Ceer Exobot รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากซาอุดีอาระเบีย 1,111 แรงม้า 0-100 ใน 2.1 วินาที

ซาอุดีอาระเบียเดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัว Ceer Exobot รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นผลิตจริงคันแรกของแบรนด์ Ceer ซึ่งประกอบด้วยตัวถังซีดานและเอสยูวี โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมดีไซน์สุดล้ำราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ และระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
จุดเด่นของ Ceer Exobot ไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ที่แปลกตาเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive กำลังสูงสุดถึง 1,111 แรงม้า แรงบิด 1,500 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่นซีดานสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้เร็วเพียง 2.1 วินาที
ทั้งรุ่นซีดานและเอสยูวีใช้แบตเตอรี่ขนาด 112 kWh รองรับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ และชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที รวมถึงติดตั้งประตูแบบปีกนกขนาดใหญ่ที่กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของรถรุ่นนี้

Ceer ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย หรือ Public Investment Fund (PIF) ร่วมกับ Foxconn เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ
ตลอดช่วงที่ผ่านมา Ceer ได้พัฒนาศักยภาพด้านวิศวกรรมและการผลิต พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายราย รวมถึง BMW และซัพพลายเออร์ระดับโลกจำนวนมาก ก่อนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นผลิตจริงเป็นครั้งแรกในชื่อ Exobot

Ceer Exobot มีให้เลือกทั้งตัวถังซีดานและเอสยูวี โดยใช้พื้นฐานสถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้าแบบโมดูลาร์ร่วมกัน
ดีไซน์ของรถทั้งสองรุ่นเน้นความล้ำสมัยอย่างเต็มที่ ด้วยตัวถังขนาดใหญ่ รูปทรงลิ่ม หรือ Wedge Shape ไฟส่องสว่างแบบบางเฉียบ และกระจกบังลมหน้าขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 2.4 เมตร
รุ่นซีดานมีความยาวตัวถัง 5.26 เมตร ขณะที่รุ่นเอสยูวีมีความยาว 5.02 เมตร และทั้งสองรุ่นมีความกว้างเท่ากันที่ 2.1 เมตร

ดีไซน์ทรงลิ่ม พร้อมแรงบันดาลใจจากซาอุดีอาระเบีย
แม้รูปลักษณ์ของ Ceer Exobot จะเต็มไปด้วยความล้ำสมัย แต่แบรนด์ระบุว่าการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของซาอุดีอาระเบีย
เส้นสายตัวถังที่คมและมีมิติได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโบราณของ Hegra ขณะที่ชุดไฟด้านหน้าและด้านท้ายซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งหมด 32 ชิ้น ได้รับแรงบันดาลใจจากปี 1932 ซึ่งเป็นปีแห่งการรวมราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
ส่วนลวดลายบริเวณล้อใช้รูปทรงสามเหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่พบเห็นได้ทั่วประเทศ

แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของ Exobot คือประตูแบบปีกนกที่ Ceer เรียกว่า Shahin Wing Doors
ประตูดังกล่าวมีความยาวเกือบ 3 เมตร และเปิดยกขึ้นด้านบนด้วยระยะโค้งประมาณ 60 เซนติเมตร โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการบินของนกเหยี่ยว Shahin
ผู้ขับขี่สามารถสั่งเปิดประตูได้จากกุญแจรีโมต หรือใช้ปุ่มควบคุมที่ติดตั้งอยู่บนตัวประตู โดย Ceer ระบุว่าระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้า-ออกจากตัวรถได้

ห้องโดยสารล้ำสมัย พร้อมระบบ Steer-by-Wire

ภายในห้องโดยสารยังคงแนวคิดการออกแบบที่เน้นความล้ำสมัย โดยติดตั้งพวงมาลัยแบบ Yoke พร้อมระบบ Steer-by-Wire ซึ่งเป็นระบบควบคุมพวงมาลัยด้วยสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์แทนการเชื่อมต่อทางกลแบบดั้งเดิม
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือกระจกบริเวณส่วนล่างของประตู ซึ่งสามารถเปลี่ยนจากแบบโปร่งใสเป็นแบบทึบได้เพียงกดปุ่ม ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร
Ceer อธิบายแนวคิดห้องโดยสารของ Exobot ว่าเป็นเสมือนโอเอซิสที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับความสะดวกสบาย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรถที่เน้นทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีอย่างเต็มที่
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สูงสุด 1,111 แรงม้า

Ceer Exobot ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD โดยรุ่นเปิดตัวมีกำลังสูงสุด 850 แรงม้า
สำหรับรุ่นซีดาน สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.6 วินาที ส่วนรุ่นเอสยูวีใช้เวลา 2.9 วินาที
มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าผลิตโดย Hyundai Transys ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Hyundai Motor Group ขณะที่มอเตอร์ด้านหลังมาจาก Rimac
แต่สำหรับรุ่นสมรรถนะสูงสุด Ceer เตรียมเพิ่มกำลังขึ้นไปถึง 1,111 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตร

ในสเปกดังกล่าว Exobot ซีดานสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้เพียง 2.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
ส่วน Exobot SUV สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.4 วินาที ก่อนทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
แบตเตอรี่ 112 kWh รองรับระบบ 800 โวลต์

Ceer Exobot ทั้งสองตัวถังใช้แบตเตอรี่แบบ NCM ความจุ 112 kWh พร้อมสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์
ระบบชาร์จสามารถเพิ่มระดับแบตเตอรี่จาก 10-80% ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที
สำหรับระยะทางขับขี่ รุ่นซีดานทำได้สูงสุด 670 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ขณะที่รุ่น SUV ทำได้สูงสุด 560 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าที่วัดตามมาตรฐาน NEDC จึงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบโดยตรงกับมาตรฐาน WLTP หรือ EPA ได้ และระยะทางในการใช้งานจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขที่ระบุไว้
รุ่น First Edition เปิดตัวจำนวนจำกัด
Ceer จะเริ่มทำตลาด Exobot ด้วยรุ่นพิเศษ First Edition ก่อนเปิดตัวรุ่น Plus ในภายหลัง
Exobot First Edition มาพร้อมกำลังสูงสุด 850 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร และใช้แบตเตอรี่ขนาด 112 kWh
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะหนัง Nappa สีแดง-ดำ พร้อมสีตัวถังแบบพิเศษ รวมถึงป้ายหมายเลขประจำรถที่ระบุหมายเลขให้ตรงกับ VIN ของรถแต่ละคัน
Ceer เตรียมเปิดตัวรถอีก 5 รุ่นภายในปี 2030

Exobot ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์สองรุ่นแรกของ Ceer เท่านั้น แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการเปิดตัวรถยนต์ทั้งหมด 7 รุ่นภายในปี 2030
หลังจาก Exobot บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางเพิ่มเติม รวมถึงระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายมากขึ้น
แม้ Ceer จะเริ่มต้นด้วยรถยนต์ไฟฟ้า แต่บริษัทไม่ได้จำกัดอนาคตของแบรนด์ไว้เฉพาะรถ EV โดยมีแผนพัฒนารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วย หากยังมีความต้องการจากตลาด
รถยนต์ในอนาคตทั้งหมดมีแผนผลิตที่ Ceer Manufacturing Complex ใน King Abdullah Economic City ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
Ceer ระบุว่าบริษัทจะดำเนินการทั้งด้านการออกแบบ วิศวกรรม และการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ภายในประเทศซาอุดีอาระเบีย
การเปิดตัว Exobot จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของซาอุดีอาระเบียในการสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ และผลักดันแบรนด์ Ceer ให้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหม่จากตะวันออกกลางที่น่าจับตามอง
แหล่งที่มา : motor1