AIR ระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์ สร้างระบบตรวจ AI Agent บริษัทต่าง ๆ
AIR ระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มตรวจสอบความปลอดภัยของ Skills และ Plug-ins ที่ AI Agent ใช้งาน ป้องกันการโจมตีผ่านซัพพลายเชนของซอฟต์แวร์
ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ เริ่มให้ AI Agent เข้าถึงระบบภายในมากขึ้น ดูเหมือนว่ากำลังเกิดห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์ (Software Supply Chain) รูปแบบใหม่ขึ้นรอบ ๆ เครื่องมือที่ AI Agent ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Skills, Plug-ins, MCP servers และ Add-ons ที่ช่วยให้ AI สามารถโต้ตอบกับอินเทอร์เน็ตได้
ทำความรู้จัก AIR

ที่มา: Netanel Tobias
AIR สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัย AI เชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องมีวิธีตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานนี้ และล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมระดมทุนได้ 50 ล้านดอลลาร์ จากการระดมทุนรอบ Seed สองครั้ง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา
บริษัทก่อตั้งโดย Yair Saban (CEO) และ Niv Hoffman (CTO) ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง Unit 8200 ของอิสราเอลที่มีความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เชิงรุก
โดย AIR นำเสนอแพลตฟอร์มที่สามารถตรวจพบ AI Agent ที่ทำงานภายในบริษัท ตรวจสอบ Skills, เครื่องมือ และส่วนประกอบที่ Agent เหล่านั้นใช้งานอย่างต่อเนื่อง และบล็อกการโต้ตอบกับซอฟต์แวร์หรือแหล่งข้อมูลภายนอกที่ไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมี Marketplace สำหรับ Add-ons และ Skills ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับ AI Agent ด้วย
Saban บอกกับทาง TechCrunch เว็บไซต์และสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ว่ารอบการระดมทุนทั้งสองครั้งปิดรอบการระดมทุนในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยรอบแรกระดมทุนได้ 10 ล้านดอลลาร์ และรอบที่สอง 40 ล้านดอลลาร์
ซึ่ง Sequoia เป็นผู้นำในรอบแรก และ Greenoaks เป็นผู้นำในรอบที่สอง นอกจากนี้ยังมี Swish, Netz, Zach Frankel (ประธานของ Cognition), Yinon Costica (ผู้ร่วมก่อตั้ง Wiz), Ofir Ehrlich (ผู้ร่วมก่อตั้ง Eon), Anne Neuberger, Omer Adam, Varun Anand (ผู้ร่วมก่อตั้ง Clay) และนักลงทุนอิสระรายอื่น ๆ เข้าร่วมด้วย
แนวคิดของ AIR คือ การใช้งาน AI Agent ในระดับองค์กรเริ่มมีลักษณะคล้ายกับระบบปฏิบัติการ (OS) แต่เครื่องมือที่ใช้ หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตั้งได้นั้น ยังไม่ได้รับการตรวจสอบเข้มงวดเหมือนกับการตรวจสอบ Driver หรือ แอปพลิเคชัน
Saban กล่าวว่า “ในช่วงต้นปี 2000 เมื่อคุณติดตั้ง Driver ตัว Driver ไม่จำเป็นต้องมีการเซนรับรอง แต่ในปัจจุบัน ทุกครั้งที่คุณติดตั้ง Driver คุณจะเห็นการลงชื่อระบุว่าใครเป็นผู้ลงนาม เพราะ Driver กำลังโหลดโค้ดเข้าไปใน Kernel ซึ่งคุณจะไม่มีสิ่งนี้ใน Skills, Plug-ins หรือ MCPs ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะมันเป็นกลไกเดียวกัน บทเรียนเดียวกัน แต่เรายังไม่ได้เรียนรู้จากมัน”
เขากล่าวว่าความเสี่ยงใหญ่คือ เมื่อ AI Agent เริ่มทำงานอย่างอิสระมากขึ้นในฐานข้อมูลและระบบองค์กร รวมถึงเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ผู้โจมตีสามารถใช้วิธีการวางยาเนื้อหาที่ AI Agent ดึงไปใช้ แทนที่จะโจมตีตัว AI โดยตรง
สตาร์ทอัพรายนี้กล่าวว่าสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของระบบ ซึ่งช่วยค้นหา Agent ที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมของบริษัท รวมถึงระบุพนักงานที่ใช้เครื่องมือ AI โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแผนก IT หรือผู้ที่ใช้บัญชีส่วนตัว
จากนั้นจะใช้เลเยอร์การบังคับใช้ (Enforcement layer) ที่เชื่อมต่อกับ Agent เพื่อดักจับและวิเคราะห์การกระทำ เช่น การโหลด Skill หรือการดึงเนื้อหาจากอินเทอร์เน็ต และสุดท้าย AIR จะตรวจสอบเครื่องมือ, Add-ons หรือซอฟต์แวร์ที่ Agent ต้องการใช้งานเทียบกับ Whitelist ที่บริษัทดูแลอยู่
Saban กล่าวว่าบริษัทดูแล Whitelist นี้โดยการประเมิน Skills และ Add-ons ที่มีอยู่ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตเพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เนื่องจาก Skill ที่เคยได้รับอนุมัติอาจกลายเป็นความเสี่ยงได้หากแพ็กเกจที่ดาวน์โหลดมีการเปลี่ยนแปลง หรือบัญชีของผู้พัฒนาถูกแฮ็ก โดยเขาระบุว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มของ AIR กรอง Add-ons และ Skills ที่พบออนไลน์ออกไปได้ประมาณ 27%
AIR อ้างว่ามีลูกค้ามากกว่า 20 ราย และ Saban กล่าวว่าประมาณหนึ่งในสี่ของจำนวนนี้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ โดยบริษัทเห็นความต้องการสูงสุดในอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมเข้มงวด โดยเฉพาะบริการทางการเงินและบริษัทเวชภัณฑ์
คู่แข่งอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม AIR ไม่ใช่รายเดียวในพื้นที่นี้ โดย Noma Security ก็นำเสนอการตรวจสอบ, การควบคุมการเข้าถึง และการตรวจสอบการทำงานแบบ Runtime สำหรับ Agent, MCP servers และ Skills
ในขณะที่ Zenity ขายเครื่องมือด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม identity ของ Astrix Security ที่ช่วยให้บริษัทตรวจพบและควบคุม Agent และ MCP servers รวมถึง Operant AI ที่นำเสนอการป้องกัน Agent และ MCP gateway ด้วย
มีเงินลงทุนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดนี้ โดย Zenity ระดมทุน Series C ได้ 125 ล้านดอลลาร์ในเดือน ส.ค. และ Noma ระดมทุน Series B ได้ 100 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
Saban เชื่อว่าความได้เปรียบ (Moat) ของ AIR อยู่ที่ความสามารถในการตรวจสอบระบบนิเวศของ Skills และ Add-ons ที่เติบโตขึ้นรอบ ๆ AI Agent อย่างต่อเนื่อง
“การตรวจสอบเว็บไซต์ Skills และ Plug-in อย่างต่อเนื่องเป็นภารกิจที่ทำได้ยาก การสร้างภาพรวมของระบบ ให้เห็น Endpoint นั้นเป็นเรื่องง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ มันจึงไม่ใช่จุดที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้” เขากล่าว
แม้ CEO จะยอมรับว่าในที่สุดแล้ว AI labs และผู้ให้บริการจะสร้างระบบตรวจสอบความปลอดภัยและนโยบายเพื่อกรองการใช้ Skill และเครื่องมือที่เป็นอันตรายขึ้นมาเอง แต่เขาเชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ จะยังคงต้องการซื้อผลิตภัณฑ์อิสระที่ทำงานข้ามค่ายผู้ให้บริการได้
Bogomil Balkansky พาร์ทเนอร์จาก Sequoia กล่าวกับ TechCrunch ทางอีเมลว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการสแกน แต่เป็นปัญหาเรื่องการตรวจสอบซ้ำอย่างต่อเนื่อง (Continuous re-verification) การตรวจสอบทุก Skill, Plugin, MCP server และ Sub-agent ที่ Agent ขององค์กรสัมผัส และตรวจสอบซ้ำทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง แบบเรียลไทม์และครอบคลุม Agent ทั้งหมดในบริษัท เป็นปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อนที่จะเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยเสียอีก AIR ใช้เวลาปีที่ผ่านมาในการสร้าง Pipeline นี้ ซึ่งคุณไม่สามารถตามทันได้เพียงแค่เขียนโปรแกรมสแกนให้ดีขึ้น”
ปัจจุบัน AIR มีพนักงานประมาณ 40 คน โดย Saban กล่าวว่าเงินทุนใหม่จะนำไปใช้ในการจ้างนักวิจัยและเดินหน้าเจาะตลาดในสหรัฐฯ และยุโรปเป็นหลัก
ที่มา: TechCrunch