ศิริราชพัฒนา AI ช่วยอ่าน X-ray ขยายใช้แล้วกว่า 610 โรงพยาบาล
เมื่อพูดถึง AI หลายคนอาจนึกถึง Chatbot หรือ Generative AI แต่ในประเทศไทย AI ถูกนำมาใช้กับงานด้านการแพทย์อย่างจริงจังแล้ว โดยล่าสุดนวัตกรรม AI สำหรับช่วยวิเคราะห์ภาพเอ็กซเรย์ทรวงอกที่พัฒนาโดย SiAiR (Siriraj AI in Radiology) Laboratory ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถูกขยายไปใช้งานในโรงพยาบาลเครือข่ายสาธารณสุขกว่า 610 แห่งทั่วประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการนำ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนรังสีแพทย์ในการตรวจวินิจฉัย เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และช่วยลดข้อจำกัดด้านการขาดแคลนรังสีแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล

SiAiR คืออะไร?
SiAiR หรือ Siriraj AI in Radiology Laboratory เป็นหน่วยงานภายใต้ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับนำมาใช้งานทางการแพทย์จริง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SiAiR พัฒนานวัตกรรมแล้วกว่า 16 ผลงาน มีทั้งโครงการที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้งานแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต
หนึ่งในผลงานสำคัญคือ โปรแกรม AI วิเคราะห์ภาพเอ็กซเรย์ทรวงอก ซึ่ง SiAiR ร่วมกับบริษัท Perceptra พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ระบบถูกออกแบบมาเพื่อช่วยวิเคราะห์ภาพทางรังสีและสนับสนุนการทำงานของแพทย์ โดยเฉพาะการคัดกรองและค้นหาความผิดปกติจากภาพเอ็กซเรย์ทรวงอก ทำให้แพทย์สามารถใช้ข้อมูลจาก AI ประกอบการพิจารณาผลตรวจได้รวดเร็วขึ้น
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับรองและการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทยเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566

ใช้งานแล้วกว่า 610 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
จุดที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีนี้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. ได้อนุมัติสิทธิประโยชน์เพื่อนำระบบไปใช้งานจริง และข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569 ระบุว่าขยายไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายสาธารณสุขแล้ว 610 แห่งทั่วประเทศ
ประโยชน์สำคัญคือการช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลต่างจังหวัดที่มีข้อจำกัดด้านจำนวนรังสีแพทย์เฉพาะทาง ทำให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการตรวจและการวิเคราะห์ได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

เบื้องหลัง AI ต้องใช้ Supercomputer ช่วยฝึก
การสร้าง Medical AI ที่สามารถทำงานกับข้อมูลภาพทางการแพทย์จำนวนมากจำเป็นต้องอาศัยระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง โดยเบื้องหลังการพัฒนา AI ของ SiAiR มีการใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง GPU สมรรถนะสูง หน่วยความจำขนาดใหญ่ และระบบรับส่งข้อมูลความเร็วสูง
ระบบที่นำมาใช้ประกอบด้วย Cray Computer จาก HPE ทำงานร่วมกับระบบจัดเก็บข้อมูล WekaIO Cluster ขนาดใหญ่ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้หรือ Training ของ AI และทำให้ทีมสามารถพัฒนาผลงานได้รวดเร็วขึ้น
ไม่ได้มีแค่ AI อ่าน X-ray
จากข้อมูลของ SiAiR ปัจจุบันมีผลงานนวัตกรรมรวมกว่า 16 โครงการ ซึ่งครอบคลุมการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์หลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะ X-ray ทรวงอก
ตัวอย่างจากผลงานที่เปิดเผยมีทั้งระบบช่วยจำแนกรอยโรคในปอด, วิเคราะห์เลือดออกในสมอง, วิเคราะห์รอยโรคเต้านม, ตรวจหาก้อนจาก CT, วิเคราะห์ความผิดปกติของกระดูกสะโพกและข้อเข่า ตลอดจนการประยุกต์ AI กับภาพทางรังสีในรูปแบบอื่น
AI ไม่ได้มาแทนแพทย์ แต่เข้ามาช่วยงาน
อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ AI ลักษณะนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ สนับสนุนการทำงานของรังสีแพทย์ในการตรวจวินิจฉัย ไม่ใช่การนำ AI มาแทนที่แพทย์ทั้งหมด
จุดแข็งของระบบคอมพิวเตอร์คือความสามารถในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถนำมาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือช่วยแพทย์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีบุคลากรเฉพาะทางจำนวนจำกัด
การขยาย AI วิเคราะห์ภาพเอ็กซเรย์ทรวงอกไปสู่โรงพยาบาลกว่า 610 แห่ง ถือเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า AI ในประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การทดลองหรือ Generative AI แต่เริ่มถูกนำไปแก้ปัญหาจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง ซึ่งอาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และยังเป็นฐานสำหรับการพัฒนา Medical AI รูปแบบอื่นในอนาคต
เมื่อรวมกับผลงานกว่า 16 โครงการที่ SiAiR กำลังพัฒนาอยู่ จึงน่าจับตาว่าในอนาคต AI ฝีมือคนไทยจะสามารถเข้าไปช่วยงานแพทย์ในด้านใดเพิ่มเติมอีกบ้าง