classicliterature.it.com

BANPU กางแผนรับเทรนด์ AI ต้องการไฟฟ้าเพิ่ม พร้อมศึกษาธุรกิจเทรดดิ้ง LNG เชื่อมสหรัฐฯ สู่เอเชีย

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ชี้ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) เป็นสองปัจจัยที่ต้องขับเคลื่อนควบคู่กัน

โดยบริษัทโฟกัสกระแสเงินสดที่ยั่งยืนในการทำธุรกิจ และหาโอกาสขยายฐานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Data Center ทั่วโลก

“ความมั่นคงทางพลังงาน” และ “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด” ต้องมาพร้อมกัน

สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงานโลก ทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ต้องสร้างสมดุลระหว่างความเสถียรของระบบไฟฟ้ากับเป้าหมายการลดคาร์บอน

โดยบ้านปูมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นราว 50% ไปสู่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้ามากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกระแสเงินสดจากก๊าซฯ และไฟฟ้าให้เกิน 50% ในอนาคต

สำหรับตลาดสหรัฐฯ บ้านปูผ่าน BKV Corporation ได้สร้างโมเดล U.S. Closed-Loop Gas ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งก๊าซธรรมชาติในแหล่งบาร์เนตต์ (Barnett) เข้ากับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ขนาด 1.5 กิกะวัตต์

และโครงการดักจับคาร์บอน (CCUS) เพื่อส่งมอบก๊าซธรรมชาติที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนครอบคลุม Scope 1, 2 และ 3 ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ายุคใหม่

นอกจากนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI และ Data Center ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 25% ภายในปี 2573 และความต้องการไฟฟ้าในตลาดเสรี ERCOT รัฐเท็กซัส มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นกว่า 21 เท่าในช่วงปี 2569–2575

BKV จึงได้พัฒนาโครงการ Integrated Energy Complex บนพื้นที่กว่า 6,200 เอเคอร์ ใน Jack County รัฐเท็กซัส เพื่อผสานการผลิตไฟฟ้าร่วมกับการดักจับคาร์บอน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาด ERCOT ปัจจุบันได้ยื่นขออนุมัติการเชื่อมต่อเพื่อรองรับทั้งการผลิตและใช้ไฟฟ้าแล้ว

ลุยขยายธุรกิจ BESS ในจีนและตลาดหลักทั่วโลก

สำหรับธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้โจทย์ความไม่สม่ำเสมอของพลังงานหมุนเวียน โดยเปรียบเสมือน Power Bank ขนาดใหญ่ของระบบไฟฟ้า ที่ช่วยการันตีความเสถียรและความต่อเนื่องของการจ่ายไฟได้สูงถึง 99.99% ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่กลุ่ม AI และ Data Center ต้องการ

ปัจจุบัน กลุ่มบ้านปูมีโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มรวม 10 โครงการ ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐฯ และจีน โดยเตรียมขยายการลงทุนในแพลตฟอร์มพลังงานหมุนเวียนและ BESS ในตลาดจีนช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ตอบรับการผ่อนคลายเกณฑ์และกฎระเบียบตลาดพลังงานเสรีในจีน รวมถึงการขยายตัวของ Data Center

ส่วนตลาดประเทศไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะนำโมเดล BESS และพันธมิตรใน Ecosystem เข้ามาต่อยอดในไทยทันที อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการรองรับการเติบโตของ Data Center และ AI จากการที่ภาครัฐเริ่มปลดล็อกนโยบายสำคัญอย่าง Direct PPA และการปรับแผน PDP

ขณะที่บ้านปูพร้อมนำโซลูชันพลังงานเข้ามาซัพพอร์ตอย่างครบวงจร ทั้งการนำ Gas Engine แบบ Modular มาติดตั้งเพื่อเร่งระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าให้ทันใช้ภายใน 1–2 ปี

การเตรียมนำแพลตฟอร์ม BESS เข้ามาการันตีความเสถียรของระบบไฟระดับ 99.99% ร่วมกับความพร้อมของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย ตลอดจนการให้บริการเทคโนโลยีทำความเย็นและโซลูชันลดการใช้พลังงาน จะทำให้สามารถแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานของ Data Center ในไทยอย่างยั่งยืน

ผลักดัน CCUS เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในไทย

ในตลาดสหรัฐฯ นั้น BKV ประสบความสำเร็จในการเปิดดำเนินงานโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ Barnett Zero, Cotton Cove และ Eagle Ford โดยตั้งเป้าอัตราการกักเก็บคาร์บอนไว้ที่ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ภายในปี 2571

โดยธุรกิจ CCS ในสหรัฐฯ สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างโดดเด่นเนื่องจากมีมาตรการจูงใจทางการเงินที่ชัดเจนจากภาครัฐผ่านกลไกภาษี 45Q ซึ่งอุดหนุนในอัตรา 85 ดอลลาร์ต่อตัน CO2 ที่อัดกักเก็บลงใต้ดิน ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทวีคูณถึง 5–10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ GDP จากการลงทุนทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับประเทศไทย บ้านปูมองเห็นโอกาสสำคัญในการนำเทคโนโลยี CCUS เข้ามาปรับใช้เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงานและช่วยบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟของประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ดี การแจ้งเกิดของธุรกิจ CCUS ในไทยจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจนในช่วงเริ่มต้น ทั้งด้านกรอบนโยบายที่ชัดเจน และมาตรการจูงใจทางการเงินหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเงินลงทุนในระยะแรก

จนกว่าอุตสาหกรรมจะเติบโตและพึ่งพาตนเองได้ในภาคเอกชน ซึ่งหากไทยมีนโยบายสนับสนุนที่เหมาะสม ก็มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน CCUS ในภูมิภาคเอเชียได้

ลุยศึกษาธุรกิจเทรดดิ้ง LNG เชื่อม Supply สหรัฐฯ สู่ Demand เอเชีย

นอกจากนี้ ท่ามกลางความผันผวนของราคา LNG ในตลาดโลกและข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานในตะวันออกกลาง บ้านปูมองเป็นโอกาสสำคัญในการขยายสู่ธุรกิจเทรดดิ้ง LNG โดยอาศัยจุดแข็งจากการเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อตรงสู่บริเวณภูมิภาคชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออก LNG ของสหรัฐฯ

โดยบ้านปูเตรียมใช้ความได้เปรียบจากทีมงานในสหรัฐฯ และเครือข่ายฝั่ง Demand ที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย ทั้งไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ในการจับคู่ซัพพลายก๊าซจากสหรัฐฯ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาด

โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาโมเดลธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าที่เน้นประสิทธิภาพการทำกำไรโดยใช้เงินลงทุนต่ำ ก่อนจะขยายสู่การซื้อมาขายไปเต็มรูปแบบต่อไป

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney

Update: 2026-09-15
Tags: