เข้าไทยปลายปีนี้ All-New Nissan Elgrand e-POWER ท้าชน Alphard
All-New Nissan Elgrand e-POWER โฉมใหม่แกะกล่องถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการส่งไม้ต่อจากเวอร์ชันรถต้นแบบ Elgrand Concept ที่เคยอวดโฉมล้างตาไปในงาน Japan Mobility Show 2025 ค่าย Nissan ตั้งใจส่งรถตู้หรูระดับเรือธงรุ่นนี้มาท้าชนเจ้าตลาดด้วยการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด หันมาคบหาขุมพลังทางเลือกไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ พร้อมระเบิดพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่
Nissan ELGRAND e-POWER e-4ORCE เปิดราคาในญี่ปุ่น 6,897,000 เยน ประมาณ 1.448 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า
...
ขุมพลัง e-POWER เจนฯ 3 พ่วงระบบขับสี่ e-4ORCE และช่วงล่างไฟฟ้าอัจฉริยะ หัวใจวิศวกรรมสำคัญของ Elgrand ใหม่คันนี้ คือการติดตั้งระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้การรีดพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้อย่างเฉียบคม มีการตัดสลับระบบตัดกำลังและปั่นไฟด้วยเครื่องยนต์สันดาปได้เงียบเนียนตากว่ายุคก่อนหน้า
จุดที่ทำให้รถตู้ไซส์ยักษ์คันนี้วิ่งได้อย่างลื่นไหลคือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ มอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE กระจายแรงบิดลงสู่ล้อทั้งสี่ ในระดับเสี้ยววินาที เมื่อเข้าโค้งหรือหักหลบสิ่งกีดขวาง ท้ายรถจะไม่กวาดออกและหน้ารถไม่มีอาการดื้อโค้ง ระบบช่วงล่างปรับไฟฟ้าแปรผันอัจฉริยะ Intelligent Dynamic Suspension คอยตรวจจับสภาพผิวถนนโลกีย์เพื่อปรับความหนืดของลิ้นวาล์วโช้คอัพตัดจังหวะสะเทือนกึกกัก ทำให้ตัวถังขนาดใหญ่เคลื่อนที่ได้อย่างนิ่งสนิทและนุ่มนวล
แนวคิดรถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง "The Private MAGLEV" ในส่วนของงานออกแบบตัวถังภายนอก ทีมดีไซเนอร์ของ Nissan ตัดสินใจฉีกกรอบงานดีไซน์เดิม ๆ ทิ้งไป โดยหันไปหยิบเอาแรงบันดาลใจจากโครงสร้างและรูปทรงของรถไฟความเร็วสูงแบบแม่เหล็กลอยตัวของญี่ปุ่น (Maglev) มาเป็นแกนหลัก ภายใต้คอนเซปต์ The Private MAGLEV เส้นสายรอบคันเน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลดแรงต้านของกระแสลมเพื่อลดเสียงหวีดหวิวเข้ามาในห้องโดยสารยามวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่ยังคงรักษาความสง่างามตามแบบฉบับรถตู้นักบริหารด้วยเส้นสายตัวถังที่เฉียบคม ฐานล้อกว้าง เน้นความสมดุลมั่นคง และเพิ่มพื้นที่ภายใน
...
มิติตัวถังของ Nissan Elgrand ใหม่ ถูกขยายให้มีขนาดใหญ่โตและกว้างขวางขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด เส้นสายรอบคันเน้นความเหลี่ยมสันคมกริบเพื่อสร้างความมั่นคงยามตัวรถจอดนิ่งและวิ่งด้วยความเร็วสูง โดยงานดีไซน์ภายนอกทีมวิศวกรได้หยิบเอาศิลปะการประกอบไม้ระแนงแบบโบราณของญี่ปุ่นที่เรียกว่า "คุมิโกะ" (Kumiko) มาจัดทำเป็นลวดลายฉลุบนบานกระจังหน้าผืนใหญ่ ตัวกระจังถูกออกแบบให้ลากเส้นสายเชื่อมต่อเข้ากับชุดโคมไฟหน้า LED อย่างกลมกลืนเป็นชิ้นเดียว ขณะที่ส่วนท้ายรถคาดด้วยแถบไฟท้าย LED ยาวจรดซ้ายขวาตามพิมพ์นิยมยุคใหม่ เสริมความเด่นด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาที่เคลือบตกแต่งด้วยวัสดุเรซินสูตรพิเศษ ให้พื้นผิวชิ้นงานที่มีความประณีตระดับหัตถกรรมและช่วยลดกระแสลมหมุนวนข้างตัวรถไปในตัว
...
ห้องโดยสารสไตล์เลานจ์หรู ยกเลิกปุ่มกด ฝังระบบสัมผัสในเนื้อไม้
ภายในห้องโดยสารเน้นการจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งให้ยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติเพื่อเปิดทัศนวิสัยและการมองเห็นทางด้านหน้าของผู้ขับขี่ให้เคลียร์ชัดเจน แผงประตูด้านข้างเย็บลายตะเข็บควิลท์ (Quilt) เป็นแพทเทิร์นลวดลายเดียวกับกระจังหน้าคุมิโกะ จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่บริเวณแผงแดชบอร์ดหน้าจอ ซึ่งหนนี้ Nissan สลัดภาพลักษณ์เดิม ๆ ด้วยการติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์ชิ้นเดียว (Integrated Display) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์ในการทำตลาดที่ประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ปุ่มกดกลไก (Physical buttons) ถูกยกเลิกทั้งหมด แล้วหันไปฝังระบบสวิตช์สัมผัสไฟฟ้าแบบ Capacitive แนบเนียนลงไปบนเนื้อวัสดุลายไม้ของตัวคอนโซล เมื่อดับเครื่องยนต์ ปุ่มเหล่านี้จะกลืนหายไปกับเนื้อไม้ทันที โอบล้อมห้องโดยสารด้วยระบบไฟส่องสว่าง Ambient Light ลากแนวยาวตั้งแต่หน้าปัดไปถึงแผงข้างประตู ปรับเฉดสีสร้างบรรยากาศได้สะใจถึง 64 สี
...
ขุมพลังไฟฟ้าปั่นด้วยเครื่อง เจนฯ 3 ยัดชุดขับเคลื่อนโมดูลเดี่ยว 5-in-1
ไฮไลต์ทางวิศวกรรมที่น่าสนใจ คือ การเปลี่ยนมาใช้ขุมพลัง e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 แยกหน้าที่ชัดเจน เครื่องยนต์สันดาปภายในรับบทบาทเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าคอยปั่นกระแสไฟส่งไปเก็บในแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ไม่มีหน้าที่ส่งกำลังตรงลงสู่ล้อ ตัวระบบทำงานร่วมกับชุดขับเคลื่อนแบบโมดูลเดี่ยวที่เรียกว่า 5-in-1 e-POWER Powertrain ซึ่งเป็นการนำเอาชิ้นส่วนกลไกหลัก 5 ชิ้น มารวมศูนย์ไว้ในบล็อกเดียวกัน ประกอบด้วย
มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน (Electric Motor) ที่ทำหน้าที่รีดแรงบิด
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) คอยแปลงพลังงาน
อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ควบคุมกระแสไฟ
ชุดเฟืองทดรอบ (Reducer)
ชุดเพิ่มรอบความเร็ว (Increaser)
การผสานรวมกลไกทั้ง 5 ส่วนไว้ในโมดูลเดียวนี้ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบ สายไฟเชื่อมต่อสั้นลง น้ำหนักขุมพลังลดลงอย่างมาก และช่วยเพิ่มพื้นที่วางเท้าในห้องโดยสารให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน
อัปเกรดแชสซีใหม่ ลดเสียงรบกวน
โครงสร้างแพลตฟอร์มและตัวถังของ Elgrand เจนเนอเรชันนี้ ถูกนำมาพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม วิศวกรทำการเสริมความแข็งแรงทนทานต่อการบิดตัวของแชสซี (Torsional Rigidity) จัดระเบียบระบบซับเสียงรอบคัน รวมถึงการจัดการแรงสั่นสะเทือนและการลื่นไหลของลม (NVH - Noise, Vibration, and Harshness) เพื่อตัดเสียงหวีดหวิวจากลมภายนอกและเสียงบดของยางลงพื้นถนน ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร
การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงดึงแบบนุ่มลึก
ระบบขับสี่ e-4ORCE เจนฯ ใหม่ แก้ขัดอาการหน้าทิ่ม ท้ายยก ยามกดเบรกในส่วนของระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE หนนี้ได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ฉลาดและตอบสนองได้ไวขึ้น โดยกลไกจะเข้ามาควบคุมแรงเฉื่อยและการโยนตัวของตัวถัง ยามที่คนขับกดย่ำคันเร่งออกตัวหรือแตะเบรกชะลอความเร็ว ระบบจะสั่งการให้มอเตอร์หน้าและหลังทำงานคานน้ำหนักกันเพื่อลดอาการหน้าทิ่มท้ายยก ช่วยให้ผู้โดยสารแถวหลังไม่เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ นอกจากนี้ เมื่อเข้าโค้ง ระบบจะเทการส่งกำลังขับเคลื่อนและแรงบิดลงไปที่ มอเตอร์ล้อหลัง มากเป็นพิเศษ เพื่อดันหัวรถให้จิกเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ลดอาการดื้อโค้ง (Understeer) ของรถตู้ไซส์ยักษ์ได้อย่างเด็ดขาด คนขับสามารถมอนิเตอร์ดูการกระจายกำลังและการทำงานของระบบเบรกแบบเรียลไทม์ได้จากหน้าจอแสดงผลโดยตรง
ช่วงล่างไฟฟ้า Intelligent Dynamic Suspension คุมอิสระ 4 ล้อ พร้อม 6 โหมดการขับขี่
ระบบช่วงล่างแปรผันอัจฉริยะ Intelligent Dynamic Suspension ใช้สมองกลคอยสั่งการควบคุมความหนืดของลิ้นวาล์วในโช้คอัพแยกอิสระแบบเรียลไทม์ครบทั้ง 4 ล้อ เมื่อล้อใดล้อหนึ่งตกหลุมหรือเจอเนินลูกระนาด ระบบจะปรับความหนืดโช้คต้นนั้นให้ซับแรงกระแทกทันที ทำงานประสานคู่ขนานไปกับระบบ e-POWER และ e-4ORCE อย่างเป็นระบบ
แชสซีใหม่เสริมความแข็งแกร่ง ลดเสียงรบกวน
โครงสร้างแพลตฟอร์มและตัวถังของ Elgrand เจนเนอเรชันนี้ ถูกนำมาพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม วิศวกรทำการเสริมความแข็งแรงทนทานต่อการบิดตัวของแชสซี (Torsional Rigidity) ปรับชิ้นส่วนซับเสียงรอบคัน รวมถึงการจัดการแรงสั่นสะเทือนและการลื่นไหลของลม (NVH - Noise, Vibration, and Harshness) เพื่อตัดเสียงหวีดหวิวจากลมภายนอกและเสียงบดของยางลงพื้นถนน ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร
มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงดึงนุ่มนวล
ระบบขับสี่ e-4ORCE เจนฯ ใหม่ ปรับการกระจายแรงบิดเพื่อลดขัดอาการหน้าทิ่ม ท้ายย เมื่อแตะเบรก ในส่วนของระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ตอบสนองไวขึ้น กลไกจะเข้ามาควบคุมแรงเฉื่อยและการโยนตัวของตัวถัง เมื่อคนขับกดคันเร่งออกตัวหรือแตะเบรกชะลอความเร็ว ระบบจะสั่งการให้มอเตอร์หน้าและหลังทำงานเฉลี่ยแรงบิดที่สมดุล ลดอาการหน้าทิ่มท้ายยก ช่วยให้ผู้โดยสารแถวหลังไม่เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ นอกจากนี้ เมื่อเข้าโค้ง ระบบจะเทการส่งกำลังขับเคลื่อนและแรงบิดลงไปที่ มอเตอร์ล้อหลัง" มากเป็นพิเศษ เพื่อปรับให้รถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ลดอาการดื้อโค้ง (Understeer) สามารถมอนิเตอร์ดูการกระจายกำลังและการทำงานของระบบเบรกแบบเรียลไทม์ได้จากหน้าจอแสดงผลโดยตรง
ช่วงล่างไฟฟ้า Intelligent Dynamic Suspension
ระบบช่วงล่างแปรผันอัจฉริยะ Intelligent Dynamic Suspension ที่ใช้สมองกลคอยสั่งการควบคุมความหนืดของลิ้นวาล์วในโช้คอัพแยกอิสระแบบเรียลไทม์ครบทั้ง 4 ล้อ เมื่อล้อใดล้อหนึ่งตกหลุมหรือเจอเนินลูกระนาด ระบบจะปรับความหนืดโช้คต้นนั้นให้ซับแรงกระแทกทันที ทำงานประสานคู่ขนานไปกับระบบ e-POWER และ e-4ORCE
โหมดการขับขี่ 6 โหมด
ECO เน้นหรี่การตอบสนองคันเร่ง ประหยัดพลังงานสูงสุด
STANDARD ค่ากลางจากโรงงาน ตอบสนองแบบหน้ามือเป็นหลังมือตามน้ำหนักเท้า
SPORT พวงมาลัยและช่วงล่างกระชับตึงตังขึ้น
COMFORT เซตติ้งลิ้นวาล์วเน้นความนุ่มนวล
SNOW สำหรับวิ่งบนพื้นผิวถนนลื่น
PERSONAL เปิดโอกาสให้ผู้ขับเลือกปรับน้ำหนักพวงมาลัยและการตอบสนองขุมพลังได้ตามใจชอบ
ไฮไลต์ในจังหวะหยุดรถ มาพร้อมระบบควบคุมแรงเบรกอัตโนมัติยามรถใกล้หยุดสนิท สมองกลจะทำหน้าที่คลายแรงกดผ้าเบรกออกเล็กน้อยในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เพื่อลดจังหวะหน้าทิ่ม โดยที่ผู้ขับไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคลายน้ำหนักเท้ากดแป้นเบรกด้วยตัวเอง
ระบบซับเสียง
ห้องโดยสารของ Elgrand ใหม่ ติดตั้งระบบหักล้างเสียงรบกวนขั้นสูง Advanced Active Noise Control ซึ่งทาง Nissan เคลมว่าเป็นนวัตกรรมรายแรกของโลก หลักการทำงานจะใช้ไมโครโฟนจับคลื่นความถี่เสียงแปลกปลอม ทั้งเสียงครางของเครื่องยนต์ปั่นไฟและเสียงบดถนนของหน้ายาง จากนั้นระบบจะสั่งการให้ลำโพงปล่อยคลื่นเสียงความถี่ตรงข้าม (Anti-phase sound) ออกมาหักล้างเสียงรบกวนเหล่านั้นทันที
เลย์เอาต์เบาะโรงหนัง Zero Gravity
มิติภายในห้องโดยสารมีการขยายพื้นที่กระจกหน้าต่างตรงบานประตูสไลด์ให้ใหญ่ขึ้น จัดวางตำแหน่งเบาะนั่งในลักษณะ Theater Seat ไล่ระดับความสูงจากหน้าไปหลัง เพื่อเปิดมุมมองสายตาให้ผู้โดยสารแถว 2 และ 3 ไม่รู้สึกอึดอัด ตัวเบาะนั่งทุกตำแหน่งใช้โครงสร้างแบบ Zero Gravity กระจายน้ำหนักลดความเมื่อยล้า เบาะแถวที่ 2 ถูกขยายความกว้างตัวเบาะให้ขยับร่างกายได้อิสระขึ้น เสริมด้วยที่วางขา (Ottoman) ปรับไฟฟ้าติดตั้งมาให้ครบ 3 ตำแหน่ง (เบาะผู้โดยสารหน้า 1 ตำแหน่ง และเบาะแถวสองอีก 2 ตำแหน่ง) นอกจากนี้ เบาะแถวที่ 2 ยังเพิ่มกลไก Dual Reclining แยกปรับองศาเอนพนักพิงส่วนบนด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อล็อกตำแหน่งศีรษะให้พอดีกับมุมมองหน้าจอความบันเทิงและสมาร์ทโฟน ส่วนเบาะแถวที่ 3 ออกแบบให้สามารถเลือกพับเก็บได้ 2 รูปแบบ ทั้งพับตลบไปด้านหน้าหรือพับราบลงด้านหลัง ขณะที่พื้นห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายรถถูกทุบระดับให้ต่ำลงกว่ารุ่นเดิม พร้อมขยายความกว้าง-ความสูงของบานฝาท้าย เพื่อให้ยกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ขึ้นลงได้ง่าย
ระบบกึ่งอัตโนมัติขับขี่ทางไกล Repilot
ฟังก์ชันใช้งานตัวรถ ออกแบบบันไดข้างประตูสไลด์ให้มีความสูงจากพื้นดินต่ำลง พร้อมติดตั้งมือกุมลากแนวยาวตามเสาประตู อีกทั้งยังมีระบบ Half-open สั่งเปิดประตูสไลด์เพียงครึ่งเดียวสำหรับวันฝนตกเพื่อลดปริมาณน้ำฝนสาดเข้าตัวรถ ส่วนบานฝาท้ายไฟฟ้ามีการติดตั้งปุ่มกดสั่งการไว้ที่กึ่งกลางฝาท้ายและบริเวณเสา D-pillar ทั้งสองฝั่ง โดยสามารถกดล็อกสั่งหยุดความสูงการเปิดของบานฝาท้ายได้ทุกระยะ เพื่อความสะดวกยามจอดรถในอาคารที่มีเพดานต่ำปิดท้ายด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่สำหรับการเดินทางไกล นิสสันยัดระบบ Repilot ซึ่งเป็นระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนทางหลวง โดยสมองกลจะเข้ามาล็อกและควบคุมความเร็ว (คันเร่ง-เบรก) แปรผันตามรถคันหน้า ควบคู่ไปกับระบบรักษาตัวรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทางจราจร (พวงมาลัยอัตโนมัติ) เพื่อลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกล.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/