classicliterature.it.com

เจาะลึกแผน อว. โดย ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปรับทิศงานวิจัยไทย ปูทาง AI และ Nature Finance

บทสรุปจากเวที Fireside Chat ที่ฉายภาพอนาคตงานวิจัยและเทคโนโลยีไทยอย่างแหลมคม เมื่อ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ Professor Annie Koh ตอกย้ำว่าในยุคที่ทั่วโลกวิ่งไล่ตาม AI สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียม Heartware หรือมนุษย์และรากฐานที่แข็งแกร่ง

จุดเปลี่ยนจากงานวิจัยสู่การสร้าง Ecosystem

ดร.ยศชนัน ย้อนเล่าถึงสมัยเป็นอาจารย์ทำวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยผู้พิการ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อนักศึกษาถามว่า “เรียนจบแล้วจะไปทำงานที่ไหน ในเมื่อไทยไม่มีอุตสาหกรรมนี้รองรับ?”

นั่นทำให้เขาเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากแค่การทำวิจัย มาเป็นการสร้างผู้ประกอบการที่เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์ Commercial ได้จริง เช่น การพัฒนาระบบตรวจจับอาการง่วงนอนจากสัญญาณสมองเพื่อส่งต่อให้บริษัทโลจิสติกส์ใช้งานจริง

ภูเขาน้ำแข็งเทคโนโลยี

ภาพเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ ดร.ยศชนัน ฉายให้เห็นคือ ภูเขาน้ำแข็งแห่งเทคโนโลยี ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • ชั้นยอดน้ำแข็ง (AI Technology): เทคโนโลยี AI ที่ทุกคนมองเห็นและพูดถึงในปัจจุบัน
  • ชั้นกลาง (AI for All): การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการUp-skill / Re-skill เพื่อเตรียมคนให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
  • ชั้นฐานรากใต้ผิวน้ำ (Deep Infrastructure): โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีอย่าง Semiconductor, Fiber Optics และ Photonics ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เช่น การผลักดันโครงการ Siam Silica เพื่อรองรับนักลงทุนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ดร.ยศชนัน ย้ำว่า ยอดภูเขาน้ำแข็งจะมั่นคงได้ ฐานรากด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ทั้งฟิสิกส์ ชีววิทยา ตลอดจนศิลปศาสตร์ ต้องแน่นพอ เพราะเทรนด์เทคโนโลยีหมุนไวเกินกว่าจะวิ่งไล่ตาม มีเพียงคนที่พื้นฐานแน่นเท่านั้นที่จะปรับตัวและรอดพ้นทุกความเปลี่ยนแปลง

และเมื่อ Professor Annie Koh โยนคำถามติดตลกว่าไทยควรใช้แนวทางดึงตัวบุคลากรเก่ง ๆ จากต่างชาติเหมือนที่สิงคโปร์เคยทำในอดีตหรือไม่ ดร.ยศชนัน สวนทางทันทีด้วยคำว่า Collaborate โดยเขามองว่าจุดแข็งของอาเซียนคือความเป็นหนึ่งเดียวที่ไร้พรมแดน และไทยพร้อมเป็นจุดเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์จากจีนตอนใต้ ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ไปจนถึงอินเดีย โมเดลที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การดึงคนมาฝังตัว แต่คือการสร้างความร่วมมือ เช่น

  • Go Regional ให้สตาร์ทอัพไทยไปเติบโตและระดมทุนในสิงคโปร์เพื่อเข้าถึงแหล่งทุนระดับโลก
  • Scale-up at Home เมื่อถึงขั้นตอนการผลิตจริง ให้ย้ายฐานกลับมาใช้ศักยภาพการผลิตในไทย
  • Expand Globally ขยายผลิตภัณฑ์ที่ทดสอบในสภาวะเขตร้อน (Tropical Zone) ออกไปตอบโจทย์ประเทศอื่นทั่วโลก

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการปรับทิศทางงานวิจัยไทยให้เริ่มจากปัญหาจริงในพื้นที่ มากกว่าการเดินตามหัวข้อวิจัยของต่างประเทศ การเริ่มจากสิ่งที่ตนเองเจอ เช่น การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้เหมาะกับสภาพดินเฉพาะถิ่น หรือการต่อยอดสมุนไพรไทยไปสู่อุตสาหกรรมสุขภาพ จะทำให้นักวิจัยไทยกลายเป็นคนที่เข้าใจปัญหานั้นดีที่สุดในโลก และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ลอกเลียนแบบได้ยาก

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยสะสมองค์ความรู้ด้าน โรคเขตร้อน (Tropical Diseases) เช่น ไข้เลือดออกและมาลาเรีย มาอย่างยาวนาน ในวันที่สภาวะโลกร้อนส่งผลให้โรคร้อนชื้นแพร่กระจายไปทั่วโลก องค์ความรู้จากพื้นที่ของไทยจึงกลายมาเป็นโซลูชันสำคัญที่โลกกำลังต้องการ

ในการเตรียมคนให้พร้อมรับกับยุทธศาสตร์นี้ กระทรวง อว. เดินหน้าขยายโครงการ CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) เพื่อเชื่อมโลกการเรียนรู้เข้ากับการทำงานจริง เปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็น Incubator พร้อมสร้างโครงสร้างรองรับ เช่น โรงงานนำร่อง และมาตรฐาน GMP เพื่อพาไอเดียจากห้องแล็บไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม

เมื่อ AI ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หัวใจคือ Nature Finance

ในช่วงท้ายของบทสนทนา ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอแนวคิดที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ยั่งยืน นั่นคือ Nature Finance (การจัดหาเงินทุนเพื่อธรรมชาติ) โดยชี้ว่าเทคโนโลยีระดับสูงจะไร้ความหมายหากเราสูญเสียฐานรากทางธรรมชาติที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร น้ำสะอาด และวัตถุดิบทางชีวภาพ

ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การดำเนินนโยบายจึงไม่ควรมองเพียงมิติ Net Zero แบบเหมารวม แต่ต้องวางตำแหน่งของประเทศให้เป็นผู้คุ้มครองและสร้างมูลค่าจากธรรมชาติ เพื่อดึงดูด Green Capital จากทั่วโลก

ทิ้งท้ายด้วยบทสรุปจาก Professor Annie Koh ที่มอบเกรด A ให้กับวิสัยทัศน์นี้ เพราะนี่คือการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีที่ไม่ไดัพูดถึงแค่ Hardware หรือ Software แต่เริ่มจาก Heartware หรือการใช้หัวใจ ความเข้าใจในมนุษย์ และธรรมชาติ นำหน้าเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

Update: 2026-09-04
Tags: