classicliterature.it.com

CHO สู่ Big Change.!


เป็นอีกครั้งที่เห็นถึงความเพียรพยายามของบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO และ “เสี่ยจิง-สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” ในการควานหาโอกาสใหม่ ๆ  หลังจากธุรกิจเดิมอย่างธุรกิจดัดแปลงรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้เป็นรถขนส่งอาหารเคลื่อนที่สำหรับเครื่องบินซันเซ็ทไปแล้ว โดยทรุดหนักก็ช่วงโควิดนั่นแหละ เนื่องจากสายการบินต่าง ๆ หยุดบินและหยุดสั่งรถขนส่งอาหารเพิ่ม ทำให้  CHO ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

หลายต่อหลายครั้งที่ CHO เพียรพยายามหาสิ่งใหม่เข้ามาเติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ร่วมประมูลงานรถเมล์ NGV ขสมก. แต่สถานการณ์ของ CHO ยังไม่ดีขึ้น “เสี่ยจิง” จึงต้องควานหาต่อไป ก่อนหน้านี้ก็เป็นโรบินฮู้ด ไปลงทุน SPAC ในตลาดหุ้น Nasdaq สหรัฐอเมริกา ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ ก็มีการเพิ่มทุนหลายรอบ แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานไม่เป็นใจ ทำให้การเพิ่มทุนไม่ได้ตามเป้าหมาย ซ้ำร้ายต้องเผชิญปัญหาสภาพคล่อง นำมาสู่การผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินและหนี้หุ้นกู้ ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้…

จนมาล่าสุดถือเป็น Big Change ของ CHO ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ด้าน เริ่มจาก 1) โครงสร้างทุน มีการจัดสตรัคเจอร์หุ้นใหม่…เพิ่มพาร์ด้วยการรวมหุ้น จากพาร์เดิม 5 บาท เป็นพาร์ใหม่ 25 บาท 

2) โครงสร้างผู้ถือหุ้น ด้วยการดึงบริษัท แอดวานซ์ แคปิทัล พาร์ทเนอร์ส ไพรเวท ลิมิเต็ด (Advance Capital Partners Pte Ltd.: ACP) สัญชาติสิงคโปร์ เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 24.86% ผ่านการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง หรือ PP จำนวน 190.47 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 7.35 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ภายใต้ชื่อ Advanced Commercial AI Platform for EV (ACAPE) แทนการชำระด้วยเงินสด

หรือแปลไทยเป็นไทย ก็คือ CHO จะซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ACAPE แต่ใช้วิธีออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP ให้กับเจ้าของซอฟต์แวร์ หรือ ACP คิดเป็นมูลค่า 1,400 ล้านบาท แทนการควักเงินสดจ่ายนั่นเอง

งานนี้ได้ทั้งเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ ACAPE (ซึ่งถูกตีมูลค่าสูงถึง 1,800 ล้านบาท แต่ CHO เคลมว่าซื้อได้ถูกที่ 1,400 ล้านบาท) และได้พันธมิตรรายใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ CHO

ดีนะเนี่ย…ที่ ACP เข้ามาถือหุ้นแค่ 24.86% ยังไม่ถึง 25% เลยไม่เข้าข่ายต้องตั้งโต๊ะเทนเดอร์ออฟเฟอร์ตามเกณฑ์…

แต่เอ๊ะ…ดูกลาย ๆ ก็เหมือน ACP เข้ามาแบ็คดอร์  CHO เลย..ว่าป๊ะล่ะ..??

3) โครงการสร้างธุรกิจ จากเดิมเป็นผู้ออกแบบ ผลิตตัวถังรถ ติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์ ให้บริการเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งผลิตและให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการป้องกันประเทศ…

ดังนั้น การได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ACAPE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ระบบบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการ Fleet รถยนต์ไฟฟ้า ระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบตเตอรี่ จะเป็นใบเบิกทางให้ CHO สามารถขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI, Digital Platform, EV Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Data Center ในอนาคต

ยังไม่นับรวมการที่ ACP ซึ่งจะมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ CHO มีความเชี่ยวชาญ และมีเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ระบบยานยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Data Center ซึ่งจะสามารถสนับสนุนธุรกิจและการพัฒนาโครงการของ CHO ได้เป็นอย่างดี

และ 4) โครงสร้างรายได้ แน่นอนว่าเมื่อโครงสร้างธุรกิจเปลี่ยน โครงสร้างรายได้ในอนาคตก็จะเปลี่ยนไปด้วย จากเดิมเคยรับรู้รายได้จากธุรกิจออกแบบ ผลิตตัวถังรถ ติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์ และธุรกิจดัดแปลงรถบรรทุกให้เป็นรถขนส่งอาหารเคลื่อนที่เป็นหลัก ต่อไปเปลี่ยนมาเป็นรับรู้รายได้จากธุรกิจซอฟต์แวร์ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI, Digital Platform, EV Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Data Center แทน ซึ่งมาร์จิ้นน่าจะดีกว่าเห็น ๆ…

ไม่แน่ปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป อาจเห็น CHO กลับมาเติบโตอีกครั้งก็ได้…ใครจะไปรู้

แล้วการ Big Change ครั้งนี้ ยังจะทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นของ CHO ซึ่งตอนนี้ติดลบอยู่กลับมาเป็นบวกภายในไตรมาส 3/2569 ด้วยนะ และจะทำให้หุ้น CHO กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อีกครั้ง

แต่การที่ CHO จะ Big Change ได้นั้น ต้องรอให้ผู้ถือหุ้นซึ่งมีนัดหมายประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 ส.ค. 2569 นี้ ไฟเขียวเสียก่อน

ก็หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน…ไม่ใช่เป็นแค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ นะเจ้าคะ..!?

…อิ อิ อิ…

Update: 2026-07-14
Tags: