classicliterature.it.com

CGSI คงน้ำหนัก “Overweight” ค้าปลีก ชู BJC-CPALL เด่น คาดสาขาเดิมฟื้นปลายปี


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีกไทย “Overweight” โดยเลือก บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เป็นหุ้น Top Pick พร้อมแนะนำทยอยสะสม BJC และ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME หลังยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง

CGSI ระบุว่า สำหรับ CPALL แนะนำให้ทยอยสะสมก่อนที่ SSSG ของร้าน 7-Eleven จะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ย. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าผู้บริโภคน่าจะใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปเกือบหมดแล้ว ส่งผลให้แรงหนุนจากการจับจ่ายซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเริ่มลดลง

ขณะที่ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. 2569 เพียงชั่วคราว โดยแนะนำใช้จังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงทยอยสะสม

ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นกลุ่มค้าปลีก ได้แก่ การฟื้นตัวของ SSSG ในวงกว้าง และความต้องการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังสถานการณ์น้ำท่วมที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงด้านลบ ได้แก่ การบริโภคที่ชะลอตัวต่อเนื่อง และผลกระทบเพิ่มเติมจากสถานการณ์น้ำท่วม

โดยประเมินว่า BigC จะมี SSSG เดือน ก.ย. 2569 ที่ระดับ +2.5% ส่งผลให้ SSSG ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ +0.2% โดยจากการติดตามแนวโน้มยอดขาย พบว่า SSSG ของ BigC อยู่ที่ประมาณ +2-3% ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ก่อนเกิดอุทกภัยในช่วงปลายเดือน สะท้อนว่ายอดขายที่ฟื้นตัวมาจากอุปสงค์ที่แท้จริง มากกว่าการซื้อสินค้าเพื่อกักตุนจากความกังวลเรื่องน้ำท่วม

นอกจากนี้ คาดว่าสาขา BigC ทุกประเภทจะมี SSSG เป็นบวกในเดือน ก.ย. โดยเฉพาะกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่สาขา Mini คาดว่าจะยังเติบโตเล็กน้อย แม้มีบางสาขาต้องปิดให้บริการชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับ MMVN คาดว่า SSSG เดือน ก.ย. จะอยู่ที่ +7.0% ในสกุลเงินดองเวียดนาม และ +12.2% เมื่อคิดเป็นเงินบาท ส่งผลให้ SSSG ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ +9.7% และ +13.0% ตามลำดับ สะท้อนการฟื้นตัวของ BigC และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ MMVN ซึ่งสนับสนุนมุมมองว่าการปรับทิศทางการเติบโตของ BJC เริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้น

ด้าน CPALL คาดว่า SSSG ของร้าน 7-Eleven ในเดือน ก.ย. 2569 อยู่ที่ +1.5% สอดคล้องกับประมาณการในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. และทำให้ SSSG ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ +1.5%

แม้สถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. จะทำให้ร้าน 7-Eleven ต้องปิดให้บริการมากกว่า 100 สาขา แต่ในบางพื้นที่กลับมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ CGSI ประเมินว่าผลกระทบโดยรวมต่อเครือข่ายร้านกว่า 16,000 สาขาอยู่ในระดับจำกัด

สำหรับ DOHOME CGSI คาดว่า SSSG เดือน ก.ย. 2569 อยู่ที่ +4.2% นำโดยยอดขายหลังบ้านที่เติบโต 9.0% และส่งผลให้ SSSG ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ +5.5% โดยความต้องการวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังช่วยสนับสนุนประมาณการ สอดคล้องกับยอดขอใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม SSSG จากยอดขายหน้าร้านคาดว่าจะลดลง 1.0% ในเดือน ก.ย. ขณะที่ความต้องการสินค้าตกแต่งบ้านมีแนวโน้มฟื้นตัวตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ GLOBAL เช่นกัน

สำหรับ GLOBAL CGSI คาดว่า SSSG เดือน ก.ย. 2569 จะลดลง 5.0% และ SSSG ไตรมาส 3/2569 ลดลง 5.2% โดยมีปัจจัยกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวในภาคเหนือ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25-30% ของยอดขายรวมของบริษัท

ส่วน HMPRO CGSI ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. คิดเป็นประมาณ 50-60% ของยอดขายร้าน HomePro โดยอุปสรรคด้านการเดินทางคาดกดดัน SSSG ของ HomePro และ MegaHome ในเดือน ก.ย. ให้อยู่ที่ -2% และ +1% ตามลำดับ จากเดิมที่ประเมินในช่วงครึ่งเดือนแรกไว้ที่ +1% และ +3%

ส่งผลให้คาด SSSG ในไตรมาส 3/2569 ของ HomePro และ MegaHome อยู่ที่ -3.0% และ -0.4% ตามลำดับ โดย CGSI มองว่ายอดขายที่ชะลอตัวเกิดจากลูกค้าเลื่อนการซื้อสินค้าออกไปมากกว่าการหายไปของความต้องการ

ดังนั้น หากสถานการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับความต้องการซ่อมแซมบ้านและซื้อสินค้าทดแทนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม มีแนวโน้มช่วยหนุนยอดขายของ HMPRO ให้กลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569

Update: 2026-10-07
Tags: