classicliterature.it.com

ดู เดย์ ดรีม เดินหน้า “Celebrity-led Brand Strategy” ต่อสัญญา “หลิง–ออม” ปีที่ 2 - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – ดู เดย์ ดรีม เดินหน้า “Celebrity-led Brand Strategy” ต่อสัญญา “หลิง–ออม” ปีที่ 2
ต่อยอดกลยุทธ์ Fandom Economy สู่ Brand Trust เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

    ดู เดย์ ดรีม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ LESASHA (เลอซาช่า), SPARKLE (สปาร์คเคิล), SNAILWHITE (สเนลไวท์),Oxe’cure (อ๊อกซีเคียว), Jason (เจสัน) และอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ด้วยพรีเซ็นเตอร์ ประกาศต่อสัญญา “หลิงหลิง–ศิริลักษณ์ คอง” และ “ออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” ผลักดันการเติบโตกว่า 30% ในปี 2569 พร้อมชี้ตลาดสินค้าเพื่อความงามและสุขภาพของไทยไม่ได้แข่งขันเพียงด้านราคาและคุณสมบัติสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันด้านความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ซึ่งมองหาแบรนด์ที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และคุณค่าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล

Beauty & Wellness Economy เชื่อม Fandom Economy: ความเชื่อมั่นกลายเป็นพลังขับเคลื่อนแบรนด์

นางสาวนันทวรรณ สุวรรณเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผู้บริโภครุ่นใหม่เติบโตมากับโซเชียลมีเดีย การตัดสินใจซื้อจึงไม่ได้เกิดจากการเห็นโฆษณาเพียงครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ ก่อตัวจากการเห็นคอนเทนต์ รีวิว การบอกต่อ และบุคคลที่พวกเขาชื่นชอบ สอดรับกับ Beauty & Wellness Economy ซึ่งผู้บริโภคพร้อมลงทุนเพื่อ สุขภาพ ความงาม และ ไลฟ์สไตล์ ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน Fandom Economy ก็กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เมื่อแฟนคลับพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ศิลปินที่ตนชื่นชอบเลือกใช้และเป็นตัวแทน ส่งผลให้พรีเซ็นเตอร์ในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างการรับรู้ แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นการทดลองใช้ และจุดประกายบทสนทนาบนโลกออนไลน์ที่สามารถต่อยอดสู่ยอดขายได้จริง

เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม หรือสกินแคร์ ขณะเดียวกัน พวกเขายังมองหาแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจน สร้างแรงบันดาลใจ และสื่อสารผ่านบุคคลที่เชื่อมั่นได้ ดังนั้น การตลาดในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการบอกคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แต่ต้องสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในทุกจุดสัมผัสของแบรนด์”

Celebrity-led Brand Strategy ขับเคลื่อนยอดขาย SPARKLE–LESASHA โตมากกว่า 30%

ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ LESASHA, SPARKLE, SNAILWHITE, Oxe’cure, Jason และอีกหลายแบรนด์ ดู เดย์ ดรีม เดินหน้าลงทุนด้านการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลยุทธ์ดังกล่าวควบคู่กับคอนเทนต์ดิจิทัลและการสร้างความสัมพันธ์ กับคอมมูนิตี้ เพื่อเปลี่ยนการรับรู้ให้เป็นความผูกพันระยะยาวกับแบรนด์ บริษัทฯ มองว่าความสำเร็จของการใช้พรีเซ็นเตอร์ในปัจจุบันไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้ติดตามหรือกระแสความนิยม แต่ต้องพิจารณาความสอดคล้องระหว่างภาพลักษณ์ของบุคคลกับตัวตนของแบรนด์ ตลอดจนความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมายได้จริง

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมงานกับ “หลิงหลิง–ศิริลักษณ์ คอง” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ SPARKLE และ ออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ LESASHA โดยทั้งสองช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง สร้างกระแสการพูดถึงบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างโดดเด่น ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนทั้งในมิติของแบรนด์และตัวเลขทางธุรกิจ โดยในปี 2568 ผลิตภัณฑ์ SPARKLE และ LESASHA มียอดขายเติบโตกว่าสองหลักจากปีก่อนหน้า ตอกย้ำว่าการลงทุนด้านแบรนด์และการสื่อสารการตลาดที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจผู้บริโภค สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

SPARKLE–LESASHA ยกระดับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

นอกจากการสร้างการรับรู้ผ่านพรีเซ็นเตอร์แล้ว ดู เดย์ ดรีม ยังเดินหน้าพัฒนาแบรนด์ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งการดูแลสุขภาพ บุคลิกภาพ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมสร้างความมั่นใจในแบบ ของแต่ละคน สำหรับ SPARKLE ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ในการตอกย้ำความเป็น Whitening Oral Care Expert ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลช่องปากและฟันขาว ด้วยการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่จากแบบหลอดเป็นแบบกล่อง พร้อมดีไซน์ใหม่ให้มีความพรีเมียมยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่สดใหม่ให้แก่ผู้บริโภค โดยยังคงสูตรและคุณภาพเดิมที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ทั้งในด้านการดูแลฟันขาวสะอาดและลมหายใจหอมสดชื่น โดยคอนเซปต์ในปีนี้คือ สปาร์คเคิลอัพฟันขาวไบรท์ ยกระดับรอยยิ้มมั่นใจกับแบรนด์สปาร์คเคิล ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนทำให้สปาร์คเคิลเป็นแบรนด์ชั้นนำเรื่องฟันขาวเพราะมีเทคโนโลยี Micro White Silica เอกสิทธิ์เฉพาะของสปาร์คเคิลที่ช่วยขจัดคราบให้ฟันขาวโดยไม่ทำลายเคลือบฟัน และทางแบรนด์มีสินค้าอื่น ๆ อย่างแปรงสีฟัน แปรงสีฟันไฟฟ้า และไหมขัดฟัน เพื่อตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์เรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลช่องปาก

ขณะที่ LESASHA เดินหน้าสานต่อแนวคิด “Lesasha Everyday, Your style” ผมสวยง่าย มั่นใจในทุก ๆ วัน  สะท้อนการวางตำแหน่งแบรนด์ให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลและจัดแต่งทรงผมที่ช่วยให้การสร้างสไตล์เป็นเรื่องง่าย พร้อมเสริมความมั่นใจในทุกวัน โดยแบรนด์ LESASHA เป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมและมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์

ที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการใช้งาน แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ และในปีนี้ทางแบรนด์ LESASHA ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ LESASHA AI-SENSE HAIR DRYER ไดร์เป่าผม AI ที่มาพร้อมกับ 6 โหมดที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นโหมดผมสั้น, โหมดผมยาว, โหมดเด็ก, โหมดเอไอถนอมเส้นผม และ โหมด Pet Friendly และสินค้าใหม่อีกตัวคือ LESASHA COLORAIR HAIR DRYER ที่มาพร้อมสีสันพาสเทลน่ารักสดใส ดีไซน์สวยทันสมัย จับกลุ่มผู้บริโภคที่อายุน้อยลง

ต่อสัญญา “หลิง–ออม” ปีที่ 2 ขับเคลื่อน Brand Trust

นางสาวนันทวรรณ สุวรรณเดช กล่าวต่อว่า “สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้า Celebrity-led Brand Strategy อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอด Brand Trust หรือการสร้างการเติบโตบนฐานความไว้วางใจ มุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ผ่านการสื่อสารที่จริงใจ การสร้างประสบการณ์ร่วม และการเชื่อมโยงกับคอมมูนิตี้ในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเปลี่ยนผู้บริโภคจากผู้ซื้อไปสู่ผู้สนับสนุนและบอกต่อแบรนด์”

จากความสำเร็จของการทำงานร่วมกัน บริษัทฯ จึงประกาศต่อสัญญา หลิงหลิง–ศิริลักษณ์ คอง และ ออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เป็นปีที่ 2 เพื่อสานต่อความแข็งแกร่งของแบรนด์ SPARKLE และ LESASHA โดยนางสาวนันทวรรณ กล่าวว่า “การต่อสัญญาครั้งนี้สะท้อนความสำเร็จตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและการขยายการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ผ่านการสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าหัวใจของการตลาดในวันนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างการมองเห็น แต่คือการสร้างความไว้วางใจ เพราะเมื่อผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์ การเติบโตอย่างยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นตามมา”

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Update: 2026-08-21
Tags: