BANPU งบ Q1 พลิกกำไร 1.09 พันล้าน รับรู้รายได้ถ่านหิน-ก๊าซหนุน

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ประจำปี 2569 (ข้อมูลทางการเงินรวมเสมือน) สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ประจำปี 2569 (ข้อมูลทางการเงินรวมเสมือน) วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยบริษัทพลิกมีกำไรอยู่ที่ 1,091.27 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 369.12 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจพลังงานที่มีความหลากหลาย ตลอดจนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
ผลประกอบการที่ฟื้นตัวมีแรงสนับสนุนสำคัญจากธุรกิจเหมืองยุคใหม่ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาถ่านหินในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณจำหน่ายถ่านหินรวมที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกามีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง จากทั้งปริมาณจำหน่ายและราคาขายก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น หลังสภาพอากาศหนาวจัดในช่วงต้นปีช่วยกระตุ้นความต้องการใช้พลังงาน นอกจากนี้ ธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีผลการดำเนินงานที่ดี และมีส่วนสนับสนุนผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มบริษัท
BANPU ยังรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน จากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยบริษัทพลิกมีกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 143 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 8 ล้านบาท หรือปรับตัวดีขึ้น 151 ล้านบาท
สำหรับรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 42,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจเหมืองยุคใหม่เพิ่มขึ้น 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพิ่มขึ้น 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องลดลง 103 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับรูปแบบการนำเสนอข้อมูล โดยนำรายได้จากธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า หรือ Energy Trading และธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS ในประเทศญี่ปุ่น มารวมไว้ในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จากเดิมที่แสดงอยู่ภายใต้ธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจหลัก 4 กลุ่มของบริษัทในปัจจุบัน
ธุรกิจเหมืองยุคใหม่สร้างรายได้ 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 52% ของรายได้รวม แบ่งเป็นรายได้จากแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย 498 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออสเตรเลีย 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มองโกเลีย 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และธุรกิจซื้อขายถ่านหิน 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐอเมริกามีรายได้ 321 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 24% ของรายได้รวม โดยในไตรมาสดังกล่าว บริษัทเริ่มรวมรายได้จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ หลังเข้าซื้อสิทธิการลงทุนใน BKV-BPP Power LLC เพิ่มเติม 25% ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของ BKV Corporation ภายหลังธุรกรรมแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569
ด้านธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมีรายได้ 313 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 23% ของรายได้รวม ครอบคลุมรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในออสเตรเลีย รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม ตลอดจนรายได้จากธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในญี่ปุ่นตามโครงสร้างการนำเสนอข้อมูลใหม่
ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคตมีรายได้ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1% ของรายได้รวม โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจผลิตและติดตั้งระบบแบตเตอรี่ในประเทศสิงคโปร์
BANPU ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดและมีวินัย เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน พร้อมวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว