classicliterature.it.com

BMW M ยืนยัน เครื่องยนต์ยังอยู่ยั้งยืนยงอีกยาว

ท่ามกลางกฎระเบียบข้อบังคับด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดและบีบรัดมากขึ้นเรื่อย ๆจนทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรปเจอกับปัญหาใหญ่ในการปรับเปลี่ยน   หลายคนคิดว่าขุมพลังบิ้กบล็อกระดับตำนานของ BMW กำลังนับถอยหลังเพื่อเดินทางไปสู่จุดจบ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เครื่องยนต์ 6 สูบ และ V8 รหัส S58 และ S68 มีการปรับปรุงอัปเกรดทางวิศวกรรมเพื่อให้อัตราการปล่อยมลพิษผ่านเกณฑ์มาตรฐานอันโหดหินอย่าง Euro 7  ส่งผลให้เครื่องยนต์ทั้ง 6 สูบเรียงและ V8 สองบล็อกนี้จะยังคงทำตลาดต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า  คาดว่าทั้งคู่จะยังคงโลดแล่นและอยู่รอดไปจนถึงช่วงทศวรรษ 2035  

BMW ยืนยันว่า เครื่องยนต์พิกัดความจุสูงเหล่านี้จะยังคงอยู่คู่กับแบรนด์ไปอีกนานแสนนาน ข้อมูลนี้ มาจากปากของชายผู้กุมบังเหียนใหญ่แห่งแผนก M Division แฟรงก์ แวน มีล (Frank van Meel) ระหว่างเข้าร่วมงาน Goodwood Festival of Speed ปี 2026 แฟรงก์ แวน มีล แสดงจุดยืนและคำมั่นสัญญาระยะยาวของ BMW M  ด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง (Inline-six) และเครื่องยนต์แบบ V8  ทีมวิศวกรประสบความสำเร็จในการปกป้องอนาคตของเครื่องยนต์ทั้งสองบล็อก ให้สามารถผ่านกฎหมายมลพิษที่เข้มงวดที่สุดของยุโรป 

...

เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร สเปกยุโรป ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า “M Ignite” เข้ามาใช้ นี่คือห้องเผาไหม้สำรอง (Pre-chamber) ที่ถูกบูรณาการเข้ากับฝาสูบโดยตรง นอกจากนี้ วิศวกรยังได้ทำการเพิ่มอัตราส่วนกำลังอัดให้สูงขึ้น  ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มีครีบแปรผัน (Variable Turbine Geometry) ผลลัพธ์คืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำลงกว่าเดิม โดยเฉพาะในขณะที่เครื่องถูกเค้นกำลังในรอบสูงอย่างหนักหน่วง ซึ่งในขณะนี้ M3 และ M4 รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์ S58 เวอร์ชันอัปเกรด ทยอยออกจากโรงงานประกอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน M2 กับเครื่อง S58 รุ่นปรับปรุง มีกำหนดการผลิตจ่อคิวตามมาในเดือนสิงหาคมนี้

บอสใหญ่ M Division อธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับเครื่องยนต์ V8 รหัส S68 จะไม่ได้นำเทคโนโลยี M Ignite จากเครื่องยนต์บล็อกเล็กมาใช้ โดยเปลี่ยนไปใช้วัฏจักรการเผาไหม้แบบ Miller Combustion Cycle เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแทน นอกจากนี้ BMW ยังได้ปรับปรุงระบบจัดการเครื่องยนต์ Engine Management System เพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดไอเสียเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รวมถึงการอัปเกรดระบบระบายความร้อนใหม่ทั้งหมด ในภาพรวม การปรับปรุงรายละเอียดทางวิศวกรรมของเครื่องยนต์ทั้งสองบล็อกนี้ จะไม่มีผลกับตัวรถสเปกที่จำหน่ายทั่วโลก

กำลังตัวเลขของเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ยังเหมือนเดิมไม่มีการตัดทอน ทั้งใน M2, M3 และ M4 แต่เครื่องยนต์ V8 กลับสูญเสียแรงม้าไปบ้าง อย่างไรก็ตาม BMW ได้ทำการชดเชยแรงม้าที่หายไปของเครื่องยนต์สันดาปด้วยการเพิ่มกำลังเอาต์พุตของมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบไฮบริดให้สูงขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ กำลังรวมสูงสุด หรือ Combined Output ของ M5  ทั้งตัวถัง Sedan และ Wagon รวมถึงเอสยูวีตัวแรงอย่าง XM Label ยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดย BMW M5 รุ่นปรับปรุงใหม่ เริ่มกระบวนการผลิตในโรงงานไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ส่วน XM Label ได้เดินสายพานการผลิตตามมาในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

...

ขุมพลังทั้งสองบล็อกนี้จะถูกนำไปวางในรถยนต์ตระกูล M Performance และรถ M เต็มรูปแบบที่จะเปิดตัวในอนาคต เครื่องยนต์ V8  ประจำการใน X5 M60, M760 และ ALPINA 7 Series ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป (รวมถึงในตลาดที่มีกฎระเบียบด้านมลพิษเข้มงวดอย่างยุโรป) นอกจากนี้ X7 เจเนอเรชันที่สอง ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปีหน้า ก็คาดว่าจะได้รับขุมพลังรหัส M60 ด้วยเช่นกัน จากนั้นในปี 2028 รถเอสยูวีคูเป้อย่าง X6 รุ่นถัดไป ก็เตรียมรับการปรับแต่งในรหัส M Performance ตามด้วยเวอร์ชัน M พันธุ์แท้ 

...

ส่วนเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง S58 จะถูกนำไปประจำการใน M3 เจเนอเรชันถัดไป ซึ่งมีโอกาสที่จะจับคู่ทำงานร่วมกับระบบไมลด์ไฮบริด (Mild-hybrid) แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ซีรีส์ 3 รุ่นใหม่ จะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ในรหัส M350  ประจำการด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง รหัสเก่ง B58 ซึ่งมีรายงานว่าจะเค้นกำลังได้เกินกว่า 400 แรงม้า  จากการที่ BMW กำลังซุ่มพัฒนา 3 Series Touring รุ่นใหม่อยู่ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรปยังคงมีความหวังว่าจะได้เห็นตัวถังแวกอนทั้งในรหัส M Performance และเวอร์ชัน M ตัวเต็ม แม้ว่า BMW จะยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม

ดูไปแล้ว...อนาคตของ BMW M เครื่องสันดาปภายใน ยังสดใสท่ามกลางกฎเกณฑ์ด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น  แต่ความแตกต่างของกำลัง ระหว่างรถสเปกยุโรปและสเปคที่ขายในภูมิภาคอื่นจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นหรือไม่ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รถยนต์ในตระกูล M Performance สเปกยุโรปบางรุ่น ถูกลดทอนกำลังลงไปบ้างแล้ว และเมื่อกฎระเบียบเข้มงวดขึ้นอีก แนวโน้มนี้ก็มีโอกาสที่จะดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี อย่างน้อยที่สุดขุมพลังระดับตำนานอย่าง B58 S58 และ S68 ยังคงโลดแล่นอยู่ในโลกแห่งความเร็วต่อไปอีกหลายปี.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/     

...

Update: 2026-07-21
Tags: