classicliterature.it.com

BDMS ลงทุน GNPT บริษัทชีวภาพไทย พัฒนา CAR-T Cell รักษามะเร็งเม็ดเลือด

การรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด โดยมีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองรายใหม่รวมประมาณ 30,000 รายต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยประมาณ 40% ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานหรือมีความเสี่ยงที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำ ทำให้บางรายจำเป็นต้องมองหาทางเลือกการรักษาอื่น โดยเฉพาะเทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 10–20 ล้านบาทต่อราย หากต้องเข้ารับการรักษาในต่างประเทศ ส่งผลให้การเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวยังเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับผู้ป่วยไทย

การพัฒนาเทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy ในประเทศไทยจึงเป็นก้าวสำคัญของการต่อยอดงานวิจัยสู่การรักษาผู้ป่วยจริง โดยบริษัท เจเนพูติก ไบโอ จำกัด (Genepeutic Bio Co., Ltd.) หรือ GNPT บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติไทย ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมาย จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ ProtaCAR ซึ่งได้รับอนุมัติทะเบียนยาแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับผู้ป่วยอายุ 4–24 ปี ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดบีเซลล์ที่แสดง CD19 นับเป็นความก้าวหน้าของการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีของไทย

ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง โดย GNPT เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ CAR-T Cell ขณะที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน GNPT เป็นร้อยละ 55 เพื่อสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และผลิตนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูง ต่อยอดขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ซับซ้อนได้มากขึ้นในอนาคต

ดร.ภญ.อิทธิพร เชื้อไตรสรณ์ กรรมการบริษัท GNPT กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้มี 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยไทยและต่างชาติด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัด (Cell Therapy) การต่อยอดงานวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสู่เชิงพาณิชย์ผ่านโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานของ Genepeutic Bio และการสร้างรายได้ให้ BDMS ควบคู่กับการเชื่อมโยงการดำเนินงานกับบริษัทในเครือ ทั้งด้านบริการทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการ โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy ซึ่งเป็นการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ (T cells) ให้สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้อย่างจำเพาะ ปัจจุบันโรงงานตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี และเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ CAR-T Cell

ดร.ภญ.อิทธิพร เชื้อไตรสรณ์-พญ. สุรางคณา เตชะไพฑูรย์

ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าวต่อว่า การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานหรือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมาอาจต้องเดินทางไปรักษาในต่างประเทศและมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่ายา การพัฒนา CAR-T Cell Therapy ในประเทศไทยจึงเป็นอีกทางเลือกที่มีศักยภาพในการลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีชีวภาพของไทยสู่การรักษาขั้นสูงในอนาคต

การพัฒนา CAR-T Cell Therapy ในประเทศไทย ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าวว่า เป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกการรักษาและลดข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานหรือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญคือ ProtaCAR (โปรทาคาร์) ซึ่งใช้เทคโนโลยี Allogeneic CD19 CAR-T Cell Therapy นำเซลล์ภูมิคุ้มกันจากผู้บริจาคมาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดบีเซลล์ที่แสดง CD19 ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ได้รับอนุมัติทะเบียนยาแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับผู้ป่วยอายุ 4–24 ปี โดยกำหนดให้ติดตามความปลอดภัยในระยะยาว นับเป็นความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคขั้นสูง (ATMPs) ด้วยเทคโนโลยีของไทย 

ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าวถึง จุดเด่นของเทคโนโลยี Allogeneic CAR-T คือการใช้เซลล์จากผู้บริจาคหรือญาติผู้ป่วย แทนการเก็บเซลล์จากผู้ป่วยแต่ละรายเหมือนการรักษาแบบ Autologous CAR-T จึงมีศักยภาพในการพัฒนาระบบผลิตและเตรียมผลิตภัณฑ์ไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับความต้องการรักษาในอนาคต และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเด็กหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเก็บเซลล์ของตนเอง อย่างไรก็ตาม การใช้เซลล์จากบุคคลอื่นยังต้องคำนึงถึงความเข้ากันได้ ความปลอดภัย และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีนี้แล้ว 26 ราย  ซึ่งผลเบื้องต้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับการรักษาในต่างประเทศ แต่ยังต้องติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาCAR-T Cell Therapy ในห้องปฏิบัติการของ GNPT

สำหรับกำลังการผลิตปัจจุบัน ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าวว่า โรงงาน Genepeutic Bio สามารถผลิต CAR-T Cell Therapy ได้ประมาณ 40 เคสต่อปี และมีแผนขยายศักยภาพการผลิตเป็นประมาณ 200 เคส พร้อมเดินหน้าวิจัยเพื่อต่อยอดการรักษาไปสู่โรคอื่น ๆ ในอนาคต เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง แต่เป็นการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมการรักษาขั้นสูง โดยการต่อยอดดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับผลการวิจัยและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง

พญ. สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม โรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวเสริมว่า เทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy มีการใช้รักษาผู้ป่วยในต่างประเทศมานานกว่า 10 ปี แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญด้านค่าใช้จ่าย โดยผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์มีราคาประมาณ 500,000–700,000 ดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะค่ายา ยังไม่รวมค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้

พญ. สุรางคณา กล่าวต่อว่า   ดังนั้นการดำเนินงานในระยะต่อไป BDMS และ GNPT มุ่งต่อยอดเทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy โดยมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตตามมาตรฐานสากล การตรวจวินิจฉัยและติดตามผลการรักษา ไปจนถึงการเชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ในเครือข่ายโรงพยาบาล BDMS เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา CAR-T สำหรับมะเร็งชนิดอื่น และต่อยอดสู่เทคโนโลยี Cell & Tissue Therapy ตลอดจนขยายความร่วมมือด้านการแพทย์ขั้นสูงในระดับภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

Update: 2026-10-20
Tags: