Cadence และ ADI พัฒนา SHARC-FX เพิ่มประสิทธิภาพ DSP 5 เท่า
1 ตุลาคม 20261 ตุลาคม 2026
Cadence และ Analog Devices, Inc. (ADI) ร่วมพัฒนาคอร์ SHARC-FX สำหรับโปรเซสเซอร์ประมวลผลเสียงในรถยนต์ โดยนำสถาปัตยกรรม Tensilica DSP มาใช้บนแพลตฟอร์ม ADSP-SC84x/2184x ผลิตที่ระดับ 16 นาโนเมตร คอร์ใหม่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่า SHARC+ รุ่นก่อนหน้าถึง 5 เท่า พร้อมรองรับ AI/ML บนชิปเพื่อแบ่งเบางานด้านเสียงจาก CPU หลัก
ความร่วมมือครอบคลุมระบบเสียง การสั่งการด้วยเสียง และอินโฟเทนเมนต์สำหรับรถยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ หรือ Software-Defined Vehicle (SDV) โดย SHARC-FX ทำงานด้าน AI ควบคู่กับการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลแบบเดิม เพื่อรองรับแอปพลิเคชันภายในห้องโดยสารที่ซับซ้อนขึ้น
SHARC-FX ใช้กระบวนการผลิต 16 นาโนเมตร พร้อมชุดคำสั่งเฉพาะ
แพลตฟอร์ม ADSP-SC84x/2184x ต่อยอดจาก ADSP-SC59x/2159x โดยเปลี่ยนกระบวนการผลิตจาก 28 นาโนเมตรเป็น 16 นาโนเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รองรับความถี่ทำงานที่สูงขึ้น และเพิ่มความสามารถในการผสานรวมระบบสำหรับ SDV
คอร์ SHARC-FX ที่ ADI พัฒนาร่วมกับ Cadence ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Tensilica DSP พร้อมสถาปัตยกรรม VLIW SIMD ที่ปรับปรุงและชุดคำสั่งสำหรับงานสัญญาณกับ AI การปรับสถาปัตยกรรมร่วมกับความถี่ที่สูงขึ้นเป็นพื้นฐานของตัวเลขประสิทธิภาพ 5 เท่าเมื่อเทียบกับคอร์ SHARC+ รุ่นก่อนหน้า
แอนดรูว์ แลนเฟียร์ หัวหน้าฝ่ายเสียงและเครือข่ายยานยนต์ของ ADI อธิบายว่า งานเสียง อะคูสติก และเสียงพูดในรถยนต์ต้องการทั้งประสิทธิภาพ AI บนชิปและการทำงานแบบเรียลไทม์ที่เชื่อถือได้ เทคโนโลยี Tensilica Instruction Extension (TIE) ช่วยสร้างชุดคำสั่งเฉพาะเพื่อเร่งอัลกอริทึมเสียงและเสียงพูด พร้อมจัดสรรทรัพยากร DSP สำหรับเวิร์กโหลดรุ่นถัดไป
ประมวลผล Edge AI บน DSP ลดภาระ CPU หลัก
SHARC-FX รองรับ On-Chip AI/ML และโมเดล Neural Network แบบเรียลไทม์ที่ Edge รวมถึงเฟรมเวิร์ก Google LiteRT เพื่อย้ายเวิร์กโหลด AI ด้านเสียงมาประมวลผลบน DSP โดยตรง CPU หลักจึงมีทรัพยากรสำหรับฟังก์ชันของยานยนต์และระบบปฏิบัติการ
อาโมล บอร์การ์ (Amol Borkar) ผู้อำนวยการกลุ่มฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Tensilica DSP ของ Cadence อธิบายว่า คอร์ SHARC-FX ได้รับการปรับแต่งสำหรับ AI/ML และงานสัญญาณบนชิป ครอบคลุมการจำแนกประเภทดนตรี การแยกแหล่งกำเนิดเสียง และการลบเสียงร้องแบบเรียลไทม์ โดยมีตัวอย่างแอปพลิเคชันสำหรับรถยนต์ดังนี้
- Personal Sound Zones (PSZ): โซนเสียงส่วนบุคคลแยกตามที่นั่ง พร้อมการเรนเดอร์เสียง 3 มิติ
- Music Source Separation (MSS) และ Real-time Vocal Removal: แยกแหล่งกำเนิดเสียงดนตรีและลบเสียงร้องแบบเรียลไทม์
- Automated Driving Alerts และ Acoustic Vehicle Alerting Systems (AVAS): ระบบแจ้งเตือนการขับขี่อัตโนมัติและระบบเสียงเตือนสำหรับยานยนต์
- AI-Enhanced Noise Cancellation: ใช้ AI เสริมการตัดเสียงรบกวนจากท้องถนน (RNC) และเสียงเครื่องยนต์ (EOC)
- Intelligent Voice Assistants และ Generative AI Audio: ผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะและการสร้างเสียงด้วย Generative AI
เพิ่ม LPDDR4 หน่วยความจำ L2 และโมดูลความปลอดภัย HSM
ADSP-SC84x/2184x มาพร้อมอินเทอร์เฟซหน่วยความจำ LPDDR4 และหน่วยความจำ L2 บนชิปที่เพิ่มขึ้น พร้อม Hardware Security Module (HSM) โดยเฉพาะสำหรับยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์
แพลตฟอร์มยังเพิ่มคอร์สำหรับการเชื่อมต่ออีก 2 คอร์ เพื่อเสริมการสื่อสารและรองรับ Linux ส่วน SHARC-FX รับหน้าที่ประมวลผล DSP และ AI ด้านเสียง ตั้งแต่เสียงเฉพาะแต่ละที่นั่งไปจนถึงระบบตัดเสียงรบกวนและผู้ช่วยเสียง
เครื่องมือพัฒนาเชื่อม Cadence, ADI และ Audio Weaver
ระบบนิเวศสำหรับนักพัฒนาประกอบด้วยคอมไพเลอร์และเครื่องมือจาก Cadence ระบบประเมินผล EZ-KIT ของ ADI, CrossCore Embedded Studio, SigmaStudio+ และเฟรมเวิร์ก Audio Weaver (AWE) ของ DSP Concepts
ชิน เบ็คมันน์ (Chin Beckmann) ซีอีโอของ DSP Concepts อธิบายว่า บริษัทเป็นพันธมิตรกับทั้ง Cadence และ ADI มายาวนาน และได้ผสานเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่ายเข้ากับ Audio Weaver เพื่อสนับสนุนแอปพลิเคชันเสียง พร้อมทดสอบผลจากความร่วมมือครั้งนี้
ในด้านระบบที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย Cadence Tensilica IP Group มี DSP IP สำหรับยานยนต์ที่ผ่านการรับรอง ISO 26262 ระดับ ASIL-B เพื่อรองรับ ADAS และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง ส่วนแพลตฟอร์ม SHARC-FX วางแนวทางให้การประมวลผลเสียงและ AI อยู่บน DSP พร้อมชุดเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาระบบเสียงสำหรับ SDV
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok