AIS PLAY ไทยลีก 2026/27 เริ่ม 4 ก.ย. กว่า 1,300 แมตช์
25 สิงหาคม 202625 สิงหาคม 2026
AIS PLAY จะถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยอาชีพฤดูกาล 2026/27 มากกว่า 1,300 แมตช์ ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL โดยฤดูกาลเริ่มวันที่ 4 กันยายน ครอบคลุมไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3 และฟุตบอลถ้วยตามเงื่อนไขของรายการ
จุดที่ผู้ชมต้องดูคือแพ็กเกจ ราคา และอุปกรณ์ที่รองรับ เพราะ PLAY ALL ไม่ได้รวมเพียงฟุตบอลไทย แต่รวมกีฬาต่างประเทศและคอนเทนต์กีฬาอื่นไว้ในสิทธิ์เดียว
รายการฟุตบอลไทยที่อยู่ใน AIS PLAY
- ไทยลีก 1 ครบทั้งฤดูกาล 240 แมตช์
- ไทยลีก 2 ครบทั้งฤดูกาล รวมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น 312 แมตช์
- ไทยลีก 3 รอบภูมิภาคและรอบแชมเปียนส์ลีก 782 แมตช์
- ช้าง เอฟเอ คัพ และเมืองไทย คัพ ตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย รวม 62 แมตช์
- ฟุตบอลไทยลีก ยู-21 และฟุตบอลไทยวีเมนส์ลีก
จำนวนแมตช์หลักรวมกันมากกว่า 1,300 เกม ผู้ชมจึงตามได้ตั้งแต่ลีกสูงสุดไปจนถึงการแข่งขันในระดับภูมิภาคและฟุตบอลถ้วย โดยสิทธิ์รับชมอยู่ในแอป AIS PLAY ผ่านแพ็กเกจ PLAY ALL
PLAY ALL มีคอนเทนต์กีฬาอะไรเพิ่ม
นอกจากฟุตบอลไทย แพ็กเกจนี้ยังรวมบุนเดสลีกา, NBA, NFL, PGA Tour, LPGA Tour, ATP Tour, RWS และเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการใช้แพ็กเกจเดียวเพื่อดูรายการกีฬาหลายประเภท

ราคา PLAY ALL และเงื่อนไขโปรโมชัน
- ลูกค้า AIS รายเดือนหรือเน็ตบ้าน AIS จ่าย 199 บาทต่อเดือน นาน 12 เดือน ก่อนปรับเป็น 299 บาทต่อเดือน สมัครด้วย *898 โทรออก
- ลูกค้า AIS เลือกแพ็กเกจรายปี 1,999 บาท จากปกติ 2,999 บาท สมัครด้วย *898*1 โทรออก
- ลูกค้าค่ายอื่นสมัครได้ในราคา 299 บาทต่อเดือน หรือ 2,999 บาทต่อปี
- โปรโมชันมีถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 และทุกแพ็กเกจรับชม Full HD 1080p ได้พร้อมกัน 1 อุปกรณ์
อุปกรณ์ที่ใช้รับชมได้
รับชมได้ผ่านมือถือและแท็บเล็ตในแอป AIS PLAY, AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ AIS PLAY บนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก, Android TV, Samsung Smart TV, LG Smart TV และ Apple TV ผู้ใช้ควรเลือกช่องทางรับชมให้สอดคล้องกับข้อจำกัดการดูพร้อมกัน 1 อุปกรณ์ของแพ็กเกจ
AIS ระบุว่าการเชียร์ฟุตบอลไทยผ่านช่องทางถูกลิขสิทธิ์ช่วยสนับสนุนสโมสร นักกีฬา ทีมงาน และอุตสาหกรรมฟุตบอลไทย ขณะที่รายละเอียดสำคัญสำหรับผู้ชมคือวันเริ่มฤดูกาล 4 กันยายน ราคาโปรโมชัน และสิทธิ์รายการที่รวมใน PLAY ALL
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok