BYD สู่โฮลดิ้งคอมพานี

รู้กันหรือยังว่า วันจันทร์ที่ 19 ต.ค.นี้ จะปรากฏชื่อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) มาโลดแล่นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่อย่าหลงเข้าใจผิดว่าเป็นหุ้น IPO เชียวนะ เพราะจริง ๆ แล้วมันคือร่างใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ต่างหากล่ะ..!!
แต่จะถึงขั้นเป็นร่างทองอ๊ะป่าว..?? ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ส่วนที่มาที่ไปของการแปลงร่างใหม่ แต่ใช้ชื่อหลักทรัพย์เดิม BYD นั้น มีสารตั้งต้นจากมติบอร์ด BYD เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ซึ่งอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นเดิมของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ KFS จำนวน 850 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 90% ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมมูลค่า 37.46 ล้านบาท จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KFH
อ้อ..ยังไม่รวมธุรกรรมการปล่อยกู้ให้กับ “คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์” และ บล.คิงส์ฟอร์ด นะ…
โดยหลังจากรวบหัวรวบหางกินตรงกลางตลอดตัว บล.คิงส์ฟอร์ด แล้ว ก็จะทำการปรับโครงสร้างใหม่ ด้วยการโยกย้ายถ่ายโอนสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท มาอยู่ภายใต้ บล.คิงส์ฟอร์ด
หรือถ้ามองอีกมุมก็เป็นการนำสินทรัพย์มาแลกกับหุ้นเพิ่มทุนของ บล.คิงส์ฟอร์ด เพราะหลังจากธุรกรรมแล้วเสร็จ BYD จะถือหุ้น บล.คิงส์ฟอร์ด เพิ่มขึ้นเป็น 95% จากเดิมถือ 90%
ฟาก BYD ก็จะยกสถานะขึ้นเป็น “โฮลดิ้ง คอมพานี” เต็มตัว เพื่อให้มีความคล่องตัว สามารถกระจายความเสี่ยง ไปลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ได้…
สิ่งที่น่าสนใจ…อันดับแรก เรื่องการ synergy ระหว่าง บล.บีวายดี กับ บล.คิงส์ฟอร์ด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ขึ้นสู่ TOP 3 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2570 รวมทั้งเพิ่มยอดสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) สู่ระดับ 100,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่..??
หรือจะเป็นแค่ฝันกลางวัน…อันนี้ก็ไม่รู้สินะ
ถัดมาเมื่อก้าวขึ้นเป็นโฮลดิ้ง คอมพานีแล้ว BYD จะกระจายความเสี่ยงไปลงทุนธุรกิจใหม่อะไร..?? อันนี้น่าจับตา
แล้วที่สำคัญ จะกลับมาเทิร์นอะราวด์กี่โมง..??
เพราะถ้าไปส่องงบการเงินต้องบอกว่าเป็นบริษัทที่ไม่แสวงหากำไรมานานหลายปีแล้ว…ไล่มาตั้งแต่ปี 2565 มีรายได้รวม 287.15 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 161.74 ล้านบาท ถัดมาปี 2566 มีรายได้รวม 714.10 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 491.52 ล้านบาท ส่วนปี 2567 มีรายได้รวม 1,058.27 ล้านบาท ขาดทุนบักโกรกกว่า 4,577.22 ล้านบาท และปี 2568 มีรายได้รวม 1,205.96 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2,762.08 ล้านบาท
ขณะที่งวดครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้รวม 667.39 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 254.60 ล้านบาท ซึ่งดูแววแล้วปีนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่มีผลขาดทุนนะเนี่ย…
ผลจากการขาดทุนซ้ำซาก ส่งผลให้ BYD มีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรสูงกว่า 3,049.28 ล้านบาทเลยทีเดียว..!!
ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนอยากรู้มากสุด คือ เมื่อไหร่ BYD จะกลับมาสะกดกำไรเป็นเสียที..?? รวมถึงการล้างขาดทุนสะสมให้หมดเกลี้ยง เพราะนั่นจะทำให้ BYD หวนกลับมาจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง หลังจากมีประวัติจ่ายเงินปันผลครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปีมะโว้ หรือปี 2551 ในอัตรา 0.07 บาท
ซึ่งอย่าลืมว่า ทุกวันนี้ยังมีนักลงทุนติดหุ้น BYD เยอะนะ ถ้าดูจากทำเนียบผู้ถือหุ้นที่อัพเดท ณ วันที่ 20 ส.ค. 2569 มีผู้ถือหุ้นรายย่อยราว 12,542 รายเชียวหนา…
เอาเถอะ…การปรับโครงสร้างครั้งนี้ น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของ BYD ละมั้ง…
ส่วนเมื่อปรับโครงสร้างแล้ว ทำโน่น ทำนี่ไปแล้ว…แต่ถ้าอะไร ๆ ก็ยังไม่ดีขึ้น…ก็ช่วยไม่ได้
ทำได้อย่างเดียวคือต้องทำใจ…แล้วโกยกันเถอะโยม..!?
…อิ อิ อิ…