ทนาย BWG จี้ 'พูนศักดิ์' ถอนตัวตรวจสอบ ชี้ภรรยาทำงานบริษัทคู่แข่ง หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน
ทนาย BWG จี้ “พูนศักดิ์” ถอนตัวจากการตรวจสอบบริษัท หลังภรรยายังทำงานระดับบริหารด้านสิ่งแวดล้อมในบริษัทคู่แข่ง ตั้งคำถามความเป็นกลาง-ธรรมาภิบาล ชี้หากไม่มีเจตนาแอบแฝง ยังมีกิจการด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลายแห่งให้ตรวจสอบ พร้อมย้ำ BWG ไม่เคยปฏิเสธหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบ
26 สิงหาคม 2569 - จากกรณีบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ยื่นหนังสือต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบธรรมาภิบาลและมาตรฐานทางจริยธรรมของนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร
BWG ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของนายพูนศักดิ์ในการติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมและการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการ โดยเห็นว่าการให้สัมภาษณ์และแสดงความเห็นหลายครั้งมุ่งเป้ามายัง BWG ทั้งที่ปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำมีความซับซ้อน มีลำน้ำหลายสายเชื่อมโยงกัน และอาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมหลายประเภท
ต่อมา นายพูนศักดิ์ชี้แจงว่า ไม่ได้ตรวจสอบ BWG เป็นการส่วนตัว แต่ดำเนินการในนามคณะกรรมาธิการ พร้อมยอมรับว่าภรรยายังคงทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในบริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์สยาม จำกัด หรือ WMS โดยเห็นว่าการทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันและเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ล่าสุด นายณัฐวุฒิ หอไพบูลย์สกุล ทนายความของ BWG ระบุถึงเหตุผลในการยื่นเรื่องตรวจสอบจริยธรรมนายพูนศักดิ์ว่า เนื่องจากนายพูนศักดิ์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทที่เป็นคู่แข่งขันในธุรกิจเดียวกันก่อนเข้าสู่การเมือง ขณะที่ภรรยายังคงทำงานในระดับบริหารด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท WMS
ทนายความ BWG ระบุว่า เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการติดตาม ตรวจสอบ ลงพื้นที่ และสื่อสารข้อมูลที่บริษัทมองว่ามุ่งเป้ามายัง BWG ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความผิด ย่อมทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลาง ความโปร่งใส และผลประโยชน์ทับซ้อน
ส่วนกรณีนายพูนศักดิ์ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวมีข้อร้องเรียนจากประชาชนมายาวนานประมาณ 20 ปีนั้น ทนายความ BWG เห็นว่า ระยะเวลาที่มีการร้องเรียนไม่สามารถใช้แทนผลพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และสถานประกอบการหลายครั้ง
BWG ยืนยันว่า ไม่เคยปฏิเสธการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานราชการ และหากมีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่ ก็พร้อมให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบ โดยควรพิจารณาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การเก็บตัวอย่างจากหลายจุด และกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทนายความ BWG ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีชาวบ้านหมู่ 1 ต.เขาซก อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ร้องเรียนปัญหาน้ำในคลองปืนแตกเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งมี สส.พรรคภูมิใจไทยใน จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดนายพูนศักดิ์จึงไม่ได้ติดตามตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย หากต้องการตรวจสอบปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมและใช้มาตรฐานเดียวกัน
“ถ้าจริยธรรมส่วนบุคคลที่จะมาตรวจสอบคนอื่นไม่มี ผลตรวจสอบมันก็ไม่น่าเชื่อถือ ขาดความยุติธรรม ขาดหลักธรรมาภิบาล และถ้าเป็นนักการเมืองที่ไม่มีจริยธรรมส่วนบุคคล ก็ไม่ควรเป็นนักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองในพรรคประชาชน อีกทั้งยังอาจเข้าข่ายขาดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย” ทนายความ BWG กล่าว
นายณัฐวุฒิระบุอีกว่า พรรคประชาชนวางมาตรฐานการทำงานไว้สูง โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส การตรวจสอบได้ ธรรมาภิบาล และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้น บทบาทของนายพูนศักดิ์ในฐานะ สส.และรองประธานกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้อื่น ก็ควรได้รับการพิจารณาภายใต้มาตรฐานเดียวกับที่พรรคกำหนดไว้
ทั้งนี้ BWG เห็นว่า ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง “การมีข้อร้องเรียน” กับ “การพิสูจน์ว่ากระทำผิด” โดยระบุว่า ที่ผ่านมามีหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบสถานประกอบการหลายแห่ง และเคยพบโรงงานบางแห่งที่ไม่ใช่ BWG มีหลักฐานเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยน้ำเสียจนถูกดำเนินคดี ขณะที่บริษัทระบุว่ายังไม่มีหน่วยงานใดแจ้งข้อหาหรือกล่าวหาว่า BWG เป็นผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสียในกรณีดังกล่าว
สำหรับปัญหาน้ำเสียบริเวณคลองห้วยตะเข้และคลองเพรียว BWG ระบุว่าเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่มีลำน้ำหลายสายเชื่อมต่อกัน จึงอาจได้รับอิทธิพลจากกิจกรรมหลายประเภท ขณะที่สถานประกอบการของบริษัทอยู่บริเวณต้นน้ำของลำน้ำธรรมชาติสายหนึ่งและห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร จึงควรรอข้อยุติจากกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจโดยตรง
BWG ยังตั้งคำถามว่า หากกระบวนการตรวจสอบแหล่งกำเนิดน้ำเสียครอบคลุมผู้ประกอบการหลายราย เหตุใดการตรวจสอบจึงถูกขยายไปยังหลุมฝังกลบ ระบบจัดการของเสีย ระบบน้ำ EIA และการดำเนินงานด้านอื่นของ BWG อย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าหากเป็นมาตรการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม ก็ควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับสถานประกอบการประเภทเดียวกันอย่างเท่าเทียม
บริษัทระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเรียกร้องให้พรรคประชาชนตรวจสอบบทบาทของ สส.ในพรรคเกี่ยวกับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนต่อไป.
