classicliterature.it.com

‘AI FOR ALL HACKATHON’ ชวนคนไทยแก้โจทย์ประเทศ ร่วมแก้ปัญหาจริงของคนไทย 6 ด้าน เปลี่ยนไอเดียสู่ซอฟต์แวร์จริงใน 3 เดือน

เวที Hackathon ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากคำถามว่าใครเขียนโปรแกรมเก่งที่สุด แล้วค่อยหาโจทย์มาให้แข่งกัน แต่โครงการ AI FOR ALL Hackathon กลับลำดับนั้นใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มจากคำถามว่าคนไทยเจอปัญหาอะไรในชีวิตประจำวัน แล้วค่อยสอนให้ผู้เข้าร่วมใช้เครื่องมือ AI มาแก้ปัญหานั้น

ในงานแถลงข่าวกลุ่มย่อยของโครงการ คุณประเทศ ตันกุรานันท์ Head of Technology and Solution, AI First Program บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ประจำประเทศไทย Amazon Web Services (AWS) ร่วมอธิบายที่มาและเส้นทางของการแข่งขัน AI ระดับประเทศที่เปิดรับคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปจากทุกสาขาอาชีพ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้าน AI มาก่อน ชิงเงินรางวัลรวม 500,000 บาท และเปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 กันยายนนี้

โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และทรู คอร์ปอเรชั่น ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจาก AWS ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 5 ปี ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะด้านคลาวด์และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน

จุดตั้งต้นไม่ใช่คอร์สเรียนฟรี แต่เป็นปัญหาที่คนไทยเจออยู่ทุกวัน

คุณประเทศเล่าว่าทีมงานรับโจทย์จากภาครัฐที่ต้องการเพิ่มจำนวนบุคลากรมืออาชีพและนักพัฒนาด้าน AI ของประเทศ คำถามที่ตามมาคือจะทำอย่างไรให้วิสัยทัศน์นั้นเกิดขึ้นจริง

ทางเลือกแรกที่คิดกันคือรูปแบบที่คุ้นเคย นั่นคือเปิดสถาบันอบรม AI ให้เรียนฟรี แจกเครดิตการใช้งาน (Token) แล้วจัดแข่งขันตามปกติ ‘ก็อาจจะทำได้นะ แต่มันจะได้ผลลัพธ์หรือเปล่า’ คุณประเทศระบุถึงข้อสงสัยที่ทำให้ทีมงานเปลี่ยนมุมตั้งต้นใหม่ จากการถามว่าจะสอน AI อย่างไร มาเป็นการถามคนทั้งประเทศว่าในการทำมาหากิน การใช้ชีวิตประจำวัน หรือการเตรียมตัวสู่อนาคต ปัญหาของประเทศไทยคืออะไร

6 โจทย์ใหญ่ที่ทุกบ้านในไทยน่าจะเจออย่างน้อยหนึ่งข้อ

คำตอบที่ได้ถูกจัดเป็น 6 หัวข้อสำคัญระดับประเทศ เริ่มจากการศึกษาและทักษะแห่งอนาคต ซึ่งครอบคลุมการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เครื่องมือช่วยครูออกแบบการเรียนรู้ และแพลตฟอร์มเตรียมผู้เรียนสู่โลกการทำงาน ถัดมาคือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่มองหาโซลูชันวิเคราะห์ตลาดและลูกค้า หรือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

หัวข้อที่สามคือเกษตรและอาหาร ตั้งแต่ระบบวางแผนการเพาะปลูก การตรวจสอบสุขภาพพืช ไปจนถึงเครื่องมือช่วยเกษตรกรรับมือความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ ตามด้วยสุขภาพและสังคมสูงวัย ที่เน้นการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ระบบสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และการดูแลผู้สูงอายุกับกลุ่มเปราะบาง

อีกสองหัวข้อคือการเดินทางและเมืองอัจฉริยะ ซึ่งรวมการวางแผนการเดินทาง การวิเคราะห์จุดเสี่ยงบนท้องถนน และการจัดการจราจร กับการสร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน ที่มองไปถึงระบบแจ้งเตือนในภาวะฉุกเฉินและเครื่องมือประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายจังหวัดเผชิญซ้ำในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่กรอบที่ตายตัว คุณวัตสันระบุว่าโครงการไม่ได้ปิดกั้นแนวคิดที่อยู่นอก 6 หัวข้อ เพียงแต่มองว่าหัวข้อเหล่านี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ตอบโจทย์หลักของประเทศได้ ขณะที่คุณประเทศ ย้ำว่าทีมงานเองก็ยังไม่มีคำตอบในใจว่าโซลูชันควรออกมาหน้าตาแบบใด 

‘ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยจะต้องมีปัญหา 1 ใน 6 อย่างนี้ อย่างน้อย 1 อย่างที่บ้านตัวเองเจอ’

ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเป็นก็สมัครได้ เพราะโครงการจะสอนให้

เมื่อจุดตั้งต้นคือปัญหา เงื่อนไขการสมัครจึงถูกออกแบบให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ โครงการเปิดรับคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยไม่มีเพดานอายุด้านบน รวมทีมได้ทีมละ 4 ถึง 5 คน และไม่กำหนดว่าต้องเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์

‘เราไม่ได้แบบมาแข่งกันเขียนโปรแกรม’ 

คุณประเทศอธิบายว่าผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมหรือรู้จัก AI มาก่อน ขอเพียงมีปัญหาและมีไอเดีย ที่เหลือโครงการจะจัดอบรมให้ระหว่างทาง โดยผู้ที่ไม่ผ่านเข้ารอบก็ยังได้ทั้งเครื่องมือและหลักสูตรไปพัฒนาตัวเองอยู่ดี

เส้นทาง 3 ขั้นตอนจากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้ได้จริง

ข้อแตกต่างจากแฮกกาธอนทั่วไปอยู่ที่กระบวนการหลังปิดรับสมัคร ซึ่งคุณวัตสันอธิบายว่าแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนที่ใช้เครื่องมือต่างกัน เพราะไม่มีเครื่องมือตัวใดตอบทุกอย่างได้ในตัวเดียว

ขั้นแรกคือการปูพื้นฐานผ่านการอบรมออนไลน์ในเดือนตุลาคม สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาก่อน 

ขั้นที่สองคือการตกผลึกความคิดให้กลายเป็นข้อเสนอที่ตีกรอบโจทย์ได้ชัดเจน โดยใช้ Amazon Quick ช่วยค้นคว้าข้อมูลและประกอบร่างไอเดีย ก่อนส่งผลงานรอบแนวคิดภายในวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นก่อนการเขียนโค้ดด้วยซ้ำ

จากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือก 20 ทีมเข้าค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ (Bootcamp) 2 วัน เพื่อพัฒนาต้นแบบ (Prototype) ด้วย Amazon Kiro ก่อนคัดให้เหลือ 5 ทีมสุดท้าย ที่จะได้อบรมเครื่องมือระดับสูงขึ้นและใช้ Amazon Bedrock ต่อยอดผลงานเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมทดสอบ (Minimum Viable Product หรือ MVP) ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบจริงและสร้างเอเจนต์ AI ได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา ก่อนนำเสนอรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 12 ธันวาคม ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

‘รอบนี้สิ่งที่แตกต่างคือเราจะนำคนที่ไม่มีความรู้เรื่อง AI เลย ผ่านกระบวนการต่างๆ 3 เดือนกว่า จนกระทั่งออกมาเป็นโซลูชันที่เกือบพร้อมใช้ในชีวิตจริง’ คุณวัตสันระบุ พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ AWS สนับสนุนตลอดเส้นทางมี 3 ส่วน คือการอบรม เครื่องมือ และทีมงานที่คอยให้ความช่วยเหลือ

ปัญหาของคนไทยไม่ใช่ไม่ใช้ AI แต่ใช้อยู่แค่ระดับพื้นฐาน

เหตุผลที่ต้องออกแบบเส้นทางยาวขนาดนี้ มาจากผลวิจัยที่ AWS เคยจัดทำไว้ คุณวัตสันระบุว่าคนไทยไม่ได้ใช้ AI น้อย แต่กว่า 70% ใช้งานในระดับพื้นฐาน เช่น การค้นหาข้อมูลง่ายๆ ขณะที่กลุ่มที่ใช้ในระดับกลางมีเพียงราว 10 ถึง 15%

‘ผมว่าอันนี้จะเป็นสิ่งที่เราไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นปัญหา แต่เป็นความท้าทายดีกว่า’ 

คุณวัตสันระบุถึงเป้าหมายที่ต้องการยกระดับการใช้ AI ของคนไทยจากระดับพื้นฐานขึ้นไปสู่ระดับกลางถึงระดับสูง เพื่อให้นำไปตอบโจทย์ภาคธุรกิจและภาคสังคมได้ มากกว่าการถามคำถามแบบผู้บริโภคทั่วไป

ความเชื่อดังกล่าวมีตัวอย่างรองรับ คุณวัตสันเล่าถึง Hackathon ที่จัดไปเมื่อกลางปี ซึ่งมีผู้สมัครราว 30,000 คน ปรากฏว่าผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศเป็นคนที่ไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อนเลย ทั้งทนายความและเภสัชกร 

‘คนที่เห็นปัญหาจริงๆ เข้าใจปัญหาในระบบนิเวศ อาจจะเป็นคนที่สามารถใช้ AI ในการแก้ปัญหา เพราะมันก้าวข้ามอุปสรรคการเขียนโค้ด’

เงินรางวัลเป็นแค่กิมมิค ลิขสิทธิ์ผลงานเป็นของผู้สร้าง

ในช่วงถาม-ตอบ เมื่อสื่อมวลชนถามว่าเหตุใดจึงไม่แบ่งรางวัลตามแต่ละหัวข้อ คุณประเทศ ตอบตรงไปตรงมาว่า 

‘รางวัลมันเป็นกิมมิค มีแฮกกาธอนมันก็ต้องมีรางวัล แต่วัตถุประสงค์หลักของเรา เราไม่ได้อยากแจกรางวัล’ โดยมองว่ารางวัลทำหน้าที่เป็นขวัญกำลังใจให้ทีมที่ทำผลงานได้ตรงโจทย์และขยายผลได้จริงมากกว่า

เงินรางวัลรวม 500,000 บาท แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 250,000 บาท พร้อมโอกาสบ่มเพาะธุรกิจและบัตรกำนัลสอบใบรับรอง AWS รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 150,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 100,000 บาท

อีกคำถามที่ชัดเจนไม่แพ้กันคือลิขสิทธิ์และซอร์สโค้ดหลังจบโครงการจะเป็นของใคร 

‘เป็นของเจ้าของโซลูชันครับ ไม่ใช่ของเรา เราไม่เอาอะไรเลย’ คุณประเทศตอบ 

พร้อมอธิบายว่าสิ่งที่ฝั่งผู้จัดนำมาร่วมโต๊ะคือระบบนิเวศของเครือซีพี ตั้งแต่ค้าปลีก อาหาร เกษตรกรรม เทคโนโลยี เครือข่ายโทรคมนาคม ไปจนถึงสื่อและคอนเทนต์ ซึ่งเปิดทางให้ผลงานที่ใช้ได้จริงถูกนำไปต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม แทนที่จะจบลงเมื่อประกาศผลรางวัล

สำหรับผู้ที่สนใจ โครงการเปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ผู้สมัครต้องเป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดเพดานอายุ และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้าน AI มาก่อน รวมทีมได้ทีมละ 4 ถึง 5 คน โดยผลงานที่ส่งต้องระบุปัญหา กลุ่มเป้าหมาย และแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ให้ชัดเจนภายใต้ 6 หัวข้อข้างต้น พร้อมแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำไปใช้และศักยภาพในการขยายผล

หลังปิดรับสมัคร ผู้เข้าร่วมจะเข้าสู่ช่วงอบรมตลอดเดือนตุลาคม ส่งผลงานรอบแนวคิดได้ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน ก่อนประกาศรายชื่อ 20 ทีมที่ผ่านเข้ารอบในวันที่ 10 พฤศจิกายน และเข้าค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการวันที่ 21 ถึง 22 พฤศจิกายน จากนั้น 5 ทีมสุดท้ายจะพัฒนาผลงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม และนำเสนอรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 12 ธันวาคม ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค นอกจากนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันการศึกษากว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ในการสนับสนุนผู้เรียนให้เข้าร่วม ขณะที่ผู้ผ่านการอบรมออนไลน์จะได้รับบันทึกการผ่านหลักสูตรจาก AWS ไว้ใช้อ้างอิงด้วย

ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ www.true.th/promotion/ai-hackathon โดยไม่จำกัดว่าผู้สมัครต้องมาจากสาขาอาชีพใด ขอเพียงมีปัญหาที่อยากแก้และพร้อมทุ่มเทกับมันตลอด 3 เดือน

ที่มา: งานแถลงข่าวกลุ่มย่อยโครงการ AI FOR ALL Hackathon และเอกสารข้อมูลโครงการ

Update: 2026-09-18
Tags: