สเตนต์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน American Enterprise Institute กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้อาจเป็นการเตือนรัสเซียไม่ให้เข้ามาแทรกแซงการทำสงครามของสหรัฐ
เธอกล่าวว่า “เราทราบจากหลายแหล่งว่า รัสเซียได้จัดส่งข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเป้าหมายของสหรัฐในตะวันออกกลางให้กับอิหร่าน และสันนิษฐานว่ารัสเซียอาจมีส่วนอำนวยความสะดวกในการโจมตีของอิหร่าน”
“เรายังทราบด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลทรัมป์กำลังออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่านและประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน รัสเซียเป็นคู่ค้ารายสำคัญของอิหร่าน โดยจัดหาอาวุธ รวมทั้งข้อมูลข่าวกรองให้กับอิหร่าน”
นอกจากนี้ นางสเตนต์เปิดเผยว่า การเดินทางครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนนักโทษ เนื่องจากนายแรตคลิฟฟ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวเซเนีย คาเรลินา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน
ภัยคุกคามจากรัสเซียต่อนาโต
เมื่อต้นเดือนนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐประเมินว่า ปธน.ปูตินอาจทดสอบความมุ่งมั่นขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ด้วยการโจมตีอย่างจำกัดต่อประเทศสมาชิกนาโตในช่วงหลายปีข้างหน้า
รายงานระบุว่ามีการคาดการณ์สถานการณ์ที่เป็นไปได้หลายรูปแบบ นับตั้งแต่การโจมตีทางไซเบอร์ไปจนถึงการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าโจมตีในระดับจำกัด
รายงานยังระบุด้วยว่า สหรัฐได้รวบรวมข้อมูลข่าวกรองที่แสดงให้เห็นว่า รัสเซียกำลังเตรียมการสำหรับการระดมกำลังทหารในยูเครน
นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 หลายประเทศประสบเหตุการณ์การรุกล้ำน่านฟ้า และกล่าวหารัสเซียว่ากำลังทดสอบว่าประเทศเหล่านั้นจะตอบสนองอย่างไร
นายมิโคลา บิเลียสคอฟ นักวิเคราะห์จากยูเครน กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่อเมริกันต้องการส่งสารว่า ไม่ควรทดสอบสหรัฐและนาโตโดยตรง”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวหน้า CIA เดินทางไปยังเมืองหลวงของประเทศศัตรู ย่อมต้องมีจุดประสงค์สำคัญบางอย่าง”
ชี้แจงข้อกล่าวหาสหรัฐให้ความช่วยเหลือยูเครนในการโจมตีรัสเซีย
เมื่อต้นเดือนนี้ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า เขาได้สอบถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองที่ว่าสหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดเตรียมและดำเนินการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย
การประชุมครั้งนี้อาจมุ่งเน้นไปที่ประเด็นดังกล่าว โดยรัสเซียอาจต้องการหลักประกันหรือคำรับรองอื่น ๆ เกี่ยวกับขอบเขตการมีส่วนร่วมของสหรัฐในสงครามยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายเพสคอฟกล่าวอย่างชัดเจนถึง “วิกฤตครั้งใหญ่” ในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายบิเลียสคอฟกล่าวว่า ข้อกล่าวหาในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาโดยตลอดนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนยูเครนอย่างเปิดเผย
เขากล่าวว่า “ความสัมพันธ์อยู่ในภาวะวิกฤตจริง ๆ เพราะวิสัยทัศน์ของสหรัฐและรัสเซียเกี่ยวกับระเบียบโลกและความมั่นคงของยุโรปนั้นไม่สามารถเข้ากันได้”
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ