พ่อบ้านสายฟ้า BMW i3 Touring
การพบเห็นรถต้นแบบ (Prototype) BMW i3 Touring (NA1) โมเดลปี 2027 ขณะกำลังวิ่งทดสอบสมรรถนะบนถนนสาธารณะ ตัวรถมาในสีดำ Black Sapphire โดยมีการแปะสติกเกอร์ลายพรางปิดบังรายละเอียดเฉพาะบริเวณส่วนหน้าและส่วนท้ายของตัวรถเท่านั้น ซึ่งนี่ถือเป็นภาพถ่ายของจริงครั้งแรกที่เผยให้เห็นทรวดทรงของรถเก๋งสเตชันแวกอนพลังงานไฟฟ้า 100% ในตระกูล ซีรีส์ 3 หลังจากที่ทาง BMW เคยปล่อยภาพเงาดำ (Silhouette) ออกมากระตุ้นกระแสในช่วงการเปิดตัว i3 เวอร์ชันซีดาน 4 ประตูไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
แม้ว่า i3 Touring ต้นแบบที่วิ่งทดสอบจะยังมีสติ้กเกอร์พรางตาอยู่ แต่โครงสร้างตัวถังภายนอกก็แสดงให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนในการทดสอบหนนี้ ทีมวิศวกรของค่ายใบพัดสีฟ้าเลือกพรางตัวเฉพาะจุดสำคัญตามสูตรสำเร็จ ได้แก่ กันชนหน้า, กรอบกระจังหน้าทรงไตคู่ และบานประตูท้ายรถทั้งหมด ขณะที่ส่วนอื่น ๆ ที่เหลืออยู่ตรงกลาง ไม่ว่าจะเป็นบานประตูทั้ง 4 บาน, โครงสร้างกระจกห้องโดยสารรอบคัน (Greenhouse) รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่บนหลังคา ถูกเปิดเปลือยให้เห็นเนื้อเหล็กและงานดีไซน์จริงอย่างชัดเจนตามระเบียบปฏิบัติของ BMW การปล่อยให้ด้านข้างตัวถังของรถทดสอบเปลือยเปล่าตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเช่นนี้ เป็นสิ่งชี้ชัดว่ารูปทรงและเส้นสายด้านข้างไม่ใช่ความลับระดับอ่อนไหวอีกต่อไป
...
เนื่องจากสัดส่วนของตัวรถนับตั้งแต่เสา A-pillar ลากยาวไปจนถึงด้านหน้านั้น ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เวอร์ชันตัวถังซีดาน ดังนั้น สิ่งเดียวที่พวกเขายังคงต้องซ่อนเร้นไว้ภายใต้ลายพรางในเวลานี้ จึงมีเพียงแค่รูปทรงที่แน่ชัดของช่องดักลมบริเวณกันชนหน้า และรายละเอียดการตกแต่งพื้นผิวของกระจังหน้าไตคู่ยุคใหม่เท่านั้น จุดที่น่าสนใจที่สุดตกไปอยู่บริเวณส่วนท้ายของตัวรถ เพราะเป็นพื้นที่เดียวที่ BMW ตั้งใจปิดบังไว้อย่างมิดชิด บั้นท้ายของรถทดสอบที่ถูกหุ้มด้วยสติกเกอร์ลายพรางหนาทึบนี้ ดูเหมือนจะมีความยาวสัดส่วนยื่นขยายออกไปมากกว่าเวอร์ชันซีดานอย่างเห็นได้ชัด และเส้นแนวหลังคา (Roofline) มีลักษณะลาดเอียงลงเข้าหาชุดไฟท้ายอย่างลาดเท แทนที่จะตัดตรงดิ่งลงมาในมิติตัวถังแวกอนแบบดั้งเดิม ซึ่งยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การออกแบบในลักษณะนี้ BMW กำลังเลือกที่จะไล่ล่าประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) และความประหยัดพลังงาน โดยยอมเฉือนเนื้อที่ความจุของห้องเก็บสัมภาระท้ายออกไปบางส่วนหรือไม่
สำหรับงานดีไซน์ด้านหน้าตัวรถ คงไม่มีอะไรให้ต้องประหลาดใจกันมากนัก คาดหมายได้ว่าจะยังคงใช้ชุดโคมไฟหน้าและกระจังหน้าทรงไตคู่ชุดเดียวกับที่ประจำการอยู่ใน i3 เวอร์ชันซีดาน รวมถึงการแยกเกรดรุ่นย่อยในชุดแต่งสไตล์สปอร์ตและรุ่นมาตรฐานทั่วไป แม้กระทั่งเฉดสีตัวถังภายนอกก็คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ขณะที่ห้องโดยสารภายในจะเดินรอยตามแนวคิดดีไซน์ของตระกูล Neue Klasse อย่างเหนียวแน่น โดดเด่นด้วยจอแสดงผลส่วนกลางขนาดใหญ่ยักษ์ 17.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับหน้าจอ Panoramic Screen ที่จะแสดงผลพาดยาวตลอดยอดฐานของกระจกบังลมหน้า
ข้อมูลวิศวกรรมที่ยังถูกปิดเป็นความลับเวลานี้ BMW ยังไม่มีการยืนยันตัวเลขความจุสัมภาระท้าย มิติตัวถังภายนอกที่แน่ชัด หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่ว่า รถทดสอบคันนี้คือตัวแทนของรหัสแรงรุ่นไหนใน 4 ระดับการตกแต่งที่คาดว่าจะทำตลาด อย่าง i3 30, i3 40, i3 50 หรือรุ่นท็อปสายโหด i3 M60 xDrive เพราะเมื่อพิจารณาจากระดับความสูงของตัวรถ (Ride Height) ประกอบกับการไร้เงาของท่อไอเสียคู่ท้าย (ซึ่งแม้จะเป็นรถไฟฟ้า 100% แต่ก็เป็นจุดที่ต้องตรวจเช็กเพื่อความแน่ใจ) ก็ยังไม่มีสิ่งชี้บ่งใด ๆ ที่จะทิ่มตรงไปหาขุมพลังรหัสแรง M60 เป็นพิเศษ คาดว่าเราจะได้เห็นรถทดสอบรุ่นต้นแบบคันอื่น ๆ ออกวิ่งเพ่นพ่านโดยพรางตัวน้อยลง เพื่อให้เห็นเส้นสายของแนวหลังคาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ยามที่การทดสอบยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 นี้
...
เนื่องจากตัวถัง Touring ใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมร่วมกับรถเก๋งซีดานรหัส NA0 i3 ที่เพิ่งจะออกวางจำหน่ายไปหมาด ๆ ในตระกูลยุโรป ดังนั้น ตัวเลขสมรรถนะของรหัส i3 50 xDrive เวอร์ชันซีดาน จึงเปรียบเสมือนพิมพ์เขียวชั้นดีที่ช่วยบ่งบอกสิ่งเร้นลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ลายพรางของรถทดสอบคันนี้ นั่นคือ พละกำลังสูงสุด 463 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ พ่วงด้วยแบตเตอรี่ความจุสุทธิ (Net Capacity) ขนาด 108.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังไฟชาร์จเร็ว DC Fast Charge สูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ซึ่งแรงพอที่จะอัดประจุไฟจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น
...
ในส่วนของระยะทางการวิ่ง ตัวถังซีดานทำตัวเลขเคลมตามมาตรฐาน WLTP ไว้สูงถึง 906 กิโลเมตรในรุ่น First Edition และขยับขึ้นไปถึง 912 กิโลเมตรในรุ่นมาตรฐานทั่วไป ซึ่งไม่มีเหตุผลกลใดเลยที่ตัวถังแวกอน Touring คันนี้จะทำตัวเลขได้ต่ำกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ ยามที่ทาง BMW ทำการเซตติ้งปรับแต่งค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Aero) และพิกัดน้ำหนักตัวถังในขั้นตอนสุดท้ายเสร็จสิ้นลงสำหรับรหัสแรงตัวท็อปอย่าง i3 M60 xDrive ซึ่งมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าจะพกพาแรงม้ามาให้เสพถึงระดับ 630 แรงม้านั้น จะเป็นตัวเบิกร่องเทคโนโลยีล่วงหน้าให้กับตัวโหดอย่าง All-New Electric M3 (รหัส ZA0) ที่กำลังจะคลานตามออกมาในอนาคต
เมื่อพิจารณาจากกำหนดการเดินสายพานการผลิตของ i3 M60 เวอร์ชันซีดาน ที่กว่าจะเริ่มต้นขึ้นก็ต้องรอถึงช่วงเดือนมีนาคมปี 2027 โอกาสที่ตัวถังแวกอนในเวอร์ชัน M60 จะคลอดตามออกมาทำตลาด จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าจะถูกจัดวางไว้เป็นทางเลือกเสริมที่จะตามมาในภายหลังสำหรับราคาอย่างเป็นทางการ ในเวลานี้ยังไม่มีการเคาะตัวเลขออกมา เมื่อมองค่าตัวของเวอร์ชันซีดานในรหัส i3 50 xDrive ที่ปักป้ายราคาเริ่มต้นเอาไว้ในตลาดประเทศเยอรมนีที่ 65,900 ยูโร หลังจากเสร็จสิ้นการทำตลาดในช่วงเปิดตัวของรุ่น First Edition ไปเรียบร้อยแล้ว
...
ตัวเลขนี้ถือว่าทำราคาได้ต่ำกว่ารถเอสยูวีไฟฟ้าคู่แฝดร่วมค่ายอย่าง iX3 50 xDrive อยู่เกือบ 9,000 ยูโรเลยทีเดียวดังนั้น คาดหมายได้เลยว่า ค่าตัวของเวอร์ชันแวกอน Touring คันนี้ ก็น่าจะขยับขึ้นไปป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เคียงกับตัวเลขดังกล่าว บวกเพิ่มเข้าไปด้วยส่วนต่างราคาพรีเมียม (Premium) ตามธรรมเนียมปฏิบัติปกติของ BMW ที่มักจะบวกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสำหรับตัวถังในรูปแบบสเตชันแวกอน ส่วนประเทศไทย ยากมากที่ BMW Group Thailand จะนำ i3 Touring เข้ามาขายเนื่องจากรถแวกอนนอกจากจะไม่ได้รับความนิยมในไทยแล้ว ราคานำเข้ายังสูงโด่งอีกด้วย.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/