classicliterature.it.com

ปอศ.ตามรวบเครือข่ายแก๊งแอพพ์เงินกู้ปลอม Beebaht รับฟอกเงินข้ามชาติ มีหมายจับติดตัวเพียบ

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ร่วมสั่งการ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ.พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง นำกำลังจับกุม นายสุรชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1695/2565 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ข้อหา “ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงการคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันปลอมและร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันกระทำการอั้งยี่หรือซ่องโจร,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ” และหมายจับศาลอาญา ข้อหา“ร่วมกันฟอกเงิน” นอกจากนี้ยังมีหมายจับลักษณะเดียวกันอีก 3 หมายจับ โดยจับกุมได้บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ

สืบเนื่องมาจาก เมื่อกลางปี 2564 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และประชาชนจำนวน 4 ราย เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ. ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพเปิดแอปพลิเคชัน บีบาท (BeeBaht) และแอปพลิเคชัน DD Cash โดยโฆษณาผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่าประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้ชื่อว่า บริษัท บีบาท จำกัด ได้แอบอ้าง ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง

จากนั้นได้หลอกลวงให้ประชาชนที่สนใจกู้เงินโอนเงินให้ โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการปล่อยเงินกู้ ,ค่าธรรมเนียมเอกสารร้อยละ 10 ของยอดเงินกู้ และจะหลอกต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อโอนเงินให้เพิ่ม แต่ท้ายที่สุดกลับไม่ได้รับโอนเงินที่ต้องการกู้แต่อย่างใด

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเอกสารดังกล่าวเป็นของปลอม ทำให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และประชาชน ได้รับความเสียหาย โดยแผนประทุษกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้จะมีการจ้างบริษัทรับส่งข้อความ ส่งลิงก์ในการเข้าแอพพลิเคชันโดยมีเซิร์ฟเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา

จากการสืบสวนพบว่าภายในระยะเวลา 1 เดือน กลุ่มคนร้ายใช้บัญชีกว่า 23 บัญชี มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 400 ล้านบาท โดยมีการยักย้ายถ่ายเทเงินเป็นทอดๆ และจะแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าอุปโภค บริโภค, รถไถนา, ทองคำแท่ง โดยซื้อจากประเทศไทย ก่อนจะนำส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการไว้ทั้งหมด 16 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 15 ราย ยังคงเหลือ นายสุรชัย เพียงรายเดียว ที่ได้หลบหนีการจับกุมเรื่อยมาจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ในที่สุด

สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าได้หลบหนีไปอยู่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยเพิ่งจะข้ามกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Update: 2026-08-05
Tags: