classicliterature.it.com

BGRIM ปฐมไฟฟิลิปปินส์


ระหว่างเฝ้ารอความชัดเจน PDP 2026 และหลักเกณฑ์ Direct PPA หรือรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดูเหมือนบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ของ “เฮียฮาราลด์ ลิงค์” ไม่อยู่เฉย…ทยอยโปรยข่าวดีออกมาต่อเนื่อง..!!

ล่าสุดแจ้งเรื่องบริษัทหลานที่ชื่อ Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) ถือหุ้นผ่านบริษัทลูก B.Grimm Solar Power Inc. ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Payment Agreement: REPA) จากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 50 เมกะวัตต์ กับ National Transmission Corporation (TransCo) หน่วยงานตัวแทนของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งรับผิดชอบกองทุน GEA-all fund สำหรับดูแลการชำระเงินให้แก่โครงการพลังงานหมุนเวียน

โดยการลงนามดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Vista Alegre ที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตเพื่อจำหน่ายไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนเกาะเนกรอส เมืองบาโคโลด สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ถ้าจำกันได้ช่วงปลายปี 2568 BGRIM เคยแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับโครงการโซลาร์ Vista Alegre ซึ่งจะมีการจำหน่ายไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก…

ช่วงแรก (5 ธ.ค. 2568-14 ม.ค. 2569) โครงการจะจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดผ่านตลาดซื้อขายไฟฟ้าของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ หรือ Wholesale Electricity Spot Market (WESM) โดยสามารถจำหน่ายไฟฟ้าตามราคาตลาดในแต่ละช่วงเวลา ปัจจุบันรับซื้อเฉลี่ยที่โครงการได้รับอยู่ที่ประมาณ 6.6 เปโซ หรือประมาณ 3.6 บาท ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (kWh)

ส่วนช่วงที่สอง (ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป) โครงการจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีกำหนดเวลา 20 ปี ภายใต้โครงการ Green Energy Auction-4 (GEA-4) ของกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ (Department of Energy: DOE) โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้านี้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าคงที่ที่ 4.43 เปโซ หรือประมาณ 2.40 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

นั่นเท่ากับว่า ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา BGRIM ประเดิมขายไฟฟ้าที่ราคา 2.40 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงแล้วนะสิ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.16 ถึง 2.25 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับประเภทของโครงการ 

นอกจากอัตราการรับซื้อไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ที่สูงแล้ว โอกาสทางธุรกิจก็น่าสนใจด้วยนะ…ด้วยฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะจำนวนมากถึง 7,641 เกาะ การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้วลากสายส่งไปแต่ละเกาะอาจไม่คุ้มค่าในการลงทุน ทำให้โซลาร์ฟาร์มตอบโจทย์มากกว่า…

ขณะที่ฟิลิปปินส์เองก็มีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว

ขณะเดียวกัน BGRIM ก็ได้ไฟสีเขียวเข้ามาเติมในพอร์ตพลังงานสะอาด ซึ่งมีเป้าหมายที่พุ่งชนด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 และก้าวสู่เป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593

ประเทศฟิลิปปินส์เลยกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่ของผู้ประกอบการไฟฟ้าบ้านเรา…ซึ่งแน่นอนว่า BGRIM ไม่ใช่เจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ไปลงทุนในฟิลิปปินส์

เท่าที่จำได้ก็มีบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนเคซอน (Quezon) และโรงไฟฟ้าพลังความร้อน San Buenaventura บนเกาะลูซอน, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ลงทุนในโครงการโซลาร์ลอยน้ำใหญ่สุดในอาเซียน กำลังการผลิต 784 เมกะวัตต์ 

ส่วนบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เข้าไปลงทุนและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กาลาบังก้า (Calabanga) กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ ขณะที่บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลม “บาโก” (BAGO Wind Farm) ขนาดกำลังการผลิต 150 เมกะวัตต์ เป็นต้น

ว่าไปแล้วในมุมธุรกิจ BGRIM ก็มีพัฒนาการต่อเนื่องแหละ แต่พอหันไปดูมุมหุ้น…ไม่เอา ไม่พูดดีกว่า..!!

…อิ อิ อิ…

Update: 2026-08-27
Tags: